
ก่อหนี้ปีหน้าฉลุยเฉียด1.3ล้านล้าน
โพสต์ทูเดย์
— ครม.ไฟเขียวแผนก่อหนี้ปีงบประมาณ 2554 ที่ 1.29 ล้านล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 4.15 แสนล้านบาทนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแผนบริหารหนี้ปีงบประมาณ 2554 วงเงิน 1.296 ล้านล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ถือว่าลดลงจากปีงบประมาณ 2553 จำนวน 4.15 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ที่ระดับ 43.8% และมีภาระหนี้ต่องบประมาณอยู่ในระดับ 10.1%
แผนบริหารหนี้สาธารณะประกอบด้วย การกู้เงินใหม่ 6.07 แสนล้านบาท การปรับโครงสร้างหนี้ 6.08 แสนล้านบาท โดยเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศทั้งสิ้น และแผนการบริหารความเสี่ยง 8 หมื่นล้านบาท
นายวัชระ กล่าวว่า สำหรับแผนการก่อหนี้ใหม่ แยกเป็นการก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาล 5.42 แสนล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ในประเทศ 4.8 แสนล้านบาท หนี้ต่างประเทศ 5.28 หมื่นล้านบาท และรัฐบาลกู้มาให้กู้ต่อในประเทศ 9,948 ล้านบาท
ขณะที่การก่อหนี้ใหม่ของรัฐวิสาหกิจ มีวงเงิน 6.47 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น หนี้ในประเทศวงเงิน 6.03 หมื่นล้านบาท และหนี้ต่างประเทศวงเงิน 4,450 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังเสนอแผนการปรับโครงสร้างหนี้ แยกเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาล ในส่วนหนี้ในประเทศ 5.01 แสนล้านบาท และการปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐวิสาหกิจ ในส่วนหนี้ในประเทศ 1.07 แสนล้านบาท
รวมถึงแผนการบริหารความเสี่ยง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยงให้อยู่ในระดับเหมาะสม ตามหลักการในการบริหารความเสี่ยงหนี้สกุลเงินต่างประเทศและหนี้ในประเทศ กำหนดกรอบวงเงินสำหรับการดำเนินการบริหารความเสี่ยงในปีงบประมาณ 2554 ไว้ที่ 8 หมื่นล้านบาท
โดยให้กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจสามารถเลือกบริหารความเสี่ยงตามความเหมาะสมของช่วงเวลาและสภาวะตลาด ณ เวลานั้น
ขณะที่ภาพรวมของหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2553 มียอดคงค้าง 4.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 43.19% ของจีดีพี
นายวัชระ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบโครงการใหม่ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 จำนวน 17 โครงการ วงเงินรวม 5,621.24 ล้านบาท เนื่องจากขณะนี้มีส่วนราชการเสนอโครงการเพื่อขอใช้เงินเหลือจ่ายจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงการคลังเห็นควรให้พิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจของประเทศเริ่มฟื้นตัวสู่สภาวะปกติแล้ว จึงควรใช้เงินเหลือจ่ายในการลงทุนโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการกระตุ้น เศรษฐกิจอย่างแท้จริงเท่านั้น
ทั้งนี้ ครม.เดินหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการแห่งชาติที่ จ.ภูเก็ต 2,600 ล้านบาท
รวมทั้งอนุมัติการจัดสรรเงินสำรองจ่ายสำหรับ โครงการ Creative Green Park ขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) 76.8 ล้านบาท โครงการของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม 710.35 ล้านบาท โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน 85.76 ล้านบาท
นอกจากนี้ ครม.ยังประเมินผลการใช้เงินไทยเข้มแข็ง 2555 สาขาการศึกษา พบว่ามีลักษณะเป็นการดำเนินงานระยะสั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการควรเตรียมแหล่งเงินรองรับในระยะต่อไป เช่น การจัดสรรอัตราจ้างครูวุฒิปริญญาตรี จำนวน 4,224 อัตรา และการจัดสรรอัตราจ้างผู้ปฏิบัติในโรงเรียน จำนวน 3.09 หมื่นอัตราในโครงการพัฒนา
ครูทั้งระบบ รวมถึงการจัดหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในโครงการปัจจัยสนับสนุนการศึกษา
ทั้งนี้เห็นว่าหลังงบประมาณในโครงการไทยเข้มแช็งสิ้นสุด
ลง โดยเฉพาะการจ้างครูและการเช่าซอฟต์แวร์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการว่างงานและกระทบต่อความยั่งยืนของโครงการได้







