posttoday
เทรนด์เอไอยังแรง หนุนเกษตรใช้ไอที

เทรนด์เอไอยังแรง หนุนเกษตรใช้ไอที

26 ตุลาคม 2560

กำลังจะปิดปี 2560 นี้แล้ว เทรนด์เทคโนโลยีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วมาก

กำลังจะปิดปี 2560 นี้แล้ว เทรนด์เทคโนโลยีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วมาก สิ่งที่เคยคิดว่าจะอยู่นานอีก 3-5 ปี บางอย่างก็เริ่มล้าหลังเสียแล้ว

นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการ การบริหารเทคโนโลยีและบริการเอาต์ซอร์สชั้นนำของโลก เล่าถึงเทรนด์ต่างๆ ในรอบปีให้ฟังว่า หากพูดถึงภาพรวมเทคโนโลยีในปีนี้ ต้องยอมรับว่าเรื่องของเอไอยังเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องจับตามอง เพราะในอดีตเราคิดกันว่าหุ่นยนต์คือการทำงานเบื้องหลัง แต่วันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหุ่นยนต์ก็ช่วยเรื่องการทำงาน ตัดสินใจและออกแบบในหลายอย่างได้แล้ว

การสื่อสารด้วยแชตบอตไม่ได้จำกัดการตอบสนองด้วยอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่จะกลายเป็นโฆษก (Spokesperson) ของแบรนด์ได้ และรู้ว่าจะตอบสนองกับเหตุการณ์ต่างๆ อย่างไรถึงจะเหมาะสม แม้ว่าลูกค้าจะอยากคุยกับพนักงานมากกว่า แต่เอไอจะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การสื่อสารให้สะดวกกว่าเดิม

ทั้งนี้ เห็นได้จากมีการใช้เอไอมาช่วยเรื่องงานบริการในหลายอุตสาหกรรมที่การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยลดปัญหาพนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังขาดแคลน และช่วยให้เห็นว่าธุรกิจเหล่านี้ตื่นตัวกับการนำเครื่องมือใหม่ๆ มาใช้งานและลงทุนมากขึ้นในแง่เทรนด์เทคโนโลยีใหม่ๆ

นอกจากนี้ การลงทุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ หลายกลุ่มธุรกิจไม่ได้มองแค่แกนของธุรกิจ แต่มองเรื่องความได้เปรียบของธุรกิจที่มาสร้างอีโคซิสเต็มส์และหาบริการเสริมจากพาร์ตเนอร์ เพื่อให้มีการทำงานแบบครบวงจรกับแบรนด์ (end-to-end Service) เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการทุกอย่างได้บนแพลตฟอร์มเดียว

“เราจะเห็นความร่วมมือระหว่างองค์กรที่มีความแตกต่างกันมากขึ้น และเชื่อมโยงลูกค้าของทั้งสองหรือสามธุรกิจมาไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างโอกาสทางรายได้ใหม่ๆ ร่วมกัน”

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ร่วมมือกับช่องทางการชำระเงินที่เป็นออนไลน์เพย์เมนต์ซึ่งไม่ใช่ธนาคารรายใหญ่ และจับมือกับบริษัทโลจิสติกส์เพื่อช่วยเรื่องการขนส่งที่สะดวกขึ้นแทนการใช้บริการขนส่งรูปแบบเดิม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีจากการสั่งซื้อของลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มเดียว และดึงให้ลูกค้าอยากกลับมาใช้งานซ้ำๆ เพื่อความยั่งยืนของรายได้ในอนาคต

ดังนั้น สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย การเข้าถึงช่องทางต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะสร้างความมั่นใจในการเลือกใช้ระบบรักษาความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือ โดยลูกค้าไม่รู้สึกว่าตนเองกำลังถูกรุกล้ำข้อมูลส่วนตัว ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นข่าวบริษัทไอทีชั้นนำถูกขโมยข้อมูลลูกค้า ทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่นอย่างมาก

ขณะเดียวกันการลงทุนเรื่องเทคโนโลยีอย่างเอไอ ไอโอที ยังคงเห็นกันต่อเนื่องในหลายๆ อุตสาหกรรม ตั้งแต่ค้าปลีกไปจนถึงอาหาร และจะเห็นโครงการผลิตสินค้าร่วมกันที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วย ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มปลูก มอนิเตอร์ปัญหาการปลูก ระหว่างปลูก เก็บข้อมูล และแปรรูปจนกลายเป็นผลผลิต

หากเป็นผู้ผลิตแบบรายย่อยการลงทุนเทคโนโลยีอาจเป็นเรื่องใหญ่ เพราะใช้เม็ดเงินลงทุนสูง แต่ถ้าเป็นคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่งย่อมมีโอกาสปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้ผลผลิตเป็นไปตามที่โรงงานกำหนด ซึ่งคนเหล่านี้หากมีการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องที่ดี ก็เป็นทิศทางที่ดี แต่ถ้าเป็นผู้ผลิตเองก็ควรจะมีโค้ชเข้ามาช่วยให้คำแนะนำ

กลุ่มผู้ผลิตรายย่อยหรือเกษตรกร ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และธนาคารจะกังวลเรื่องหนี้สูญมากที่สุด หากผู้ให้กู้หรือผู้ผลิตรายใหญ่ที่รับซื้อผลผลิตคิดช่วยคนกลุ่มนี้ให้รู้จักใช้เทคโนโลยี มีความแน่นอนเรื่องผลผลิตที่ต่อเนื่องย่อมช่วยลดปัญหาเบี้ยวหนี้ได้ และหากให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีอย่างแท้จริงต่อคนกลุ่มนี้ซึ่งถือว่าเป็นรากฐานของประเทศ ย่อมสร้างความยั่งยืนได้ เพราะถ้ารอให้คนกลุ่มนี้คิดและปรับตัวมาใช้เองย่อมเป็นเรื่องยาก

ด้านเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ผลิตรายย่อยเอง ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ การที่จะปลูกสร้างผลผลิตอย่างยั่งยืนได้นั้น ต้องรู้จักเปิดรับสิ่งใหม่ๆ การกระตุ้นให้รายย่อยที่คิดแต่เรื่องต้นทุนมาใช้งานเทคโนโลยีก็เป็นเรื่องยาก อาจต้องให้ภาครัฐเข้ามาช่วยลงทุนบางอย่างเพื่อให้เกิดการตื่นตัว

“การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานอย่างอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน เพื่อให้คนค้นหาความรู้นั้นก็เป็นเรื่องดี การผลักดันให้คนหันมาใช้งานสมาร์ทโฟนก็เป็นสิ่งดี แต่การจะเริ่มต้นซื้อมือถือมาหาความรู้ในอินเทอร์เน็ตได้นั้น ก็ต้องวางกรอบความรู้ให้เขาก่อน
ชี้แนวทางให้เขาก่อน เขาจะได้รู้ว่าตัวเองควรเดินไปทางไหน หรือต่อยอดอย่างไร”

ข้อมูลจากลูกค้าของบริษัทในประเทศไทยยังชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจไทยยังมีการลงทุนเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและต้องตามให้ทัน หรือนำเทคโนโลยีให้ได้ก่อนที่จะพลาดส่วนแบ่งในตลาด

การเป็นผู้นำในการผลักดันการลงทุนใหม่ๆ ยังคงเป็นเป้าหมายที่ธุรกิจขนาดใหญ่ในแต่ละอุตสาหกรรมมองว่าจะแพ้ไม่ได้ ต้องมองให้กว้างและลึกกว่าคู่แข่ง เพื่อรักษาตำแหน่งหรือแย่งส่วนแบ่งจากคู่แข่งให้ได้ ซึ่งการลงทุนหลายอย่างภาคธุรกิจไม่ได้มองเทรนด์จากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แต่มองเรื่องการบริโภคของคนในประเทศเองด้วย

“ต้องยอมรับว่าธุรกิจจากต่างประเทศหลายอย่างที่ประสบความสำเร็จมากๆ อาจไม่บูมในไทย เพราะผู้บริโภคของไทยมีความยูนีก ถ้าจะชนะหรือแย่งส่วนแบ่งตลาดจากรายเดิมในตลาดได้ต้องมีความต่าง แค่ชื่อเสียงระดับโลกอย่างเดียวอาจไม่พอ”

ยกตัวอย่างเฟซบุ๊ก เครื่องมือหลายอย่างที่มีใช้ในไทยแต่ไม่ได้เปิดให้ใช้ในประเทศอื่นๆ เช่น การซื้อขายผ่านเฟซบุ๊ก การชำระเงิน เป็นต้น เพราะต้องออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละประเทศ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรวดเร็ว ข้อกฎหมายต่างๆ ก็ต้องออกมาให้ทันควบคุมการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ด้วย

การลงทุนของไทยในขณะนี้ยังเน้นหนักเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนเป็นหลัก ส่งผลให้ภาพการลงทุนไอทีในอนาคตจะเปลี่ยนไป เพราะธุรกิจต่างๆ ในบ้านเราจะเป็นการลงทุนแบบลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) มากกว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลาง (Function Centric) ดังนั้นรูปแบบการลงทุนด้านไอทีจึงกลายเป็นการลงทุนตามการใช้งานมากกว่าลงทุนเองเป็นหลักต้องรอดูว่าในปีหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดี ต่อเนื่องความเป็นไทยแลนด์ 4.0 อย่างไรต่อไป 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน