
ตั้งเทคฟันด์ลงทุนสตาร์ทอัพ
กระทรวงวิทย์ฯ เร่งผลักดันเทคฟันด์ 2,500 ล้าน คาดเดือน พ.ย.ได้เห็นแผนชัดเจน
กระทรวงวิทย์ฯ เร่งผลักดันเทคฟันด์ 2,500 ล้าน คาดเดือน พ.ย.ได้เห็นแผนชัดเจน เร่งหน่วยงานในสังกัดหนุนสตาร์ทอัพเต็มรูปแบบ
นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า กระทรวงวิทย์ฯ เตรียมผลักดันเงินกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (เทคฟันด์) วงเงิน 2,500 ล้านบาท โดยได้รับเงินในระยะแรกมาแล้วจำนวน 700 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถให้รายละเอียดของเงินกองทุนได้ในช่วงเดือน พ.ย. ซึ่งจะให้การส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในประเทศไทยเป็นรูปแบบเงินทุนสนับสนุน
ทั้งนี้ กระทรวงยังมีการผลักดันสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ผ่าน การร่วมมือกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย ทั่วประเทศในการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รวมถึงการผลักดันทำโคเวิร์กกิ้ง สเปซในมหาวิทยาลัย จำนวน 30 แห่งที่ได้ดำเนินการแล้ว พร้อมการ ร่วมมือแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสตาร์ทอัพ
ขณะเดียวกัน กระทรวงจะมีการผลักดันผู้ประกอบการไทย มุ่งสร้างนวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยี ผ่านการจัดทำโครงการของหน่วยงานในกระทรวง ทั้งคูปองนวัตกรรม ที่ในปีหน้าจะมีจำนวนโครงการรวมเป็น 3,000 โครงการ จากปีนี้มีโครงการรวม 1,500 โครงการ การผลักดันคูปองโอท็อปอย่างต่อเนื่อง และผ่านโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ไอแทป) ซึ่งมั่นใจจะช่วยสร้างผู้ประกอบการใหม่ในประเทศไทยมากขึ้น และจะสอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล
"การผลักดันนโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล จะต้องผลักดันการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาพัฒนาผู้ประกอบการ ส่งเสริมการนำงานวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ทั้งผู้ประกอบการและเอสเอ็มอี รวมถึงเป็นผลดีต่อสตาร์ทอัพ" นางอรรชกา กล่าว
ก่อนหน้านี้ นางอรรชกา กล่าวว่า มีการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบเพื่อลดปัญหาอุปสรรคในการประกอบธุรกิจของสตาร์ทอัพในประเทศไทย โดยในช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติได้เห็นชอบร่าง "พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์" เพื่อให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจของสตาร์ทอัพในประเทศไทย ซึ่งได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว
สำหรับการยกร่าง "พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ" คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ ได้ดำเนินการยกร่างขึ้นมาแล้ว โดยกฎหมายจะมีทั้งหมด 4 หมวด ขณะที่สิทธิประโยชน์ต่างๆ จะต้องเทียบเท่าหรือต้องไม่ต่ำกว่าเพื่่อนบ้าน







