
ลงทุนบนพื้นฐานของความพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน
โดย รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส
"เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเองสิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็มแต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไป" พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วารสารชัยพัฒนาประจำเดือน ส.ค. 2542
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนทางสู่ความสุขยั่งยืนที่ทรงพระราชทานไว้ให้คนไทย แนวปรัชญาของพระองค์ท่านนำไปปรับใช้ได้ในทุกสาขาอาชีพ ไม่เว้นแม้ในมุมของการเก็บออมและการลงทุน
การลงทุนบนพื้นฐานของความพอเพียงนั้น ต้องมี "ความพอประมาณ" และ "ความมีเหตุผล" เป็นที่ตั้ง โดยการลงทุนด้วยความพอประมาณ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ เพราะจะมีเงินลงทุนได้ก็ย่อมต้องมีความพอประมาณมาก่อน นั่นคือมีการใช้จ่ายที่สมดุล มีรายจ่าย ที่ไม่เกินไปกว่ารายรับ และสามารถจัดสรรเงินมาเพื่อเก็บออมหรือลงทุนได้ เมื่อมีเงินสำหรับลงทุนแล้ว ก็ต้องเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับความสามารถในการลงทุนของตนเองทั้งในแง่ของทุนทรัพย์ที่จะนำมาลงทุนและระดับความเสี่ยงในการลงทุนที่รับได้
ความมีเหตุผลนั้น ผมมองไปถึงการพิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องและผลลัพธ์ที่ตามมาอย่างรอบคอบ เริ่มจากการตั้งเป้าหมายในการลงทุนที่ชัดเจน มีโจทย์ในการลงทุนว่าจะลงทุนเพื่ออะไร และจะเลือกเครื่องมือในการลงทุนชนิดใดมาตอบโจทย์การลงทุนนั้น ไม่เพียงเท่านั้นยังครอบคลุมไปถึงความเข้าใจในความเป็นเหตุเป็นผลของตราสารที่ลงทุนกับโอกาสรับผลตอบแทนด้วย นั่นคือโอกาสรับผลตอบแทนสูงมักมาพร้อมความเสี่ยงสูง จังหวะในการเข้าลงทุนและขายทำกำไรก็เช่นกัน
ทั้งนี้ ความมีเหตุมีผลจะสมบูรณ์ได้ก็ต้องผ่านการพิจารณาไตร่ตรองด้วยสติปัญญา และมี "ความรู้" ที่เกี่ยวกับการลงทุนเข้ามาช่วยประกอบการตัดสินใจ และพินิจพิเคราะห์เหตุและผลได้ดีขึ้น นอกจากความพอประมาณและความมีเหตุผลแล้ว หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยังให้ความสำคัญกับการมีภูมิคุ้มกันที่ดี การเตรียมพร้อมรับผล กระทบหรือเหตุเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นผู้ลงทุนจึงต้องให้ความสำคัญกับการจัดสินทรัพย์ลงทุนให้เหมาะสม ไม่นำเงินลงทุนทั้งหมดไปลงทุนในสินทรัพย์เดียว
นอกจากนี้ ยังต้องมีการติดตามสภาวะตลาดอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีการทบทวนพอร์ตการลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนสัดส่วนสินทรัพย์ลงทุนให้เหมาะกับสภาวการณ์และระดับความเสี่ยงของตนเองในแต่ละขณะ รวมถึงมีเงินสำรองที่เพียงพอแก่การใช้จ่ายและการครองชีพด้วย
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ "วินัยในการใช้เงินและวินัยในการออม" ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เยาว์วัย ต้องฝึกฝนจนเกิดเป็นนิสัย เกิดเป็นทัศนคติต่อการใช้เงินและการเก็บออมอย่างถูกต้อง







