
เทคโนโลยีจัดการพลังงาน เปลี่ยนเป็นอาคารอัจฉริยะ
อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร แนวโน้มการอยู่อาศัยของคนเมืองมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการด้านที่อยู่อาศัยสำหรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ อาคารอัจฉริยะหรือตึกฉลาด (Smart Building) จึงเข้ามีบทบาทมากขึ้น ทั้งนี้นอกจากเพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัยในการอยู่อาศัยแล้ว ยังต้องประหยัดพลังงานอีกด้วย
อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร
แนวโน้มการอยู่อาศัยของคนเมืองมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการด้านที่อยู่อาศัยสำหรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ อาคารอัจฉริยะหรือตึกฉลาด (Smart Building) จึงเข้ามีบทบาทมากขึ้น ทั้งนี้นอกจากเพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัยในการอยู่อาศัยแล้ว ยังต้องประหยัดพลังงานอีกด้วย
รายงานจาก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดเผยว่า องค์ประกอบที่ช่วยทำให้อาคารมีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น นั่นก็คือการใช้ IoT (Internet of Things) ช่วยต่อยอดระบบจัดการพลังงานสำหรับอาคารให้ทันสมัย หากให้มองศูนย์กลางหรือการเป็นดิจิทัลฮับ ระบบจัดการพลังงานในอาคาร หรือ BEMS (Building Energy Management Systems) เป็นเรื่องสำคัญ
สำหรับระบบดังกล่าวเป็นโซลูชั่นที่ใช้ฐานไอทีมาขยายความสามารถในเรื่องของการตรวจจับ (Sensing) การควบคุม รวมถึงฮาร์ดแวร์ในระบบอัตโนมัติ (Automation Hardware) มาควบคุมการดำเนินงานของระบบ หรือปรับปรุงงานที่ต้องทำเองให้ดำเนินไปได้ในแบบอัตโนมัติ ด้วยการนำข้อมูลที่มาจากหลายทางมาช่วยในเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ อาคารสมาร์ทจะช่วยให้การปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ทำได้ในแบบอัตโนมัติ เช่น เรื่องอุณหภูมิ ระบบอากาศหมุนเวียน รวมถึงระบบแสงสว่าง ซึ่งการศึกษาพบว่าผู้ที่อยู่ในอาคารมีความพึงพอใจมากถึง 27% ในขณะที่เจ้าของอาคารสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้มากถึง 25%
อย่างไรก็ดี เทคโนโลยีจัดการพลังงานเปลี่ยนอาคารธรรมดาให้เป็นอาคารอัจฉริยะได้ด้วย 3 สิ่ง คือ เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ และนวัตกรรม ซึ่งการพิสูจน์ว่าอาคารนั้นเป็นอัจฉริยะหรือไม่ สามารถดูได้ว่าอาคารสามารถปรับอุณหภูมิ และอากาศหมุนเวียนในแต่ละชั่วโมงได้โดยอัตโนมัติตามจำนวนผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นในแต่ละห้องหรือสำหรับอาคารทั้งหมดก็ตาม วิธีการนี้จะช่วยประหยัดพลังงานได้ และทำให้ทั้งโรงเรียน อาคารสำนักงานและอาคารต่างๆ ไม่เพียงแต่ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ต่อมาที่ได้คือการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ บางครั้งลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีการบริหารจัดการพลังงานสำหรับอาคาร หรือโซลูชั่น BEMS ก็จะมีอยู่หลากหลายโซลูชั่น แต่องค์ประกอบทั่วไปไม่ทิ้งห่างจากสิ่งเหล่านี้ นั่นก็คือ การผสานรวมการทำงานผ่าน BACnet การเก็บข้อมูลโดยอาศัยการสื่อสารผ่านระบบไร้สาย และโมบายอินเทอร์เน็ต รวมทั้งมีซอฟต์แวร์วิเคราะห์ที่ทำงานบนคลาวด์ที่สามารถเข้าถึงผ่านเว็บหรืออุปกรณ์สื่อสารได้ และมีศูนย์กลางปฏิบัติการเครือข่าย
ขณะที่ผู้ให้บริการรายใหญ่บางรายมีการนำเสนอโซลูชั่นครบวงจรที่สร้างขึ้นโดยใช้องค์ประกอบดังกล่าวเหล่านี้ ส่วนบางบริษัทที่มีขนาดเล็กกว่า อาจจับมือกับพาร์ตเนอร์ หรือซัพพลายเออร์ เพื่อสร้างโซลูชั่นครบวงจร หนึ่งในความท้าทายที่ผู้ผลิตต้องพบคือทั้งเทคโนโลยีและกรณีการใช้งานที่ต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอด
สำหรับการใช้งานนั้น โดยธรรมชาติสิ่งเหล่านี้จะรวมเรื่องของการจัดการพลังงานเข้ามาด้วย ซึ่งก็คือระบบบริหารจัดการพลังงาน ที่อยู่ในโซลูชั่นการบริหารจัดการพลังงานในอาคาร การลงทุนดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านระบบสาธารณูปโภค เป็นการวัดที่เห็นได้ง่ายเรื่องประสิทธิภาพที่ดีขึ้น กรณีการใช้งานอื่นๆ คือการเพิ่มความคล่องตัวในเรื่องการซ่อมและบำรุงรักษา รวมถึงการปรับปรุงด้านการจัดการสินทรัพย์ได้ดีขึ้น ผลที่ตามมาคือการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและลดช่วงดาวน์ไทม์ลงได้
นอกจากนี้ อาจมีกรณีการใช้งานอื่นๆ ได้ อย่างเช่น การเน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยดูจากข้อมูลติดตามเรื่องพื้นที่ว่าง เมื่อพบพื้นที่ซึ่งถูกปล่อยว่างและสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์โดยเฉพาะสำหรับพื้นที่ธุรกิจสำนักงาน และหน่วยงานรัฐบาลซึ่งอาจเป็นพื้นที่ที่มีราคาแพง
แนวโน้มสุดท้ายที่เป็นตัวขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ จะเกี่ยวกับเรื่องการมีส่วนร่วมของผู้เช่าในอาคาร เนื่องจากกลุ่ม Gen M ปัจจุบันเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในบรรดาคนทำงาน คนเหล่านี้รู้สึกสะดวกสบายกับการใช้สมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับคนเหล่านี้ คาดหวังพฤติกรรมบางอย่างจากระบบอัตโนมัติ รวมถึงระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคาร การจะให้ความสามารถเหล่านี้แก่อาคารได้ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในการจัดการระบบบริหารจัดการอาคารนั่นเอง
การมาของ IoT จึงกลายเป็นเครื่องกลหรืออุปกรณ์ที่พูดคุยกันได้ทั่วโลกหากประชากรทุกคนบนโลกเชื่อมต่อกัน ก็จะทำให้มีประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตรวมทั้งสิ้นถึง 7,300 ล้านคนเลยทีเดียว
อย่างไรก็ดี ที่กล่าวมาทั้งหมดก็คือภาพรวมของระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคารในวันนี้ ซึ่งเป็นตลาดที่มีการขยายตัวและมีพัฒนาการในเรื่องฟีเจอร์หลัก รวมถึงปัจจัยขับเคลื่อนทั่วไป โดยพื้นฐานแล้วอาคารจะมีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้นตามเหตุและผลในเชิงเศรษฐกิจ ทั้งในแง่ของการประหยัดเงินและเพิ่มผลิตผลในการทำงาน ดังนั้นไม่ว่าจะอาคารขนาดใหญ่ กลางและเล็ก ต้องเตรียมความพร้อมรับมือการก้าวสู่สมาร์ทบิวดิ้งในอนาคตอันใกล้นี้







