
New S Curve ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ปิยะ ประยงค์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตทบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ครั้งที่แล้วผมพูดถึงสิ่งสำคัญ2 อย่างที่ต้องมีในการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน เพื่อให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับยุค 4.0 ได้อย่างรวดเร็ว อย่างแรกคือ Knowledge อย่างที่สองคือ การเข้าถึงข้อมูล ด้วยแนวคิดแบบ ATAWAD (Anytime-Anywhere-Any device) ซึ่ง 2 สิ่งนี้คือ สิ่งสำคัญที่ทำให้องค์กรก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 ได้อย่างมั่นใจ ปัจจุบันสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ดังนั้นผู้บริหารต้องคิดและทำให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ ถ้ายังคงลุ่มหลงอยู่กับความสำเร็จเดิมๆ ก็อาจนำพาองค์กรไปสู่หายนะได้ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีตัวอย่างเอาไว้แล้วอย่างมากมาย ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน
ปิยะ ประยงค์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตทบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)
ครั้งที่แล้วผมพูดถึงสิ่งสำคัญ2 อย่างที่ต้องมีในการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน เพื่อให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับยุค 4.0 ได้อย่างรวดเร็ว อย่างแรกคือ Knowledge อย่างที่สองคือ การเข้าถึงข้อมูล ด้วยแนวคิดแบบ ATAWAD (Anytime-Anywhere-Any device) ซึ่ง 2 สิ่งนี้คือ สิ่งสำคัญที่ทำให้องค์กรก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 ได้อย่างมั่นใจ ปัจจุบันสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ดังนั้นผู้บริหารต้องคิดและทำให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ ถ้ายังคงลุ่มหลงอยู่กับความสำเร็จเดิมๆ ก็อาจนำพาองค์กรไปสู่หายนะได้ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีตัวอย่างเอาไว้แล้วอย่างมากมาย ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน
องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่จะใช้ความสำเร็จในอดีตที่ตนเองเคยทำ มากำหนดเป็นกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในอนาคตขององค์กร แต่บ่อยครั้งก็ไม่สอดคล้องกับความต้องการใหม่ๆ ของตลาด ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รวม ไปถึงโอกาสใหม่ๆ ที่องค์กรพึงให้ความสำคัญ เพื่อให้ได้นวัตกรรมแบบก้าวกระโดด (Breakthrough Innovations) และทำให้องค์กรสามารถ ดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน ดังเห็นได้จาก ตัวอย่างสินค้ามากมายที่ต้องล้มหายตายจากไป เนื่องจากมัวแต่หลงอยู่กับความสำเร็จของตัวเอง โดยลืมนึกถึงการเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัล
การยึดติดในธุรกิจเดิมที่ต้องเผชิญกับ Disruptive Technology ขาดการปรับตัวและการ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ก็อาจนำพาธุรกิจไปสู่หายนะได้ ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของภัยคุกคาม (Threats) ที่มากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นกับทุกๆ ธุรกิจตลอดเวลา ดังนั้นทุกๆ องค์กรก็ควรต้องมีความพยายามในการค้นหานวัตกรรมที่เป็นแบบก้าวกระโดดเพื่อเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ หรือธุรกิจใหม่ ซึ่งอาจต้องใช้วิธีการคิด แบบนอกกรอบเข้ามาช่วย เพื่อให้ได้สินค้าหรือบริการที่แตกต่างไปจากเดิมและเป็นสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหาอยู่
ทุกๆ องค์กรควรต้องมีกลยุทธ์ในการเลือกลงทุนด้านนวัตกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และความจำเป็นอยู่ตลอดเวลา เพื่อช่วยให้ธุรกิจมีความยั่งยืน ซึ่งในที่นี้อาจแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือ แบบค่อยเป็นค่อยไป และแบบก้าวกระโดดแบบค่อยเป็นค่อยไป หมายถึงการพัฒนาปรับปรุงคุณลักษณะของ สินค้าหรือบริการต่างๆ ที่มีอยู่ให้แตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย เช่น การเพิ่มพื้นที่ห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ การนำเอา Home Automation มาใช้สั่งงานเปิดปิดไฟ กันขโมย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการเพิ่มยอดขายและรักษาส่วนแบ่งตลาดเป็นหลัก
ส่วนกลยุทธ์ในการลงทุนด้านนวัตกรรมแบบก้าวกระโดดนั้น จะมุ่งเน้นให้เกิดการคิดค้น รูปแบบของสินค้าหรือบริการใหม่ๆ ที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า (ในระดับโลก) หรือนำมา ใช้ทดแทนสินค้าเดิมได้ดีกว่า เช่น การสร้างบ้านด้วยโมเดล 3 มิติ การขายบ้านโดยใช้ Agency+ลูกค้า > 50% บวกจากการขายแบบเดิม การทำการตลาดโดยใช้ดิจิทัล 100%
แต่ละองค์กรสามารถเลือกใช้กลยุทธ์ในการลงทุนด้านนวัตกรรมที่แตกต่างกันไปซึ่งมี ทั้งสองแบบคือ แบบค่อยเป็นค่อยไปและแบบ ก้าวกระโดด หรือใช้ควบคู่กันไปทั้งนี้เพื่อต้องการ รักษาตัวเลขของกำไรและความพึงพอใจของ ลูกค้า พร้อมไปกับการมองหาธุรกิจใหม่ๆ ใน อนาคต เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจต่อไป ได้อย่างยั่งยืนอย่างเช่น พฤกษา เรียลเอสเตท ก็มีการจัดตั้ง Innovation Center (INC) เพื่อ เป็นหน่วยงานกลางในการบริหารจัดการนวัตกรรม และองค์ความรู้ต่างๆ ช่วยสนับสนุนงานวิจัยและ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับหน่วยธุรกิจต่างๆ พร้อมจัดทำคู่มือระบบการจัดการนวัตกรรม Innovation Management System Manual (IMS)
จะเห็นได้ว่าการบริหารองค์กรธุรกิจในปัจจุบัน ต้องมองทิศทางกระแสของ ผู้บริโภค และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีให้เท่าทัน เพื่อองค์กรจะสามารถต่อยอดธุรกิจ S Curve หรือ แสวงหา New S Curve ต่อไป เนื่องจากในระยะยาวธุรกิจคงไม่สามารถ ยืนอยู่ได้ เนื่องจากขาดสินค้าหรือบริการในรูปแบบใหม่ๆ ดังนั้นทุกๆ องค์กรก็ควรต้องมี ความพยายามในการค้นหานวัตกรรมที่เป็นแบบก้าวกระโดด เพื่อสู้กับแรงเสียดทานของ โลกธุรกิจยุคใหม่ให้ได้
ครั้งหน้าเราลองมาดูกันว่า New S Curve ในธุรกิจอสังหาฯคืออะไร จะน่าสนใจขนาดไหน พบกันในฉบับหน้าครับ







