posttoday
"บิ๊กฉัตร"สั่งเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาลดผลกระทบน้ำท่วม

"บิ๊กฉัตร"สั่งเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาลดผลกระทบน้ำท่วม

24 ตุลาคม 2560

รมว.เกษตรฯสั่งกรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเขื่อมเจ้าพระยา ลดผลกระทบน้ำท่วมในพื้นที่เหนือเขื่อน

รมว.เกษตรฯสั่งกรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเขื่อมเจ้าพระยา ลดผลกระทบน้ำท่วมในพื้นที่เหนือเขื่อน

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์น้ำว่า  ได้สั่งการให้กรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาชัยนาทเพิ่มขึ้นเป็น  2,700  ลุกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อวินาที เป็นเวลา 5 วัน เพิ่มจากเดิมที่ให้ระบายไม่เกิน2,600  ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา  ซึ่งจะมีผลให้พื้นที่ตอนเหนือระดับน้ำลดลง 10-25 เซนติเมตรและพื้นที่ท้ายเขื่อนระดับน้ำเพิ่ม  10-25 เซนติเมตรและประสานผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว  เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่อุทัยธานี พิจิตรกำแพงเพชร  และจะพิจารณาปรับการระบายให้เหมาะสมกับสถานการณ์  โดยได้เรียนต่อพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว  และให้ประสานกับกองทัพเรือตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่ประตูระบายน้ำลัดโพธิ์  ที่ปากแม่น้ำท่าจีน เพื่อเร่งระบายน้ำออกทะเล

สำหรับสถานการณ์น้ำขณะนี้ มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีนครสวรรค์ 3,054 ลบ.ม.ต่อวินาที ปี54 ไหลผ่าน4,200 ลบ.ม. เขื่อนเจ้าพระยาชัยนาท2,700 ปี 54 ไหลผ่าน3,500 และที่บางไทร จ.อยุทยา 2,690 ปี  54 ไหลผ่าน 3,693  ลบ.ม.ต่อวินาที

ทั้งนี้ให้กรมอุตุนิยมวิทยา ทำตัวเลขปริมาณฝนในช่วงเวลาเดียวกันของปี  60และปี  54 พบว่ามีปี  2560 ปริมาณฝนสะสม 1,740 มิลลิเมตร  พื้นที่ประสบอุทกภัย  4 ล้านไร่  เกษตรกรรับผลกระทบ 5 แสนครัวเรือน 36 จังหวัดเฉพาะพื้นที่ริมน้ำและอ่างเก็บน้ำ   ในปี 2554  ปริมาณฝนสะสม  1,770  มิลลิเมตร พื้นที่ประสบภัย  11 ล้านไร่ 67 จังหวัดทั่วพื้นที่   ซึ่งแม้ปริมาณน้ำจะต่างกันแค่ 30 มิลลิเมตร แต่กระทรวงเกษตรฯได้วางแผนแก้มลิง 13 ทุ่งไว้ตั้งแต่ต้นปี ทำให้เก็บน้ำได้ เกือบ  2 พันล้านลบ.ม.หรือเกือบ 2 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมจะรบายน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก เนื่องจากในภาคตะวันออกมีน้ำมากในลุ่มน้ำป่าสัก และภาคตะวันตกมีน้ำมากในแม่น้ำสะแกกรัง  นอกจากนั้นได้ทำแผนการระบายน้ำออกจากทุ่งทั้ง 13 ทุ่งโดยจะไล่ระบายน้ำตั้งแต่ทุ่งบางระกำลงมาก่อนตามลำดับและคาดว่าจะระบายได้จนประมาณต้นเดือนม.ค.  61 หากไม่มีฝนมาเติมจะมีน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาใน ในระดับ  1,700  ลบ.ม.ต่อวินาที ประมาณต้นเดือนธ.ค.60

สำหรับภาคใต้ได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ในการกำหนดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย โดยใช้พื้นที่น้ำท่วมปีที่ผ่านมาเป็นเกณฑ์ โดยในช่วงปลายเดือน ต.ค. จะเริ่มมีฝนตกหนักในพื้นที่เพชรบุรี ประจวบฯ และไล่ไปตามดำลับ ทั้งนี้พื้นที่เสี่ยงที่ร่วมกันทำกับมหาดไทยคือ  เพชรบุรี ในพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนเพชร   จ.ประจวบ เทศบาลหัวหิน  บางสะพาน จ.ชุมพร อ.เมือง  สวี หลังสวน   อ.เมืองระนอง   จ.นครศรีธรรมราช อ.นบพิตำ  ท่าศาลส พรหมบุรี ฉวาง ทุ่งใหญ่ เทศบาลเมือง  ลุ่มน้ำปากพนัง ทุ่งสง ชะอวด    จ.สุราษฏร์ธานี อ.พุนพิน เคียนซา  พระแสง  ไชยา อ.เมืองสุราษฏร์  กาญจนดิษฐ์  บ้านนาเดิม เวียงสระ   จ.สงขลาบริเวณทะเลสาบสงขลา   ปัตตานี  ชุมชนริมแม่น้ำลุ่มน้ำปัตตานี   เทศบาลเมืองปัตตานี   จ.ยุลา ชุมชนริมแม่น้ำสายบุรี   เทศบาลยะลา   นราธิวาส เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก  พื้นที่โครงการส่งน้ำโก –ลก   พื้นที่รอบพรุโต๊ะแดง อ.เมืองนราธิวาส พื้นที่ริมแม่น้ำบางนรา  และริมคลองยะกัง

นายกอบชัย  บูญอรนะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า กรมได้เข้าช่วยเหลือในเรื่องอุปโภค บริโภค กับประชาชนในทุกพื้นที่และประสานงานในการช่วยเหลือให้ทันกับสถานการณ์  และการช่วยเหลือเร่งด่วนตามเกณฑ์การช่วยเหลือของกระทรวงการคลัง

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา