
ปี’61สถิติใหม่ ดัชนีทะลุ 1,789 จุด
ผลของการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดกรอบการเลือกตั้งว่าเป็นเดือน พ.ย. 2561
โดย บงกชรัตน์ สร้อยทอง
ผลของการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดกรอบการเลือกตั้งว่าเป็นเดือน พ.ย. 2561 เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ได้ผลักดันดัชนีหุ้นไทยให้ทะลุและยืนเหนือ1,700 จุดทันที ส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์(บล.) บางแห่งเริ่มปรับมุมมองหุ้นไทยขึ้นจากเดิม โดยหันไปใช้ราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) และมองกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไกลถึงปีหน้าเฉลี่ยส่วนใหญ่ใกล้ระดับเกือบ 1,800-1,900 จุดแทน จากเดิมมองแนวต้านแค่ปีนี้ที่ 1,700 จุด
"ประกิต สิริวัฒนเกตุ" ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.กสิกรไทย มองว่า ความจริง ขั้นตอนความชัดเจนเลือกตั้งมีลำดับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไปสหรัฐ และช่วงวันที่ 7-8 ต.ค. ประกาศราชกิจจานุเบกษา พ.ร.ป. ว่าด้วยเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งเหลือเพียง 2 ฉบับ คือ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ส่งผล ให้ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อประเทศดีขึ้น และทำให้เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามา ในไทยอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ดังกล่าว จนค่าเงินบาทแข็งค่าทันที 1% ทำให้มองปีหน้าหุ้นไทยมีโอกาสเกิน 1,790 จุด และจากสถิติดัชนีหุ้นจะตอบรับล่วงหน้าก่อนถึงวันเลือกตั้ง 6-8 เดือน โดยจะให้ ผลตอบแทน 10-28%
อย่างไรก็ตาม ให้ระวังแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุนรายบุคคลและบัญชีของ บล.จากการซื้อราคาหุ้นบนกระดานจริง เพื่อมารองรับกับธุรกิจบล็อกเทรดของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงหุ้นรายตัวที่หลายโบรกเกอร์เริ่มหันมาให้ความสนใจและนับวันจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มากกว่าที่จะเป็นแรงขายของนักลงทุนชาติ โดยให้แนวรับไว้ที่ 1,670-1,680 จุด
"ไพบูลย์ นลินทรางกูร" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า สภาพคล่องโลกยังทำให้หุ้นทั่วโลกและหุ้นไทยมี โอกาสสู่ภาวะกระทิงอีก 2 ปี แม้เดือน ต.ค.นี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มลดขนาด งบดุลลง แต่ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับเงินจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ที่ยุโรปและญี่ปุ่นยังใส่ เข้ามาเมื่อสภาพคล่องยังล้นระบบเงินยัง ต้องการหาที่ไปอยู่
ประเด็นที่น่ากังวลคือปลายปี 2561 หรือปี 2562 ที่ยุโรปและญี่ปุ่นเริ่มลดการทำคิวอี และเฟดก็เพิ่มการลดขนาดงบดุลไปอีก ซึ่งทำให้สภาพคล่องโลกลดลงและเงินจะเลือกหาที่ไปมากขึ้น ก่อนที่จะใช้เวลาอีกหลายปีที่สภาพคล่องจะกลับเข้าสู่เท่าเดิม
ดังนั้น หุ้นไทยปีหน้าน่าจะทำลายสถิติเดิมที่เคยทำได้ 1,789 จุด ในปี 2537 โดยทิสโก้มองดัชนีปีหน้าไว้ที่ 1,850 จุด โดยระหว่างนี้อาจเห็นแรงเทขายทำกำไรออกมา ซึ่งสิ้นปีไม่น่าจะปิดต่ำกว่า 1,700 จุดได้ เพราะเศรษฐกิจไทยออกมายังดีขึ้นต่อเนื่อง และการลงทุนภาครัฐโครงการใหญ่เริ่มเห็นผล
"ภรณี ทองเย็น" รองกรรมการ ผู้อำนวยการ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า อาจเพิ่มระดับพี/อี ปีหน้าเป็น 18-20 เท่า โดยสมมติฐานที่กำไร บจ. 110 บาท/หุ้น หรือดัชนีหุ้นไทยมากกว่า 1,800 จุด จากเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เพิ่งปรับดัชนี ปีนี้แตะ 1,700 จุด และปีหน้า 1,766 จุด ที่ พี/อี 16.5 เท่า จากตัวเลขเศรษฐกิจของไทย ออกมาดี แต่ความชัดเจนเลือกตั้งเพิ่งเข้ามา ซึ่งจะกลายเป็นแรงขับให้รัฐบาลต้องรีบผลักดันการลงทุนภาครัฐและโครงการขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นต่อเนื่อง
นอกจากนั้น ปัจจัยการเลือกตั้งยังทำให้ผลสำรวจจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนล่าสุด มองว่าหุ้นไทยไตรมาส 4 ยังเป็นขาขึ้นและจะแตะระดับสูงสุดที่ 1,750 จุด และปีหน้าที่ 1,810 จุด รวมถึงผลการสำรวจของดัชนีความเชื่อมั่นผู้ลงทุนที่มองตลาดหุ้นไทยไป 3 เดือนข้างหน้าวิ่งขึ้นระดับที่เกณฑ์ร้อนแรงมาก โดยไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่การจัดทำ ดัชนีมา
แต่จากนี้คงต้องมาดูว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงนั้นเป็นอย่างไร







