posttoday
ปี’61สถิติใหม่ ดัชนีทะลุ 1,789 จุด

ปี’61สถิติใหม่ ดัชนีทะลุ 1,789 จุด

23 ตุลาคม 2560

ผลของการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดกรอบการเลือกตั้งว่าเป็นเดือน พ.ย. 2561

โดย บงกชรัตน์ สร้อยทอง

ผลของการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดกรอบการเลือกตั้งว่าเป็นเดือน พ.ย. 2561 เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ได้ผลักดันดัชนีหุ้นไทยให้ทะลุและยืนเหนือ1,700 จุดทันที ส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์(บล.) บางแห่งเริ่มปรับมุมมองหุ้นไทยขึ้นจากเดิม โดยหันไปใช้ราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) และมองกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไกลถึงปีหน้าเฉลี่ยส่วนใหญ่ใกล้ระดับเกือบ 1,800-1,900 จุดแทน จากเดิมมองแนวต้านแค่ปีนี้ที่ 1,700 จุด

"ประกิต สิริวัฒนเกตุ" ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.กสิกรไทย มองว่า ความจริง ขั้นตอนความชัดเจนเลือกตั้งมีลำดับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไปสหรัฐ และช่วงวันที่ 7-8 ต.ค. ประกาศราชกิจจานุเบกษา พ.ร.ป. ว่าด้วยเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งเหลือเพียง 2 ฉบับ คือ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ส่งผล ให้ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อประเทศดีขึ้น และทำให้เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามา ในไทยอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ดังกล่าว จนค่าเงินบาทแข็งค่าทันที 1% ทำให้มองปีหน้าหุ้นไทยมีโอกาสเกิน 1,790 จุด และจากสถิติดัชนีหุ้นจะตอบรับล่วงหน้าก่อนถึงวันเลือกตั้ง 6-8 เดือน โดยจะให้ ผลตอบแทน 10-28%

อย่างไรก็ตาม ให้ระวังแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุนรายบุคคลและบัญชีของ บล.จากการซื้อราคาหุ้นบนกระดานจริง เพื่อมารองรับกับธุรกิจบล็อกเทรดของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงหุ้นรายตัวที่หลายโบรกเกอร์เริ่มหันมาให้ความสนใจและนับวันจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มากกว่าที่จะเป็นแรงขายของนักลงทุนชาติ โดยให้แนวรับไว้ที่ 1,670-1,680 จุด

"ไพบูลย์ นลินทรางกูร" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า สภาพคล่องโลกยังทำให้หุ้นทั่วโลกและหุ้นไทยมี โอกาสสู่ภาวะกระทิงอีก 2 ปี แม้เดือน ต.ค.นี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มลดขนาด งบดุลลง แต่ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับเงินจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ที่ยุโรปและญี่ปุ่นยังใส่ เข้ามาเมื่อสภาพคล่องยังล้นระบบเงินยัง ต้องการหาที่ไปอยู่

ประเด็นที่น่ากังวลคือปลายปี 2561 หรือปี 2562 ที่ยุโรปและญี่ปุ่นเริ่มลดการทำคิวอี และเฟดก็เพิ่มการลดขนาดงบดุลไปอีก ซึ่งทำให้สภาพคล่องโลกลดลงและเงินจะเลือกหาที่ไปมากขึ้น ก่อนที่จะใช้เวลาอีกหลายปีที่สภาพคล่องจะกลับเข้าสู่เท่าเดิม

ดังนั้น หุ้นไทยปีหน้าน่าจะทำลายสถิติเดิมที่เคยทำได้ 1,789 จุด ในปี 2537 โดยทิสโก้มองดัชนีปีหน้าไว้ที่ 1,850 จุด โดยระหว่างนี้อาจเห็นแรงเทขายทำกำไรออกมา ซึ่งสิ้นปีไม่น่าจะปิดต่ำกว่า 1,700 จุดได้ เพราะเศรษฐกิจไทยออกมายังดีขึ้นต่อเนื่อง และการลงทุนภาครัฐโครงการใหญ่เริ่มเห็นผล

"ภรณี ทองเย็น" รองกรรมการ ผู้อำนวยการ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า อาจเพิ่มระดับพี/อี ปีหน้าเป็น 18-20 เท่า โดยสมมติฐานที่กำไร บจ. 110 บาท/หุ้น หรือดัชนีหุ้นไทยมากกว่า 1,800 จุด จากเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เพิ่งปรับดัชนี ปีนี้แตะ 1,700 จุด และปีหน้า 1,766 จุด ที่ พี/อี 16.5 เท่า จากตัวเลขเศรษฐกิจของไทย ออกมาดี แต่ความชัดเจนเลือกตั้งเพิ่งเข้ามา ซึ่งจะกลายเป็นแรงขับให้รัฐบาลต้องรีบผลักดันการลงทุนภาครัฐและโครงการขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนั้น ปัจจัยการเลือกตั้งยังทำให้ผลสำรวจจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนล่าสุด มองว่าหุ้นไทยไตรมาส 4 ยังเป็นขาขึ้นและจะแตะระดับสูงสุดที่ 1,750 จุด และปีหน้าที่ 1,810 จุด รวมถึงผลการสำรวจของดัชนีความเชื่อมั่นผู้ลงทุนที่มองตลาดหุ้นไทยไป 3 เดือนข้างหน้าวิ่งขึ้นระดับที่เกณฑ์ร้อนแรงมาก โดยไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่การจัดทำ ดัชนีมา

แต่จากนี้คงต้องมาดูว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงนั้นเป็นอย่างไร

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน