posttoday
อุตฯยึกยักถอนกิจการรุนแรง หวั่นไม่มีอำนาจตามกฎหมาย

อุตฯยึกยักถอนกิจการรุนแรง หวั่นไม่มีอำนาจตามกฎหมาย

29 กันยายน 2553

โพสต์ทูเดย์ — กระทรวงอุตฯ ไม่ฟันธงจะเพิกถอนหรือระงับชั่วคราวกิจการรุนแรง หลังฝ่ายกฎหมายตกลงไม่ได้ว่ามีอำนาจหรือไม่ ด้านตัวแทนชุมชนออกแถลงการณ์ค้านกลุ่มต้านกิจการรุนแรง

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับหน่วยงานอนุมัติ อนุญาต ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปถึงแนวทางการดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับกิจการที่เข้าข่ายประเภท 11 กิจการรุนแรง นอกเหนือจาก 67 กิจการก่อนหน้านี้ได้ เนื่องจากยังมีความเห็นต่างกันถึงการใช้อำนาจของแต่ละหน่วยงาน ในการจะไประงับกิจการหรือเพิกถอนใบอนุญาต โดยจะได้เร่งหาข้อสรุปเรื่องนี้โดยเร็วอีกครั้ง

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอยู่ระหว่างการรวบรวมกิจการที่เข้าข่าย 11 กิจการรุนแรง ที่อยู่นอกเหนือ 76 กิจการเดิมซึ่งเบื้องต้นกิจการที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมคาดว่าจะเข้าข่ายกิจการรุนแรงประมาณ 5 กิจการ ได้แก่ 1.โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเก็คโค่วัน 2.โครงการกำจัดกากขยะอุตสาหกรรมของบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) โครงการที่ 3 และ4 เป็นโครงการโรงหลอมตะกั่ว และ 5.โครงการโรงถลุงเหล็กของบริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย)

นอกจากนี้ ยังมีกิจการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กพร. อีก 3 กิจการ ได้แก่1.โครงการเหมืองแร่สังกะสีของบริษัทผาแดงอินดัสทรี 2.โครงการเหมืองแร่และเหมืองหินของบริษัท เอ็น.ที.เอส.สตีล กรุ๊ป และ 3.โครงการโรงหลอมตะกั่วของบริษัท ไทยนันเฟอรัสเมทัล

อย่างไรก็ตาม การประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (บอร์ดสิ่งแวดล้อม) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา มีมติให้บอร์ดสิ่งแวดล้อมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ในฐานะผู้ถูกฟ้องกรณีประกาศ 11 ประเภทกิจการรุนแรง ทำให้ต้องรอคำตัดสินจากศาลปกครองสูงสุดก่อน ซึ่งคาดว่าน่าจะยื่นอุทธรณ์ได้ไม่เกินวันที่ 2 ต.ค.นี้ ตามที่ศาลปกครองกลางเปิดให้ผู้ถูกฟ้องและผู้ฟ้องสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันนับจากศาลปกครองมีคำตัดสิน

นายวิเชียร ศักดิ์เจริญ ประธานชุมชนมาบข่าอ้ายงอน ตัวแทนผู้นำชุมชน29 ชุมชน จาก 33 ชุมชนในพื้นที่มาบตาพุด ได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าขอให้เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกฟังความเห็นส่วนใหญ่ และฟังการตัดสินตามคำสั่งศาลปกครองและมติคณะรัฐมนตรีเรื่อง 11 กิจการรุนแรง และขอให้ยุติการเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่มาบตาพุดเพราะการเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจสังคมและการค้าขายของคนมาบตาพุดสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก

รวมทั้งต้องการให้รัฐบาลดำเนินการตามงบประมาณโครงการที่มีการจัดสรรให้กับพื้นที่ในการแก้ไขปัญหามาบตาพุด เนื่องจากทราบว่าบางส่วนของงบประมาณยังติดอยู่ที่สำนักงบประมาณ และขอให้รัฐบาลยกฐานะเทศบาลเมืองมาบตาพุดเป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เพื่อคล่องตัวในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาของพื้นที่ในระดับสูงกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วไป เพื่อเป็นการสร้างมิติของการแก้ไขปัญหาและพัฒนาแบบยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค