posttoday
ไฟแนนเชียลไดเจสต์

ไฟแนนเชียลไดเจสต์

21 ตุลาคม 2560

ผลจากการที่บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น

แนะทิ้ง PACE

ผลจากการที่บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น ได้ลงนามในหนังสือยกเลิกข้อตกลงแบบมีเงื่อนไข (CCU) จำนวนสองฉบับกับผู้ร่วมทุน 3 ราย ทำให้บริษัทไม่มีภาระผูกพันในการซื้อหุ้นบุริมสิทธิกลุ่ม ค ในบริษัท เพซ โปรเจ็ค วัน และบริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี  รวม 3,747.6 ล้านบาท จากผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ ทำให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส แนะนำเปลี่ยนตัวเล่นเพราะมีความเสี่ยงว่าส่วนผู้ถือหุ้นจะติดลบ

ทั้งนี้ สิ้นไตรมาส 2 พบว่ามีส่วนของผู้ถือหุ้น 6,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย เทียบกับสิ้นไตรมาสแรกที่มีส่วนของผู้ถือหุ้น 1,000 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 2 มีการบันทึกกำไรสุทธิ 5,300 ล้านบาท ส่วนสำคัญมาจากกำไรตีมูลค่าโครงการจุดชมวิว โรงแรม และมหานคร
คิวบ์ 8,860 ล้านบาท โดยกรณีเลวร้ายสุด หากต้องหักรายการพิเศษออกไป อาจทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบได้

แม้การยกเลิก CCU ทำให้บริษัทไม่ต้องมีภาระในการจัดหาเงินทุนกว่า 3,000 ล้านบาท แต่ต้องติดตามกรณีขึ้นเครื่องหมาย NP เนื่องจากผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบกำไรขาดทุน และให้ข้อสรุปอย่างมีเงื่อนไขต่องบแสดงฐานะการเงินระหว่างกาลสิ้นไตรมาส 2 ซึ่ง PACE อยู่ระหว่างชี้แจงข้อมูลเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริง

ก่อนหน้านี้การทำหนังสือ CCU กับกลุ่มผู้ร่วมทุนทำให้บริษัทมีภาระผูกพันในการซื้อหุ้นบุริมสิทธิจากผู้ถือหุ้นใน 2 บริษัทย่อยข้างต้นรวมมูลค่า 3,700 ล้านบาท (รวมผลตอบแทน) ภายในวันที่ 28 ส.ค. 2561 หรือวันที่บริษัทมีทุนเพียงพอจากการขายสินทรัพย์ของสองบริษัทย่อยข้างต้น

TREIT ทรัสต์ใหญ่สุด

นายพีระพัฒน์ ศรีสุคนธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทคอน แมนเนจเม้นท์ หรือ TMAN ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไทคอน หรือ TREIT กล่าวว่า บริษัทยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุมัติเพิ่มทุน TREIT ภายหลังจากการแปลงสภาพจากกองทุนรวมเข้าสู่กองทรัสต์ TREIT โดย TREIT จะทำการรับโอนทรัพย์สินและภาระของกองทุนรวม TFUND TLOGIS และ TGROWTH โดยแลกกับหน่วยทรัสต์ TREIT พร้อมเงินสดที่จะทำให้ TREIT ขนาดใหญ่ขึ้นมูลค่าทรัพย์สินกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ประชุมผู้ถือหน่วย TREIT ยังอนุมัติแผนลงทุนเพิ่มภายหลังการรองรับการแปลงสภาพ โดยกองทรัสต์ TREIT จะใช้สิทธิลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มของกลุ่มบริษัท ไทคอน ภายหลังการแปลงสภาพกองทุนรวมไม่น้อยกว่า 3,500 ล้านบาท ด้วยวิธีการกู้เงินเพื่อมาซื้อทรัพย์สิน แทนการเพิ่มทุน โดยภายหลังจากการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มแล้ว จะทำให้กองทรัสต์ TREIT มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยมูลค่าทรัพย์สินกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา