posttoday
ธุรกิจฮิตตั๋วบี/อี ก.ย.ขาย9พันล.

ธุรกิจฮิตตั๋วบี/อี ก.ย.ขาย9พันล.

29 กันยายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — ตั๋วเงินระยะสั้นฮอตไม่เบา เฉพาะเดือน ก.ย. เอกชนระดมเงินเฉียด 9,000 ล้านบาท ESSO ใช้มากสุด

รายงานข่าวจากสมาคมตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนยังคงนิยมการระดมเงินด้วยการออกตั๋วเงินระยะสั้น (บี/อี) ซึ่งเห็นได้จากการนำตั๋ว บี/อี เข้าจดทะเบียนซื้อขายกับสมาคม และโดยเฉพาะเดือนนี้จนถึงวันที่ 28 ก.ย. 2553 มีเอกชนประมาณ 17 แห่ง ได้ขายตั๋ว บี/อี ให้กับนักลงทุน คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 8,984.05 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากดูตั๋ว บี/อี ที่เสนอขาย จะเห็นว่ามีอายุหลากหลาย โดยอายุสั้นสุดอายุ 25 วัน และนานที่สุดอายุ 268 วัน ส่วนบริษัทที่ขายตั๋ว บี/อี มากที่สุดคือ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) หรือ ESSO ที่ออก บี/อี วงเงินรวม 4,200 ล้านบาท แบ่งเป็นอายุ 31 วัน วงเงิน 1,600 ล้านบาท และอายุ 29 วัน วงเงิน 2,600 ล้านบาท

ขณะที่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ก็ออกตั๋ว บี/อี เช่นกัน วงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยมีอายุ 36 วัน

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจเช่าซื้อที่ระดมเงินด้วยการออก บี/อี เช่น บริษัท ฐิติกร (TK) ระดมเงิน 340 ล้านบาท และทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ออก บี/อี 266.07 ล้านบาท

ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่พึ่งตลาด บี/อี คือบริษัท ศุภาลัย (SPALI) ออก บี/อี อายุ 60 วัน วงเงิน 210 ล้านบาท อายุ 92 วัน วงเงิน 100 ล้านบาท ขณะที่บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ขายวงเงิน 850 ล้านบาท

ก่อนหน้าบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์ว่าเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาส่วนหนึ่งเข้าลงทุนในตลาด บี/อี และช่วงกว่า 3 เดือน มีเงินลงทุนเข้าตลาด บี/อี มูลค่ารวมกว่า 2 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนักลงทุนต่างชาติได้เริ่มขายเงินลงทุนในตลาดตราสารหนี้หนี้แล้ว โดยเมื่อวันที่ 27 ก.ย. ขายกว่า 3,500 ล้านบาท นับเป็นครั้งแรกในรอบ 6 วัน ที่นักลงทุนต่างชาติได้ขายตราสารหนี้ในวงเงินสูง และทำให้ยอดซื้อสะสมสุทธิคงเหลือ 1.76 แสนล้านบาท ทำให้ค่าเงินบาทเริ่มมีทิศทางแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 30.8330.55 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย