posttoday
หุ้นแบงก์กำไรแจ่มตามศก.

หุ้นแบงก์กำไรแจ่มตามศก.

29 กันยายน 2553

หุ้นแบงก์ดูดีขึ้น เอเซีย พลัสเพิ่มเป้ากำไร คาดไตรมาส 3 โตกว่าไตรมาสก่อน สินเชื่อดอกเบี้ยรับเพิ่ม BAY เด่น เจพีมอร์แกนเพิ่มราคา SCB เป็น 125 บาท

หุ้นแบงก์ดูดีขึ้น เอเซีย พลัสเพิ่มเป้ากำไร คาดไตรมาส 3 โตกว่าไตรมาสก่อน สินเชื่อดอกเบี้ยรับเพิ่ม BAY เด่น เจพีมอร์แกนเพิ่มราคา SCB เป็น 125 บาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส (ASP) ได้ปรับประมาณการกำไรจากการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปีนี้ ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์หลังคาดว่าน่าจะดีขึ้นกว่างวดไตรมาส 2 เพราะสินเชื่อที่เติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ดีขึ้นตามแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น

หุ้นที่ชอบสูงสุดคือ บริษัททุนธนชาต (TCAP) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)

“แนะนำซื้อ BAY ให้ราคาเป้าหมาย 32.50 บาทในฐานะที่เป็นหุ้น Growth Stock คาดกำไรสุทธิปี 2553 และ 2554 เติบโตสูงที่สุดในกลุ่มเฉลี่ยราว 35% และ 32% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 9.2% และ 17% แม้สินเชื่อจะโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ก็ตาม โดยไตรมาส 3 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ประมาณ 13% และรวม 9 เดือนแรกคิดเป็น 74% ของประมาณการ”

บล.เอเซีย พลัสให้มูลค่าหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่ 120 บาท BBL เท่ากับ 185 บาท บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) 41 บาท และธนาคารกรุงไทย (KTB) 19 บาท

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากำไรสุทธิซึ่งได้รวมรายการพิเศษ พบว่ามีธนาคารบางแห่งที่มีกำไรสุทธิลดลง เช่น TISCO เพราะไตรมาส 2 รับรู้รายได้จากค่าที่ปรึกษาในการขายหุ้นธนาคารนครหลวงไทย (SCIB) จำนวน 140 ล้านบาท และกำไรจากการขายสินทรัพย์รอการขาย 100 ล้านบาท ส่วน BBL มีกำไรจากการขายหุ้นธนาคารสินเอเซีย (ACL) กว่า 2,000 ล้านบาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยให้น้ำหนักกลุ่มธนาคารมากกว่าตลาด และแนะนำให้ซื้อหุ้น BAY BBL และ KTB หลังประเมินการลดค่าธรรมเนียมมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานเพียงเล็กน้อย

เจ.พี.มอร์แกน คงคำแนะนำน้ำหนักลงทุนมากกว่าตลาดและปรับราคาเป้าหมายหุ้น SCB ขึ้นจาก 105 บาทเป็น 125 บาท โดยคาดว่ากำไรต่อหุ้นปี 25532555 จะเพิ่มขึ้น 6%, 6% และ 11% ตามลำดับโดยสินเชื่อเติบโตอย่างมีนัยสำคัญและปรับประมาณการ NIM ขึ้น เพราะได้ดีจากอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนและการขึ้นดอกเบี้ย

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ BBLที่ “BBB+” แนวโน้มมีเสถียรภาพ ซึ่งสะท้อนถึงเครือข่ายธุรกิจในประเทศและระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่ง ผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสถานะเงินกองทุนและฐานเงินฝากที่มั่นคง

อย่างไรก็ตาม สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าธนาคารอื่นในภูมิภาค แต่ผลการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่ง

เนื่องจากขนาดและความสำคัญของ BBL ต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจ ฟิทช์เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล หากมีความจำเป็น อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวปัจจุบันอยู่สูงกว่าอันดับเครดิตสกุลเงินต่างประเทศของประเทศอยู่ 1 อันดับและอยู่ในอันดับเดียวกันกับเพดานอันดับเครดิตของประเทศไทย เนื่องจากความแข็งแกร่งทางการเงินของตัวธนาคาร และความสามารถในการรองรับผลกระทบจากปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานของธนาคารที่ปรับตัวตัวอ่อนแอลงอย่างรุนแรง รวมทั้งการถือครองพันธบัตรรัฐบาลที่ยังอยู่ในระดับไม่สูง (13% ของสินทรัพย์รวม ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2553) และการที่มีการถือหุ้นโดยรัฐบาลในจำนวนที่จำกัด ทั้งนี้หากสถานะทางการเงินมีการปรับตัวอ่อนแอลง หรือมีการปรับลดเพดานอันดับเครดิตของประเทศไทย จะส่งผลกระทบในเชิงลบต่ออันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคาร ในขณะเดียวกันการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของผลกำไรและคุณภาพสินทรัพย์เทียบกับธนาคารอื่นในภูมิภาค และความสามารถในการรักษาระดับเงินกองทุนและสภาพคล่อง อาจมีผลในเชิงบวกต่ออันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 24 ก.ย. มีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นจำนวน 976 ล้านเหรียญสหรัฐ และตราสารหนี้อีก 5,678 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นเพียงปัจจัยเสริมให้เงินบาทแข็งค่า แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก โดยสาเหตุหลักเกิดจากเงินลงทุนโดยตรงมากกว่า

ประเทศควรใช้ประโยชน์จากการแข็งค่าของเงิน โดยลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและขจัดอุปสรรคให้บริษัทต่างประเทศเข้ามาระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้สะดวกขึ้น เช่น ภาษีเงินปันผล

ตลาดหุ้นไทยอ่อนตัวลง 3.20 จุด ปิดที่ 959.27 จุด แต่ต่างชาติซื้อมากถึง 2,643 ล้านบาท ส่วนสถาบันทิ้ง 2,657 ล้านบาท พอร์ต บล.ขาย 1,097 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค