
เอสลุยแบตฯรถเล็ก-อีโคคาร์
ยีเล็งเจรจาขอโออีเอ็ม5ค่ายรถ มั่นใจตลาดใหญ่ขอเริ่มก่อน
โพสต์ทูเดย์
— ยีเอส แบตเตอรี่ ลั่นขอลุยแบตเตอรี่รถยนต์อีโคคาร์ มั่นใจอีก 2 ปี รถอีโคคาร์เกลื่อนเมือง ขอเอี่ยวทั้งโออีเอ็ม และอาร์อีเอ็มนายศรันย์ ชินประหัษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามยีเอสเซลส์ เปิดเผยว่า แผนการลงทุนและการตลาดของบริษัทหลังจากนี้จะเน้นที่รถยนต์ขนาดเล็ก และรถยนต์ประหยัดพลังงาน หรืออีโคคาร์ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงมาก โดยในช่วงที่ผ่านมา ยีเอส มียอดจำหน่ายรวมสำหรับตลาดในประเทศ 2,500 ล้านบาท และมียอดขายผ่าน 1 ล้านลูกเร็วกว่าปีที่ผ่านมา โดยบริษัทเชื่อว่าสิ้นปีนี้จะสามารถทำยอดขายได้ 1.9 ล้านลูกได้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าในอนาคตรถยนต์ประหยัดพลังงาน หรือรถยนต์อีโคคาร์ จะมีบทบาทอย่างมากในอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทย เนื่องจากมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ถึง 5 ค่ายร่วมอยู่ในโครงการดังกล่าว ทำให้ต้องมีการผลิตรถอีโคคาร์เพื่อจำหน่ายในประเทศ และส่งออกในอีก 25 ปีข้างหน้าเป็นจำนวนมากถึง 5 แสนคัน
เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำให้ยีเอสมองเห็นถึงตลาดแบตเตอรี่รถยนต์สำหรับรถอีโคคาร์ว่าจะมีขนาดที่ใหญ่มาก ซึ่งบริษัทต้องการเข้าไปมีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์อีโคคาร์ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ต่างจากรถยนต์รุ่นปกติ โดยจะต้องมีระบบ ISS หรือ Idling Stop System ที่เป็นระบบที่เครื่องยนต์จะดับเมื่อรถหยุดนิ่ง เพื่อประหยัดพลังงานและลดไอเสีย โดยแบตเตอรี่รุ่นดังกล่าวจะต้องจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์แทนเครื่องยนต์ ทำให้แบตเตอรี่รุ่นนี้ต้องมีขนาดใหญ่กว่าปกติ
“
แบตเตอรี่ชนิดนี้ยังไม่มีการผลิตในประเทศไทย รถอีโคคาร์ที่จำหน่ายอยู่ก็ต้องสั่งจากญี่ปุ่น เพื่อนำมาประกอบในประเทศ ซึ่งเราก็เห็นโอกาสนี้ เลยพัฒนาแบตเตอรี่นี้ขึ้น และได้ส่งกลับไปให้บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นทดสอบ เมื่อผ่านมาตรฐานแล้วก็จะเข้าไปเจรจากับผู้ผลิตรถยนต์อีโคคาร์ทั้ง 5 ราย เพื่อขอเป็นซัพพลายเออร์ผลิตแบตเตอรี่ หรือโออีเอ็ม ให้กับรถอีโคคาร์ทั้ง 5 ค่าย” นายศรันย์ กล่าวนอกจากนี้ ในตลาดทดแทน หรืออาร์อีเอ็ม ของแบตเตอรี่รถอีโคคาร์ ที่เชื่อว่าประมาณสิ้นปีหน้า รถอีโคคาร์คันแรกก็ถึงเวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้ว ซึ่งบริษัทก็พร้อมที่จะขายในตลาดทดแทนด้วยเช่นกัน
นายศรันย์ กล่าวต่อว่า การรุกตลาดแบตเตอรี่รถอีโคคาร์นั้น ทำให้บริษัทต้องขยายโรงงานออกไปอีก 30 ไร่ เป็น 60 ไร่ ใช้เงินลงทุนอีก 450 ล้านบาท สำหรับซื้อเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตแบตเตอรี่จากเดิมที่ผลิตได้ปีละ 4 ล้านลูก เป็น 56 ล้านลูก ใน 2 ปี
นอกจากนี้ จะบุกตลาดในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการตั้งหน่วยงานในการบุกตลาดต่างประเทศขึ้นแล้ว







