
เรียนรู้ยักษ์ใหญ่
ทำไมเราต้องสนใจเรื่องราวของจีนด้วย? เป็นคำถามที่หลายคนอาจสงสัย
ทำไมเราต้องสนใจเรื่องราวของจีนด้วย? เป็นคำถามที่หลายคนอาจสงสัย คำตอบง่ายๆ ก็คือว่า ถ้าคุณอยากทันโลกในยุคนี้ อย่างน้อยที่สุด คุณควรติดตามข่าวสารของ 3 ประเทศยักษ์ใหญ่ให้ทัน อันได้แก่ อเมริกา รัสเซีย และจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน เพราะประเทศนี้มีความใกล้ชิดกับประเทศไทยเรามาก และจีนก็เป็นยักษ์ใหญ่ฝั่งตะวันออก ที่กำลังมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ดังนั้น ถ้าตามข่าวจีนไม่ทัน ก็อาจตามกระแสโลกไม่ทัน เพราะถ้าคิดจะทำอะไรแล้ว จีนทำได้แทบทั้งนั้นและมักจะทำได้ บนวิถีของตนเอง ด้วยเทคโนโลยีของตัวเอง และด้วยมันสมองของคนจีนเอง ซึ่งหลายๆ อย่างก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินตามวิธีของประเทศตะวันตกก็ได้
การบ่มเพาะทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ เป็นหัวใจหลัก ที่ทำให้ประเทศนี้มีต้นทุนสำหรับการสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ รวมถึงการสนับสนุนอย่างจริงจังจากรัฐบาลทำให้นวัตกรรมใหม่ๆ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นประโยชน์ สอดคล้องกับการทิศทางพัฒนาประเทศของตนเอง ครั้นเมื่อถึงยุคที่จีนประกาศจะให้ความสำคัญกับการลดโลกร้อน ก็เป็นเรื่องน่าสนใจอีกว่าจีนมีวิธีจัดการอย่างไรในรูปแบบของตัวเองเพื่อเป็นการลดมลภาวะทางอากาศ และบรรเทาปัญหาหมอกควันในกรุงปักกิ่งได้อย่างไร? รัฐบาลจีนเริ่มต้นด้วยการยกเลิกการใช้ถ่านหินเพื่อเป็นเชื้อเพลิงหุงต้มในครัวเรือน สั่งย้ายโรงงานออกไปไว้นอกกรุงปักกิ่ง สั่งปิดโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดมลภาวะ ในขณะเดียวกันก็พยายามพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และเกิดมลภาวะน้อยที่สุด โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ถูกปิดไปบางโรงก็จะยังเก็บเอาไว้ใช้งานยามฉุกเฉิน ส่วนโรงที่เก่ามากๆ แล้ว ก็จะเอาพื้นที่ไปใช้งานอย่างอื่นแทน เช่น ทำเป็นหอนิทรรศการศิลปะ
แต่มหานครซึ่งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาของประเทศคงไม่อาจเดินหน้าได้ หากไม่มีพลังงานไฟฟ้าคอยขับเคลื่อน นอกจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้ว จีนก็ยังมีโรงไฟฟ้าเสินหวา กัวหัว (Guohua) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าแห่งนี้เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 2013 ใช้เวลาแค่ 2 ปี โรงไฟฟ้าเสินหวา กัวหัว ก็สามารถใช้งานได้ โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้มีกำลังการผลิต 950 เมกะวัตต์ แต่ว่าใช้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลโรงไฟฟ้านี้แค่ประมาณ 30 คน เขาบอกว่าเทคโนโลยีของที่นี่ทันสมัยมาก ไม่ต้องใช้คนเยอะ จำนวนเจ้าหน้าที่ 30 คนที่ว่าน้อยแล้ว แต่ในห้องควบคุมเขาใช้เจ้าหน้าที่เพียง 3 คน เพื่อควบคุมทั้งโรงไฟฟ้า!!! โรงไฟฟ้าแห่งนี้จึงถือเป็นต้นแบบของ "Smart power plant" ก็คือ โรงไฟฟ้าที่มีระบบจัดการที่ทันสมัย แล้วก็คอนโทรลจากจุดนี้เพียงจุดเดียว และยังได้ชื่อว่าเป็นโรงไฟฟ้าที่ "ฉลาดที่สุดและใช้คนบริหารจัดการน้อยที่สุด" นี่แหละ ความเจ๋งของจีน!!!
โรงไฟฟ้าแห่งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในโครงการสีเขียวของปักกิ่ง ที่ต้องการปรับสัดส่วนของแหล่งผลิตพลังงาน ควบคู่ไปกับการตอบสนองความต้องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันปักกิ่งมีโรงไฟฟ้าที่เป็นพลังงานสะอาดจำนวนหลายโรงแล้ว ซึ่งทำให้ปักกิ่งกลายเป็นเมืองแรกของจีน ที่มีแต่แหล่งพลังงานสะอาด แต่ความต้องการใช้ไฟฟ้ามีมากเกินกว่ากำลังผลิตของโรงไฟฟ้าที่มีอยู่จึงต้องดึงเอาพลังงานไฟฟ้า จากนอกเขตกรุงปักกิ่งมาใช้ ซึ่งโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ ก็ยังเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการเป็นเมืองที่ใช้พลังงานสะอาด โรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะส่งไฟฟ้ามาต้องมีประสิทธิภาพการทำงานสูง และก่อให้เกิดมลภาวะต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้น เทคโนโลยีอะไรที่มีก็ระดมกันมาใช้มาพัฒนาเพื่อให้เกิดโรงไฟฟ้าที่มีมลภาวะต่ำที่สุดจนเกือบจะเป็นศูนย์
โรงไฟฟ้าที่ว่านั้น คือ โรงไฟฟ้าถ่านหิน "กัวหัว ซ่านเหอ" อยู่ใกล้กับกรุงปักกิ่งมากห่างจากจัตุรัสเทียนอันเหมิน ใจกลางกรุงปักกิ่ง แค่ 37.5 กม. เท่านั้นเอง สร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1999 และมีการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในปี 2014 จนได้ชื่อว่าเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ปล่อยมลภาวะเกือบจะเป็นศูนย์ หรือ "Near- Zero Emissions" มีกำลังการผลิตสูงถึง 1,300 เมกะวัตต์ ได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ใน 3 สุดยอด ของโรงไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดมลภาวะที่ต่ำ และได้รับการยกย่องจากกระทรวงพลังงานของจีนให้เป็นโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดเชื้อเพลิง และมีมลพิษต่ำกลายเป็นโรงไฟฟ้าต้นแบบของประเทศจีนไปเลย
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในประเทศจีน อาจทำให้หลายคนต้องคิดทบทวนใหม่ยิ่งได้ฟังมุมมองจากคนที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการถ่านหินด้วยแล้ว จะได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่แตกต่างไปจากข้อมูลและข่าวสารของโลกตะวันตกที่เราเคยได้รับ ซึ่งเรื่องนี้ Mr. WANG Vice president China Shenhua Energy Company Limited ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บนพื้นฐานการใช้พลังงานฟอสซิลที่สืบเนื่องมาเป็นเวลากว่า 200 ปี ปัจจุบัน พวกเรากำลังใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นจำนวนมาก สืบเนื่องจากความก้าวหน้าที่ไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยี พลังงานทดแทน จึงได้ชื่อว่าสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นที่ต้องการของทุกคน แต่ปัจจุบันนี้ ต้นทุนของพลังงานทดแทน ก็ยังสูงเอาการอยู่ จึงเป็นข้อจำกัด ในการผลิตและการใช้งาน ในทางกลับกันต้นทุนการผลิตและการใช้งาน พลังงานฟอสซิลแบบเดิมๆ อย่างถ่านหินนั้น ค่อนข้างต่ำ และยิ่งมีกระบวนการควบคุมมลพิษในขั้นตอนการผลิตไฟฟ้า จึงทำให้การใช้พลังงานถ่านหินด้วยเทคโนโลยีสะอาด และมีประสิทธิภาพสูงกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้
เมื่อมองแผนจัดการพลังงานของประเทศจีนที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ได้เสนอแนวคิดเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาพลังงานเพื่อผลักดันการผลิตและบริโภคพลังงานของจีนที่ว่า "สี่ปฏิวัติ หนึ่งความร่วมมือ" ซึ่งเสินหวากรุ๊ป (Senhua group) ได้ยึดตามแนวคิดเชิงกลยุทธ์ ในการพัฒนาพลังงานโดยดำเนินยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานสะอาด และผลักดันการใช้พลังงานถ่านหินอย่างสะอาดและมีประสิทธิภาพสูง ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินด้วยเทคโนโลยีสะอาด ของเสินหวา กรุ๊ป จึงสามารถใช้พลังงานถ่านหินผลิตไฟฟ้า โดยมีการปล่อยมลภาวะออกมาน้อยมากหรือที่เราเรียกกันว่า "การปล่อยมลภาวะออกมาใกล้เคียงศูนย์" (Near zero emission) ซึ่งเทียบเท่ามาตรฐานของการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติเลยทีเดียว ทำให้ปริมาณฝุ่น ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมา ลดลงจากค่ามาตรฐานถึง 90% เรียกได้ว่าเป็นไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาก นอกจากนั้น ในประเทศจีน การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินด้วยเทคโนโลยีสะอาด ที่ปล่อยมลภาวะออกมาน้อยมาก ก็ยังมีต้นทุนเพียงครึ่งหนึ่งของการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ประหยัดมากอีกด้วย
โรงไฟฟ้าถ่านหินโจวซาน (GuohuaZhoushan power plant ) ในเครือ เสินหวา กรุ๊ป ถือเป็นโรงไฟฟ้าที่สร้างขึ้นใหม่โรงแรกที่ปล่อยมลภาวะใกล้เคียงศูนย์ เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่เป็นโรงสาธิตของจีน ในเรื่องประหยัดพลังงานและลดการเกิดมลภาวะ ปัจจุบัน เสินหวา กรุ๊ป มีโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินที่บรรลุ "การปล่อยมลภาวะใกล้เคียงศูนย์" แล้วถึง 67 โรง ซึ่งได้รับการยอมรับและเชื่อมั่นจากรัฐบาลจีน เพราะประสบการณ์จากการปฏิบัติจริงของเสินหวา กรุ๊ป ได้พิสูจน์แล้วว่าเทคโนโลยี "การปล่อยมลภาวะใกล้เคียงศูนย์" ในการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหินนั้น ปฏิบัติได้จริง ต้นทุนสมเหตุสมผล และเป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อมจริง แล้วเมื่อพิจารณาถึงทรัพยากรพลังงานในโลกที่ธรรมชาติ มอบให้ และสภาพการณ์ปัจจุบันของเทคโนโลยีด้านพลังงาน ถ่านหิน และไฟฟ้าสะอาดจากพลังงานถ่านหิน ก็ยังคงเป็นหลักประกันด้านพลังงานที่สำคัญ ในการพัฒนาของโลกทั้งวันนี้ และอนาคตข้างหน้าต่อไป
ก่อนหน้านี้ เมื่อเรามองฝั่งยุโรป มองอเมริกาเป็นต้นแบบ เวลาเราพูดถึงพลังงานสะอาด เราก็จะนึกถึงการติดตั้งกังหันลม การสร้างโซลาร์ฟาร์ม เป็นหลัก แต่พอเราเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศจีน จีนกลับบอกว่าถ้าอยากได้พลังงานสะอาด ก็เอาเทคโนโลยี เอาสติปัญญา เข้าไปแก้ไขปรับปรุงข้อจำกัดเดิมของถ่านหิน นอกจากจะได้พลังงานสะอาดแล้ว ยังได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นรวมไปถึงราคา ค่าไฟต่อหน่วยก็ถูกกว่าพลังงานหมุนเวียน จากพลังงานลมหรือแสงอาทิตย์อีกด้วย เรื่องแบบนี้ถ้าไม่ใช่จีนอาจคิดไม่ได้หรือถ้าคิดได้ก็ไม่สามารถทำได้คุ้มค่าเหมือนที่จีนทำ วิธีคิดหลายๆ อย่างของจีนแบบนี้เอง จึงสามารถเปลี่ยนแปลงกระแสโลกได้จริงๆ







