posttoday
บัตรคนจนปัญหาผุด ร้านค้า-ผู้ใช้ร้องรัฐช่วย

บัตรคนจนปัญหาผุด ร้านค้า-ผู้ใช้ร้องรัฐช่วย

20 ตุลาคม 2560

หลังจากภาครัฐเริ่มประกาศใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา พบมีปัญหาเกิดขึ้น

โดย...จะเรียม สำรวจ

หลังจากภาครัฐเริ่มประกาศใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้รับสิทธิก็ต่างพากันมาใช้สิทธิในร้านค้าที่มีเครื่องรูดบัตรกันอย่างคึกคัก เนื่องจากส่วนหนึ่งเข้าใจว่าใช้ได้วันเดียว และบางส่วนเข้าใจว่าต้องใช้ให้หมดภายในครั้งเดียว ไม่สามารถใช้วันหลังได้

จากความเข้าใจดังกล่าวจึงทำให้วันแรกที่เริ่มเปิดใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีประชาชนเข้ามาต่อแถวเพื่อซื้อสินค้าค่อนข้างยาว เนื่องจากร้านค้าที่รับสวัสดิการแห่งรัฐมีอยู่ค่อนข้างน้อย จึงทำให้ประชาชนเลือกที่จะมาวันเดียวและยอมต่อแถวยาวเพื่อซื้อสินค้านำไปใช้ในครัวเรือน

พจนารถ พรหมพันธุ์ เจ้าของ ร้านสมบูรณ์ ร้านขายของชำใน จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า บรรยากาศโดยทั่วไปของการจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่เริ่มเปิดใช้ วันแรกเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ค่อนข้างคึกคัก โดยเฉพาะร้านค้าที่อยู่ในตัวเมือง แต่สำหรับร้านสมบูรณ์ยังไม่ค่อยคึกคักเท่าไร เนื่องจากติดตั้งเครื่องรูดบัตรช้ากว่าร้านค้าอื่นๆ จึงทำให้ลูกค้าไม่ทราบว่าที่ร้านมีเครื่องรูดบัตร

อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูภาพรวมในเดือน พ.ย.อีกครั้ง หลังจากประชาชนได้รับการโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐว่าลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ทางร้านได้มีการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพิ่มขึ้นแล้ว

พจนารถ กล่าวต่อว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว อยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยดูแลในด้านของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่าร้านค้าไหนบ้างที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะเดียวกันก็อยากให้รัฐเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนว่า เงินที่โอนเข้าบัตรดังกล่าวสามารถใช้ได้กับสินค้าชนิดใดได้บ้าง

"ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ยังคงมีความสับสนเกี่ยวกับการใช้บัตรรูดซื้อสินค้า เนื่องจากก่อนหน้านี้ภาครัฐเคยออกมาประกาศว่าสามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้ทุกชนิด แต่ความเป็นจริงแล้วยังมีสินค้าอีกหลายกลุ่มที่ไม่สามารถซื้อได้ เช่น ก๊าซหุงต้ม เป็นต้น" พจนารถ กล่าว

ทั้งนี้ หากภาครัฐโยกวงเงินในส่วนของค่าเดินทางมารวมกับค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคน่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะคนต่างจังหวัดส่วนใหญ่ไม่ได้มีการเดินทางไปไหนมากนัก ขณะเดียวกันยังทำให้ประชาชนมีเงินใช้จ่ายซื้อสินค้าที่จำเป็นมากขึ้นอีกด้วย

ในด้านของฝั่งผู้ใช้บัตรเองก็มีปัญหาพอสมควร โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ไกลร้านค้าที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากนี้ บางอำเภอยังมีร้านค้าที่รับบัตรเพียง 1-2 ร้านค้าเท่านั้น จึงทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการซื้อสินค้าค่อนข้างน้อย

ขวัญ เหมือนช้าง ผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใน จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า เบี้ยคนจนที่ได้รับมาในครั้งนี้ใช้ค่อนข้างยาก เนื่องจาก อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ มีร้านจำหน่ายสินค้าที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียงร้านเดียวเท่านั้น และ ร้านค้าดังกล่าวก็อยู่ในตัวอำเภอ ทำให้เดินทางค่อนข้างลำบาก โดยมีบ้านอยู่ห่างจากตัวอำเภอมากกว่า 10 กม.

นอกจากนี้ การที่จำนวนร้านค้าที่รับบัตรมีค่อนข้างน้อย แต่มีลูกค้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก จึงทำให้ร้านค้าที่รับบัตรใช้วิธีนำสินค้าอุปโภคบริโภคแพ็กใส่ถุงไว้จำหน่ายในราคา 200 บาท และ 300 บาท ทำให้ลูกค้าไม่สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ดี อยากให้ภาครัฐปรับรูปแบบการให้เงินกับประชาชนที่มีรายได้น้อย ด้วยการเบิกจ่ายงบประมาณเหมือนกับเบี้ยผู้สูงอายุที่ให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นผู้ดำเนินการรับเงินงบประมาณมาและนำมาเบิกจ่ายให้กับประชาชนเป็นเงินสด ขณะเดียวกันก็อยากให้ภาครัฐเปิดกว้างการใช้บัตร ด้วยการไม่จำกัดร้านค้าที่จะซื้อสินค้า เพื่อความสะดวกและสามารถซื้อสินค้าได้ตามที่ต้องการ

ด้าน บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนที่ภาครัฐจะโอนเงินให้ 300 บาท ผ่านบัตรสมาร์ทการ์ดนั้นถือว่าเป็นมาตรการที่ดี เพราะสามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคบริโภคของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยได้เป็นที่น่าพอใจ แต่สิ่งที่ภาครัฐควรเร่งดำเนินการ คือ เพิ่มจำนวนเครื่องอีดีซีสำหรับรูดบัตรให้กับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่เข้าร่วมโครงการให้เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 5,000 เครื่อง

ขณะเดียวกัน ควรเร่งทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้บัตรและเงื่อนไข เนื่องจากผู้ถือบัตรยังมีความสับสนกับการใช้บัตรสวัสดิการดังกล่าว เห็นได้จากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ภายหลังจากภาครัฐมีการประกาศเริ่มใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นขณะนี้เหมือนภาครัฐเริ่มจะรับรู้บ้างแล้ว เห็นได้จากการเร่งเพิ่มเครื่องอีดีซีสำหรับรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และแนวทางการโยกวงเงินในบัตรให้ผู้ที่มีรายได้น้อยใน ต่างจังหวัด เพื่อใช้จ่ายซื้อสินค้าผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐเพิ่มเติมจากคนละ 200-300 บาท/เดือน เป็น 700-800 บาท/เดือน ด้วยการโยกวงเงินในส่วนของค่าเดินทางที่โอนให้ประมาณ 500 บาท มารวมอยู่ในวงเงินการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากประชาชนในต่างจังหวัดบางส่วนไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถไฟหรือรถ บขส.ในการเดินทาง

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า แนวทาง ดังกล่าวยังคงต้องศึกษา เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน