
น้ำท่วมกรุง
อรุณ จิรชวาลาเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หรือแบบไม่มีใครคาด ก็เกิดน้ำท่วมขังหลายจุดในกรุงเทพฯ ระดับน้ำสูงเกินกว่าที่รถเก๋งจะแล่นผ่าน ทำให้การจราจรติดขัด บางแห่งนานหลายชั่วโมง ในบริเวณที่โดยปกติรถจะไม่ติดในช่วงวันหยุด ผมมีเพื่อนที่เช้าวันนั้นขับรถออกจากบ้านไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมที่ทำทุกเช้าวันเสาร์ มีคนรู้จักอีก 2 คนที่โชคร้าย กว่านั้น รถที่จอดอยู่ในที่จอดชั้นใต้ดินของคอนโดถูกน้ำท่วมเสียหาย นอกจากนี้ในเวลาต่อมาผมเห็นประกาศของสนามบินดอนเมืองในโทรทัศน์แนะนำให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางมาสนามบินอีกคนละชั่วโมงครึ่ง พร้อมกับแนะนำว่าหากเป็นไปได้ให้ใช้ทางยกระดับแทนถนนด้านล่าง
อรุณ จิรชวาลา
เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หรือแบบไม่มีใครคาด ก็เกิดน้ำท่วมขังหลายจุดในกรุงเทพฯ ระดับน้ำสูงเกินกว่าที่รถเก๋งจะแล่นผ่าน ทำให้การจราจรติดขัด บางแห่งนานหลายชั่วโมง ในบริเวณที่โดยปกติรถจะไม่ติดในช่วงวันหยุด ผมมีเพื่อนที่เช้าวันนั้นขับรถออกจากบ้านไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมที่ทำทุกเช้าวันเสาร์ มีคนรู้จักอีก 2 คนที่โชคร้าย กว่านั้น รถที่จอดอยู่ในที่จอดชั้นใต้ดินของคอนโดถูกน้ำท่วมเสียหาย นอกจากนี้ในเวลาต่อมาผมเห็นประกาศของสนามบินดอนเมืองในโทรทัศน์แนะนำให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางมาสนามบินอีกคนละชั่วโมงครึ่ง พร้อมกับแนะนำว่าหากเป็นไปได้ให้ใช้ทางยกระดับแทนถนนด้านล่าง
มีข่าวลือและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่คนกรุงเทพฯ ตามมามากมาย จนโฆษกรัฐบาลต้องออกมาสยบข่าว พร้อมกับเตือนว่าการแชร์ข้อมูล ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงบางอย่างอาจเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
โชคดีที่หลังจากนั้นไม่นาน สถานการณ์ต่างๆ ก็กลับสู่ภาวะปกติ แต่ก็ยังไม่วายมีปัญหาคาใจหลายคน คือหากฝนเทกระหน่ำลงมาในช่วงเวลาเดียวกับที่มีน้ำเหนือไหลบ่า และมี น้ำทะเลหนุน เช่นที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ สถานการณ์น้ำท่วมจะเลวร้ายเพียงใด เป็นไปได้หรือไม่ ที่ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยปี 2554 ที่ยังอยู่ในความทรงจำไม่รู้เลือน
ที่จริงเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องใหม่ กรุงเทพฯ เคยถูกน้ำท่วมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต ผมเกิดไม่ทันปี 2485 ที่กล่าวกันว่าเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่อยู่ในเหตุการณ์ปี 2538 ที่ตามสถิติบอกว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงไม่แพ้ปี 2485 รวมทั้งอยู่ในเหตุการณ์ปี 2554 ที่เกิดมหาอุทกภัยที่ยังความสูญเสียแทบนับไม่ถ้วน
หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 รัฐบาลได้ทุ่มเทงบประมาณในโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ เพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต โครงการที่รู้จักกันทั่วไปคือการสร้างอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ กล่าวกันว่าอุโมงค์เหล่านี้จะช่วยจัดการกับปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างถาวร
เท่าที่ทราบมีอุโมงค์ยักษ์ที่สร้างเสร็จแล้วหลายอุโมงค์ แต่ประสิทธิภาพของระบบอุโมงค์ยังไม่เคยถูกทดสอบอย่างจริงจัง เพราะบังเอิญที่ผ่านมาเราอยู่ในภาวะฝนแล้งเป็นส่วนใหญ่ เช้า วันเสาร์ที่แล้วจึงถือเป็นการทดสอบในสถานการณ์จริงเป็นครั้งแรก ผลปรากฏว่าสอบตกครับ มีภาพหนึ่งที่แชร์กันอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียล เป็นภาพคนชี้ไปที่ป้ายอุโมงค์ยักษ์ โดย ผู้ชี้ยืนอยู่ในน้ำที่ท่วมเกือบถึงเข่า สีหน้าแสดงความไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง
มีประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึง เกี่ยวกับภัยน้ำท่วมที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน และจะเผชิญต่อไปในอนาคต ดังนี้
1.ปริมาณน้ำในปีนี้น้อยกว่าปี 2554 อย่างเปรียบเทียบกันไม่ได้ เห็นได้ชัดจากภาพถ่ายทางอากาศที่ปี 2554 ดูน่าเกรงขามมาก ต่างจากสัปดาห์ที่แล้วที่เห็นมวลน้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เรื่องที่บางคนเป็นกังวลว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยปี 2554 จึงเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก
นอกจากนี้ ระดับน้ำในเขื่อนทางเหนือก็ยังไม่สูงมาก เช่น เขื่อนภูมิพลยังสามารถรับน้ำได้อีกประมาณ 30% ทำให้มีความยืดหยุ่นในการระบายน้ำ สูงขึ้น และในความเป็นจริงไม่ได้ระบายน้ำออกมาตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.แล้ว ที่มีข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงไม่ใช่ความจริงแต่ประการใด
2.มีคำถามมากมายเกี่ยวกับการ ขุดลอกท่อระบายน้ำและคูคลองต่างๆ ว่ากรุงเทพมหานคร หรือ กทม. ภายใต้ผู้บริหารชุดปัจจุบันที่มาจากการแต่งตั้ง ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง มีคนกล่าวแบบทีเล่นทีจริงว่า อดีต ผู้บริหารที่ถูกอำนาจตามมาตรา 44 ปลดออกจากตำแหน่งกำลังหัวร่องอหาย มองดูสถานการณ์ด้วยความสะใจ เพราะดูเหมือนคนมาแทนก็ไม่มีอะไรดีกว่าคนที่ถูกปลด
มีตัวแทนกลุ่มอำนาจเก่าที่ถือโอกาสออกมาสอนมวย กทม.ด้วย แต่คนกรุงเทพฯ ไม่ได้ให้ราคาคนเหล่านี้มากนัก เพราะสมัยที่กลุ่มของตัวเองอยู่ในอำนาจ ก็ไม่เห็นทำในสิ่งที่กำลังพร่ำสอนผู้อื่นในปัจจุบัน
3.มีคนจำนวนมากขึ้นที่เกิดความไม่มั่นใจว่า ระบบอุโมงค์ยักษ์ที่รัฐทุ่มเทเงินทองลงไปเป็นจำนวนมาก จะเป็น คำตอบในการแก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับคนกรุงเทพฯ อย่างเป็นรูปธรรม
อุปสรรคที่มองเห็นมีอยู่หลายประการ เช่น ปริมาณขยะมูลฝอย ที่ชาวบ้านทิ้งอย่างไม่เป็นที่เป็นทางเป็นจำนวนมากอาจทำให้เกิดการอุดตัน และการระบายน้ำจากบริเวณน้ำท่วม มาจนถึงปากอุโมงค์อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด
4.พื้นที่กรุงเทพฯ โดยทั่วไปเป็น ที่ต่ำ โดยเฉลี่ยสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเพียง 0-1.5 เมตร นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น ถนนหนทาง และบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ทำให้การระบายน้ำลำบาก และน้ำไหลช้า หากมีน้ำท่วมขังก็อาจต้องใช้เวลานานกว่าระดับน้ำจะลดลง ทำให้ความเดือดร้อนของคนกรุงเทพฯ ไม่ได้รับการบรรเทาเท่าที่ควร
5.มองไปข้างหน้า ผมอยากจะ ฟันธงว่าแนวทางในการแก้ปัญหาของรัฐบาลยากที่จะประสบผลสำเร็จ ไม่ใช่เพราะคิดว่ารัฐบาลไม่พยายามนะครับ แต่คิดว่าปัญหาโดยรวมใหญ่กว่าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงยอมรับ เหมือนคนป่วยที่ควรได้รับการผ่าตัด แต่ได้รับเพียงยาแก้ปวดเท่านั้น
ผมเชื่อว่าปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ นับวันมีแต่จะเลวร้ายลง ตามการจมลงของกรุงเทพฯ โอกาสที่จะดีขึ้นแทบจะมองไม่เห็น ตราบใดที่ยังไม่มีการสร้างเขื่อนกั้นปากอ่าวไทย เพื่อป้องกันการหนุนของน้ำทะเลอย่างถาวร และเพื่อช่วยลดความรุนแรงของภาวะน้ำเหนือไหลบ่า ด้วยการทำให้น้ำเหนือสามารถไหลลงสู่อ่าวไทยผ่านระบบคูคลองที่มีอยู่ให้เร็วขึ้น
แน่นอนว่าโครงการประเภทนี้จะต้องมีกลุ่มนักอนุรักษ์คัดค้าน สำหรับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจึงเป็นเรื่องที่ทำให้สำเร็จได้ยาก แต่สำหรับรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารเช่นรัฐบาลปัจจุบัน ขอให้ทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ
เขื่อนที่ผมพูดถึงอาจอยู่ในรูปของถนน ระยะทางสั้นๆ เพียงไม่กี่สิบกิโลเมตรก็ได้ เช่น จากสมุทรปราการไปสมุทรสาคร โดยส่วนใหญ่อยู่ใน อ่าวไทย ทำหน้าที่เป็นเขื่อนกั้นปากแม่น้ำเจ้าพระยา มีประตูเปิดให้น้ำไหลออกอ่าวไทยในช่วงน้ำลง และปิดเพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุนในช่วงน้ำขึ้น
ต้นทุนทางการเงินของเขื่อนนี้จะมีน้อยมาก เพราะไม่มีค่าเวนคืนที่ดิน ค่าก่อสร้างก็ไม่น่าจะสูงมาก เพราะ อ่าวไทยบริเวณนี้ไม่ลึก นอกจากนี้ รัฐยังอาจมีรายได้จากค่าผ่านทาง และจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งแบบลอยน้ำบริเวณริมเขื่อน และแบบ ถมทะเลบริเวณใกล้ฝั่งบางส่วน
รัฐบาลไม่จำเป็นต้องใช้เงินด้วย ซ้ำไป ที่ผมอยากแนะนำคือเปิดเป็นสัมปทานให้บริษัทเอกชนมาประมูล เชื่อว่าน่าจะมีคนสนใจเป็นจำนวน ไม่น้อย และจะทำให้มีรายได้เข้ารัฐเป็นกอบเป็นกำด้วย n







