posttoday
กระทุ้งรับมือเงินดิจิทัล

กระทุ้งรับมือเงินดิจิทัล

18 ตุลาคม 2560

กระตุ้น ธปท.รับมือสกุลเงินดิจิทัล เพื่อลดความเสี่ยงและรักษาประโยชน์ทางเศรษฐกิจการเงิน

กระตุ้น ธปท.รับมือสกุลเงินดิจิทัล เพื่อลดความเสี่ยงและรักษาประโยชน์ทางเศรษฐกิจการเงิน

นายกรณ์ จาติกวณิช ประธาน สมาคมฟินเทคแห่งประเทศไทย และอดีต รมว.คลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบัน เงินสกุลดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) เกิดมากขึ้นและมีการเติบโตสูง ทั้งนี้ ธนาคารกลาง หรือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเตรียมการกำกับเพื่อประโยชน์ของประชาชน พร้อมทั้งควรหาทาง รับมือกับความเสี่ยงที่สูง ให้คนใช้ได้ปลอดภัยขึ้นแทนที่จะหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับมัน และการที่ไทยไม่เปิดรับเงินสกุลดิจิทัลนี้จะทำให้เสียโอกาสของประชาชนและเสียประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

นายกรณ์ กล่าวว่า เงินสกุล บิตคอยน์ที่เกิดขึ้นแล้ว และมีคน เข้าไปลงทุนบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีความ น่าเชื่อถือไม่สูงมาก จึงยังไม่มีธนาคารไหนในโลกเข้ามามีบทบาทและยอมรับ แต่ก็อย่าลืมว่าเมื่อคริปโตเคอเรนซีเกิด ขึ้นแล้วมีบทบาทในระบบการเงินและ ระบบเศรษฐกิจคงไม่หายไปไหน ดังนั้น ธนาคารกลางควรจะต้องหาทางรับมือจะดีกว่า

"ปัจจุบันการใช้คริปโตเคอเรนซีไม่หวือหวา ซึ่งในธนาคารต่างประเทศก็ยังไม่ยอมรับการทำธุรกรรมเงินสกุลดิจิทัล แต่บางประเทศอย่างญี่ปุ่นก็เริ่มที่จะยอมรับในการทำธุรกรรมบ้างแล้ว ประเด็นคือแบงก์จะยอมรับหรือไม่ ก็ปฏิเสธการเผยแพร่ ความนิยม การลงทุน ธุรกรรมที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้ เพราะเกิดขึ้นแล้วก็เกิดเลย" นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ไทยควรศึกษาเงินสกุลดิจิทัลไว้เพราะมีความเสี่ยง ที่สูง น่าจะเป็นเหตุผลที่ต้องมีหน่วยงานของทางการเข้ามามีหน้าที่บทบาท กำกับดูแล แม้ว่า ธปท.จะยังไม่ยอมรับให้ ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่ก็มีการหารือกันมาตลอดว่าควรจะต้องดำเนินการอย่างไรดี ซึ่งการมองต่างกันวิธีที่จะทำ ให้เข้าใจร่วมกันได้คือการเรียนรู้ไปด้วย กัน ซึ่งขณะนี้ก็ได้เสนอเรื่องนี้บางแง่มุม ให้ไปอยู่ในแซนด์บ็อกซ์ของธนาคาร บ้างแล้ว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นาง คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุน การเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้แสดงความเห็นว่าภาคการเงินของ โลกกำลังได้รับแรงสั่นสะเทือนจากความนิยมของสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้น และได้ ออกมาแนะนำว่าผู้กำหนดนโยบายทาง การเงิน รวมไปถึงธนาคารกลางของแต่ละประเทศ จำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับการมาถึงของสกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้มากขึ้น

โดยในปีนี้ "บิตคอยน์" สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 ของโลกนั้นได้ปรับขึ้นไปแล้วถึง 400% และทะลุหลัก 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 บิตคอยน์ โดยมูลค่าตลาดที่ไหลเวียนอยู่ทั่วโลกของบิตคอยน์ในขณะนี้อยู่ที่ 9.67 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดของธนาคารโกลด์แมน แซคส์ อยู่ที่ 9.29 หมื่นล้านดอลลาร์ และของธนาคารมอร์แกน สแตนเลย์ อยู่ที่ 8.45 หมื่นล้านดอลลาร์

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI