posttoday
พรทิวาเสนอตั้งกงอทุน5พันล้านอุ้มผู้ส่งออก

พรทิวาเสนอตั้งกงอทุน5พันล้านอุ้มผู้ส่งออก

28 กันยายน 2553

พรทิวา เสนอ คลัง ตั้งกองทุน 5,000 ล้านบาท อุ้มเอสเอ็มอีผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็ง

พรทิวา เสนอ คลัง ตั้งกองทุน 5,000 ล้านบาท อุ้มเอสเอ็มอีผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็ง

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการแข็งค่าของเงินบาท ที่ได้รับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน เพื่อเข้าเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นวาระเพื่อทราบ 8 มาตรการ โดยมีมาตรการที่สำคัญได้แก่ การตั้งกองทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประกอบการรายขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอีผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบ มีวงเงินเบี้องต้น 5,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี หรือ เอ็มแอลอาร์ -3  กำหนดเงื่อนไขใช้หลักประกันแบบผ่อนปรน เพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถกู้เงินและการทำประกันความเสี่ยงได้สะดวกมากขึ้น

ทั้งนี้ได้มีการหารือเรื่องดังกล่าวกับ รมว.คลังแล้ว ได้ข้อสรุปเบื้องต้นคือ จะมีการเชิยผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบเข้ามาหารือร่วมกับ รมว.คลังและรมว.พาณิชย์ภายในง 1-2 สัปดาห์นี้ เพราะเกรงว่าการแข็งค่าของเงินบาทจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตของกำไรของผู้ประกอบการประมาณ 8-10% หรือการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าทุก 1 % จะกระทบต่อการขยายตัวของการส่งออก 0.4 % จึงจำเป็นต้องเร่งออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว 

"ควรมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ส่งออกเอสเอ็มอี เช่นเดียวกับที่รัฐบาลเคยมีกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว ซึ่งเงินทุนยังไม่รู้ว่าจะมาจากไหน เพราะทางกระทรวงพาณิชย์เองก็ไม่มีทุนประเดิมให้"นางพรทิวากล่าว 

นอกจากนี้ยังเสนอให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.แทรกแซงค่าบาทไม่ให้ผันผวน และต้องสอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค และยืดระยะเวลาถือครองเงินดอลล่าร์ เพื่อจะได้สะท้อนการแข็งค่าที่แท้จริง   ,  การควบคุมการไหลเวียนระยะสั้นของเงินทุนต่างประเทศ เนื่องจากขณะนี้มีเงินทุนเข้ามาเก็งกำไร ระยะสั้นจำนวนมาก จึงควรมีมาตราการกำหนดระยะเวลาการนำเงินเข้ามาลงทุน หรือออกมาตราการเรื่องค่าธรรมเนียม

รวมทั้งอนุญาตให้ชำระค่าระวางเรือเป็นสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อลดภาระชองผู้ส่งออก , ชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งปัจจะบันอยู่ที่ระดับ 1.75% เป็นอัตราที่สูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ส่งผลให้มีเงินนอกไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้น และตลาดพันธบัตร รวมถึงตลาดเงิน  , ลดค่าธรรมเนียมศุลกากรในการส่งออก เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ผู้ส่งออก โดยอาจดำเนินการในช่วง 3-6 เดือนเป็นมาตราการชั่วคราว และให้หน่วยงานภาครัฐให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ว่าภาครัฐจะมีมาตราการอย่างไรเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน