
‘ฟินโนมีนา’ ก้าวที่เร็วขึ้น
พูลศรี เจริญ ฟินโนมีนา (FINNOMENA) ฟินเทคสตาร์ทอัพสัญชาติไทยแท้ ดาวเด่นในหมู่สตาร์ทอัพ เจิดจรัสมากขึ้นเมื่อได้ 3 ผู้ร่วมทุนล่าสุดเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งล้วนเป็นบิ๊กเนม ประกอบด้วย บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต ในเครือกรุงศรี ที่เป็นผู้นำคณะร่วมทุนในครั้งนี้ ร่วมกับ เบญจจินดา และ 500 ตุ๊ก ตุ๊กส์ (TukTuks) ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้น 3.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 112 ล้านบาท
พูลศรี เจริญ
ฟินโนมีนา (FINNOMENA) ฟินเทคสตาร์ทอัพสัญชาติไทยแท้ ดาวเด่นในหมู่สตาร์ทอัพ เจิดจรัสมากขึ้นเมื่อได้ 3 ผู้ร่วมทุนล่าสุดเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งล้วนเป็นบิ๊กเนม ประกอบด้วย บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต ในเครือกรุงศรี ที่เป็นผู้นำคณะร่วมทุนในครั้งนี้ ร่วมกับ เบญจจินดา และ 500 ตุ๊ก ตุ๊กส์ (TukTuks) ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้น 3.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 112 ล้านบาท
หลังได้ผู้ร่วมทุนใหม่ที่สำคัญคือ ได้เงินระดมทุนมาอีกก้อน ทำให้น่าสนใจว่าก้าวต่อไปของสตาร์ทอัพพันธุ์ไทยรายนี้มีแผนหรือมีฝันที่ต้องล่าต่ออย่างไร
"การระดมทุนซีรี่ส์ A ในครั้งนี้ จะทำให้เราเป็นบริษัทฟินเทคด้านการบริหารความมั่งคั่ง หรือเวลท์แมเนจเมนต์ เต็มรูปแบบทั้งธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจจัดการลงทุน" เจษฎา สุขทิศ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง ฟินโนมีนา กล่าวในโอกาสให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์
เจษฎา บอกว่า การที่กรุงศรี ฟินโนเวต ซึ่งอยู่ในกลุ่มมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกเข้ามาถือหุ้น จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจต่อนักลงทุนที่เข้าลงทุนผ่านแพลตฟอร์มของฟินโนมีนา
เขาบอกว่า มูลค่าของฟินโนมีนา คือ ปัจจุบันความรู้เรื่องการเงินการลงทุน ของฟินโนมีนามีผู้รับชมจากช่องทางต่างๆ ประมาณ 1 ล้านยอดวิวต่อสัปดาห์ โดยมีสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุนแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท โดย NTER by FINNOMENA (www.nter.io) ซึ่งเติบโตขึ้นจาก 300 ล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2559
"เชื่อว่าการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในครั้งนี้ จะช่วยให้ฟินโนมีนาสามารถบรรลุเป้าหมายในการทำให้คนไทยเข้าใจความสำคัญของการลงทุน เข้าถึงคำแนะนำการลงทุนที่มีคุณภาพ นำไปสู่ความสำเร็จในการมีอิสรภาพทางการเงิน และการเกษียณอายุอย่างมีความสุขในที่สุด" เจษฎา กล่าว
ในฝั่งของผู้ร่วมทุนให้เหตุผลว่า เพราะเห็นโอกาสการเติบโตและความแข็งแกร่งของทีม ฟินโนมีนามาโดยตลอด โดย ฟินโนมีนาได้เข้าร่วมในโครงการ Krungsri RISE Batch 1 และเป็นฟินเทคสตาร์ทอัพไทยที่มีพัฒนาการ สามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างก้าวกระโดด
สำหรับกรุงศรีนั้นทำให้ได้เรียนรู้และสามารถนำจุดแข็งของฟินโนมีนาในเรื่องการใช้โรโบ แอดไวเซอร์ (Robo Advisor) ในการให้คำแนะนำการบริหารและจัดการเป้าหมายทางการเงินมาประยุกต์ใช้กับบริการด้านการลงทุนของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ง่าย สะดวก และตอบโจทย์ด้านการลงทุนได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าผู้ใช้ KMA (Krungsri Mobile Application) ที่จะสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวได้ในอนาคต
ส่วนการลงทุนของกลุ่มเบญจจินดา เจษฎา กล่าวว่า ทางกลุ่มเบญจจินดาเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านไอซีทีชั้นนำของประเทศ จึงสามารถที่จะเข้าไปช่วยส่งเสริมความรู้ทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นจุดแข็งแกร่งของกลุ่ม รวมถึงเป็นตัวเชื่อมในการหาตลาดใหม่ให้กับฟินโนมีนาจากฐานลูกค้าของกลุ่มเบญจจินดา
ด้าน เรืองโรจน์ พูนผล ผู้จัดการกองทุน 500 ตุ๊ก ตุ๊กส์ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ฟินโนมีนามีเทคโนโลยีเฉพาะตัวคือ ไฮบริด โรโบ แอดไวเซอร์ ซึ่งเป็นการใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) จากข้อมูลการใช้งานของคนจำนวนมากที่ได้รับความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจากฟินโน มีนาไปใช้ในการแนะนำการจัดพอร์ตลงทุนที่ตอบโจทย์คนไทยในวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน เช่น เก็บเงินล้านแรก การสะสมมูลค่า การสร้างรายได้หลังเกษียณ เป็นต้น
ในฐานะนักลงทุน เรืองโรจน์ มองว่า ไฮบริด โรโบ แอดไวเซอร์ เป็นโมเดลที่เหมาะสมกับตลาดในไทย รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอุตสาหกรรมฟินเทคมีการเติบโตสูงมาก และทีมงานก็มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางอย่างสูง ทำให้บริษัทเชื่อมั่นว่าฟินโนมีนา สามารถไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แน่นอน
เจษฎา กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยรู้จักการลงทุนน้อยมาก ตัวเลขบัญชีเงินฝาก 87 ล้านบัญชีทั่วประเทศ มีเพียง 5-6 ล้านบัญชี หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่ถึง 10% เท่านั้นที่รู้จักการลงทุน ส่วนใหญ่มองเป็นเรื่องไกลตัว ขณะที่ประโยชน์จากการลงทุนนอกจากจะทำให้ชีวิตหลังเกษียณมีความสุขในระดับที่เหมาะสมแล้ว เป้าหมายอื่นในชีวิตอย่างการศึกษาของลูก การมีที่อยู่อาศัย และการส่งต่อความมั่งคั่ง ยังมีอนาคตที่สดใสและเป็นไปได้ง่ายขึ้น
ด้วยเหตุผลดังกล่าว เจษฎาและเพื่อนๆ จึงตัดสินใจ ร่วมกันก่อตั้ง FINNOMENA.com ขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการเงินและการลงทุนที่แตกต่าง มีสไตล์การเขียนที่เข้มข้นแต่เข้าใจง่าย "เป้าหมายของเรา คือ การเปลี่ยนทัศนคติด้านการออมและการลงทุนจนทำให้คนไทยสัก 1 ล้านคนเข้าใจ และลงมือทำจริง จนมีเงินพอใช้หลังเกษียณ และสามารถหาเงินส่งลูกเรียนจนจบระดับปริญญาโทได้อย่างที่ฝัน" เจษฎา กล่าวทิ้งท้าย โดยย้ำถึงเป้าหมายที่ยังคงยึดมั่นไม่เปลี่ยนแปลง







