
อุตุฯชี้กทม.พ้นจุดอันตราย
อธิบดีกรมอุตุฯ เผยสถานการณ์น้ำฝนใน กทม.ได้ผ่านพ้นช่วงสูงสุดไปแล้ว อาจมีเพียงผลกระทบเล็กน้อยจากพายุขนุน
อธิบดีกรมอุตุฯ เผยสถานการณ์น้ำฝนใน กทม.ได้ผ่านพ้นช่วงสูงสุดไปแล้ว อาจมีเพียงผลกระทบเล็กน้อยจากพายุขนุน
นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ผล กระทบจากพายุโซนร้อนขนุนที่มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และอ่าวตังเกี๋ย โดยจะขึ้นฝั่งทาง ตอนใต้ของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ในช่วงวันที่ 16-17 ต.ค. และคาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณตอนบนของประเทศลาว ส่งผลทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่วันที่ 16-18 ต.ค.
ทั้งนี้ พื้นที่ซึ่งคาดว่าจะได้รับผล กระทบจากพายุขนุนคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ใกล้พื้นที่รอยต่อชายแดนไทย-ลาว แต่จะไม่กระทบต่อพื้นที่ภาคกลางหรือกรุงเทพมหานครซึ่งจะได้รับผลจากเพียงแค่ร่องมรสุมซึ่งจะทำให้ฝนตกแต่ไม่หนักเท่าที่ผ่านมา
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำฝนใน กทม.ได้ผ่านพ้นช่วงสูงสุดไปแล้ว ขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วงโดยสัปดาห์นี้อาจจะมีฝนตกบ้างแต่ไม่หนักเท่ากับวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา และ ในสัปดาห์ต่อไปปริมาณฝนก็จะลดลงและเริ่มเข้าสู่ในหน้าหนาว โดยจะต้องไปจับตาปริมาณฝนในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแชร์ข้อมูลในโซเชียลมีเดียว่า จะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้น้ำท่วม กทม.นั้นไม่เป็นความจริง ผู้ที่จงใจเผยแพร่ข้อมูล ดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมได้วางแนวทางแก้ไขปัญหาปริมาณน้ำจำนวนมากในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจะพัฒนาระบบระบายน้ำ ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก ซึ่งคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติได้เห็นชอบแล้วและที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณสำหรับการสำรวจออกแบบไว้ประมาณ 100 ล้านบาท สำหรับโครงการเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำฝั่งตะวันออกในโครงการ ป่าสัก-อ่าวไทยที่คลองด่าน ระยะทาง 200 กว่ากิโลเมตร งบประมาณเกือบแสนล้านบาท
นายสมเกียรติ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะตัดยอดน้ำจากเหนือเขื่อนเจ้าพระยาออกทะเลประมาณ 800 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที จะลดพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่จะได้รับผลกระทบจากการหน่วงน้ำ ก่อนลงแม่น้ำเจ้าพระยาทุกปี







