
น้ำมา ขยะผุด
ค่ำคืนของวันที่ 13 ต.ค. 2560 วันแห่งความทนทุกข์อีกครั้งของคนกรุงฯ
ค่ำคืนของวันที่ 13 ต.ค. 2560 วันแห่งความทนทุกข์อีกครั้งของคนกรุงฯ หลังจากฝนถล่ม มีปริมาณสูงสุดในรอบหลายปี กว่า 200 มิลลิเมตร ทำให้มีน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ 55 จุดทั่วกรุงเทพฯ ปริมาณน้ำสูงจากผิวถนน 20-30 เซนติเมตร สร้างความเสียหายให้กับรถราที่จอดอยู่มากมาย ทะลักเข้าท่วมพื้นที่จอดรถชั้นใต้ดินของอาคารที่พักอาศัย สร้างความเสียหายในวงกว้าง
สิ่งที่มาพร้อมฝนตกหนักในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ นอกจากปัญหาน้ำท่วมรอระบาย ซึ่งเป็นปัญหาซ้ำซาก ยังเห็นอีกปัญหาสำคัญของคนกรุงฯ คือ ปริมาณขยะที่ล้นทะลัก กีดขวางการระบายน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังสูงหลายพื้นที่ พอน้ำลดลง ปริมาณขยะก็ผุดออกมาอย่างน่ากลัว และเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้อุโมงค์ระบายน้ำของ กทม.ทำงานไม่ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งน่าแปลกใจที่ครั้งนี้เสียงประณามไม่ได้มุ่งไปที่ตัวผู้ว่าฯ กทม.โดยตรง แต่ประชาชนเข้าใจถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากใน กทม.มากขึ้น
ในปีที่ผ่านมา ปริมาณขยะใน กทม.มีสูงถึงกว่า 3 ล้านตัน ด้วย ความหนาแน่นของประชากร การขยายตัวของเมือง ทำให้ปริมาณ ขยะมากขึ้นตามไปด้วย และที่สำคัญหากประชาชนขาดจิตสำนึกในการช่วยกันรักษาความสะอาด การจัดเก็บขยะอย่างถูกวิธี ปัญหาขยะใน กทม.จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ส่งผลกระทบต่อปัญหาอื่นๆ ตามมา เพราะฉะนั้นปัญหาน้ำท่วมขังรอระบายที่เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อฝนตกหนัก ทุกคน คงต้องโทษตัวเองด้วยที่ช่วยกันสร้างปริมาณขยะขึ้นมากีดขวางทาง น้ำไหล
ขณะที่ในภาพรวมของการแก้ปัญหา กทม.คงต้องวางแผนการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการจัดเก็บ คัดแยกขยะ ให้เพียงพอ รวมถึงต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดเก็บขยะ ต้องเสียค่าบริหารจัดการขยะ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในการช่วยกันจัดเก็บและคัดแยกขยะ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อส่วนรวม รวมถึงการสร้างจิตสำนึกของคนเริ่มจากในครอบครัว โรงเรียน บริษัท และองค์กรต่างๆ เพราะทุกคนมีส่วนร่วมทำให้เกิดขยะขึ้นแทบทั้งสิ้น
ปัญหาน้ำท่วมกลายเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อคนไทยอย่างมาก หลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ส่งผลกระทบมหาศาลต่อผู้คน เศรษฐกิจ และปัญหาสังคมต่างๆ ที่ตามมาจากน้ำท่วมครั้งนั้น เมื่อเกิดน้ำท่วมขึ้นอีกในช่วงหลัง เกิดข่าวลือต่างๆ นานาตามมากับ น้ำท่วม สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในสังคม สะท้อนให้เห็นว่า น้ำท่วมเป็นเรื่องอ่อนไหวสำหรับสังคมไทย และผู้เกี่ยวข้องควรรีบแก้ไข เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ข้อมูลอย่างแพร่หลายและตอกย้ำสถานการณ์จริงๆ ให้ประชาชนได้รับทราบและพร้อมเตรียมตัว มี ช่องทางในการเตือนภัย ซึ่งต้องบูรณาการร่วมกันของหลายหน่วยงาน และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่สร้างระบบให้เกิดขึ้นและตอกย้ำถึงความสำคัญของระบบการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนมากกว่าที่คาดไว้
ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ ในการเตือนภัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น อาทิ การใช้ช่องทางมือถือ ซึ่งคนไทยเป็นชาติที่ใช้มือถือมากที่สุดชาติหนึ่ง ให้เกิดประโยชน์ สร้างระบบเตือนภัย และแจ้งเตือนผ่านมือถือก่อน ขณะที่เกิดเหตุและช่องทางการช่วยเหลือหลังประสบเหตุ ถือเป็นความจำเป็นที่ผู้เกี่ยวข้องควรพิจารณาและดำเนินการโดยเร่งด่วน ไม่ใช่มีแต่ปล่อยให้มือถือกลายเป็นช่องทางปล่อยข่าวลือ ซึ่งยิ่งสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในสังคม แทนที่จะช่วยแจ้งเตือนภัย
อย่างไรก็ตาม น้ำท่วมครั้งนี้ แทนที่จะมุ่งโทษผู้อื่น เชื่อว่าหลายคนได้เห็นแล้วว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทุกคนมีส่วนในต้นตอของปัญหา เพราะฉะนั้นแล้วแทนที่จะกล่าวโทษผู้อื่น ต้องหันมาดูตัวเองและเริ่มแก้ปัญหาที่ตัวเอง ช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อส่วนรวม n







