
ทรงลึกล้ำในธรรม
วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา วันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9
โดย สธน เปลี่ยนจันทรสิริตระกูล
วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา วันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มีโอกาสได้นั่งชมรายการโทรทัศน์ไปจนถึงเวลา 15.52 น. (เวลาเสด็จสวรรคต) ก่อนลุกขึ้นยืนแสดงความอาลัยเป็นเวลา 89 วินาที พร้อมกับคนไทยทั้งประเทศ
สลับดูหลายช่อง หนึ่งในนั้นคือช่อง 3 รายการพิเศษ ธ สถิตในดวงใจ ครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต ดำเนินรายการโดย ไตรภพ ลิมปพัทธ์ ซึ่งออกอากาศ 2 ตอน ผมได้ดูตอน 2 เรื่องธรรมะของพระราชา โดย พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธัมมสากิโย) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นผู้ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงนำหัวใจพระพุทธศาสนามาก่อให้เกิดเศรษฐกิจพอเพียง
ฟังท่านเจ้าคุณอนิลมานพูดถึงเรื่องนี้ต้องยอมรับว่าท่านสามารถอธิบายความหมายที่แท้จริงของคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรียกว่าปลดล็อกความสงสัยของผู้คนได้เยอะ ถ้าใครได้ฟังก็เชื่อว่าจะเข้าใจแก่นของเศรษฐกิจพอเพียงได้ดีขึ้น
เจ้าคุณอนิลมาน บอกว่า เศรษฐกิจพอเพียงนั้นพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงน้อมนำเอาพระพุทธดำรัสหรือพุทธภาษิตหรือธรรมะของพระพุทธเจ้ามาใช้ในรูปของภาษาปัจจุบันหรือคำสมัยใหม่ ซึ่งก็คือคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง
"จริงๆ แล้วเศรษฐกิจกับพอเพียงเข้ากันไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจในความหมายปัจจุบันเป็นการสนองตัณหา สนองกิเลส เป็นเรื่องของธุรกิจ การเงิน เรื่องของโลกและเรื่องของฆราวาสวิสัย ซึ่งต้องสนองด้วยกิเลส แต่พอมาดูคำว่า พอเพียง กิเลสมันไม่พอเพียงแน่นอน ดังนั้นเศรษฐกิจที่พระองค์ทรงใช้ในเศรษฐกิจพอเพียง จึงไม่ได้หมายถึงเศรษฐกิจในความหมายของโลกปัจจุบัน แต่หมายถึงเศรษฐกิจในความหมายของรากศัพท์"
เจ้าคุณอนิลมาน อธิบายต่อว่า รากศัพท์ของเศรษฐกิจในภาษาบาลีไม่ได้ว่าด้วยเรื่องเงินทองแต่เป็นเรื่องของคุณธรรม เรื่องความประเสริฐ หากยังจำได้ตอนที่พระพุทธเจ้าประสูติแล้วเดิน 7 ก้าว ทรงเปล่งอาสภิวาจาว่า อัคโคหะมัสมิ โลกัสสะ เชฏโฐหะมัสมิ โลกัสสะ เสฏโฐหะมัสมิ โลกัสสะ อะยะมันติมา เม ชาติ นัตถิทานิ ปุนัพภะโวติ คำว่า เสฏโฐ นี่แหละแปลว่าประเสริฐ ฉันเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก หรือคำว่า เศรษฐี ก็หมายถึงคนที่มีธรรมะในตัวเป็นคนประเสริฐ
"เศรษฐกิจมาจาก เสฏฐ กับ กิจ หมายถึงกิจการอันประเสริฐ กิจกรรมอันประเสริฐ ดังนั้นเศรษฐกิจตามรากศัพท์นี้แหละ คือ คำว่า เศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ไม่ใช่เศรษฐกิจในความหมายปัจจุบัน ส่วนคำว่า พอเพียง ก็คือสันโดษ หรือ สันตุฏฐิ ในภาษาบาลี เพราะฉะนั้นความหมายในคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงในพุทธภาษิต สันตุฏฐิ ปะระมัง ธะนัง ก็คือ ความพอเพียงเป็นทรัพย์อันประเสริฐ พระพุทธเจ้าใช้คำว่าบรมทรัพย์ พระเจ้าอยู่หัวทรงใช้เศรษฐกิจพอเพียงก็อันเดียวกัน"
พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ อธิบายต่อว่า คำว่าพอเพียงหรือสันโดษที่พระเจ้าอยู่หัวใช้ก็ทรงเอามาจากธัมมจักกัปปวัตนสูตร ก็คือ ให้ทิ้งทางสุดโต่ง 2 อย่าง และให้ดำเนินชีวิตด้วยสายกลาง คือ ด้วยมรรค 8 ซึ่งสามารถสรุปได้ 3 อย่าง ศีล สมาธิ ปัญญา ศีล คือ ความปกติ ความพอประมาณ สมาธิ คือ การทำจิตให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว ถือเป็นภูมิคุ้มกัน และปัญญา รู้จริง รู้ทะลุ นี่แหละแก่นของเศรษฐกิจพอเพียง







