
‘ECF’ลุยไฟฟ้าเมียนมาแล้ว คาดสร้างรายได้กลางปีหน้า
ECF เผยเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในเมียนมา 220 MW คาด COD กลางปี 2561
ECF เผยเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในเมียนมา 220 MW คาด COD กลางปี 2561
นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค (ECF) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 220 เมกะวัตต์ ณ เมือง มินบู รัฐมาเกวย ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ของบริษัท พลังงานเพื่อโลกสีเขียว (GEP) พื้นที่โครงการสำหรับโรงไฟฟ้าเฟสแรก ได้รับการจัดเตรียมความพร้อมเพื่อการดำเนินการก่อสร้างแล้ว และยังไม่พบปัญหาใดๆ ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าการก่อสร้างเฟสแรกจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์สำหรับเฟสที่ 1 ได้ภายในช่วงกลางปี 2561 จากนั้นจะเดินหน้าลุยก่อสร้างเฟส 2 ต่อทันที
ทั้งนี้ บริษัท พลังงานเพื่อโลกสีเขียว (ประเทศไทย) ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยปัจจุบัน GEP Thailand เป็นผู้ถือหุ้น 99.99% ใน GEP Myanmar Co,Ltd. ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานในรูปแบบ Build Operate and Transfer (BOT) ในการพัฒนาและดำเนินโครงการ และเป็นผู้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement หรือ สัญญา PPA) กับ Electric Power Generation Enterprise (EPGE) ระยะเวลารวมทั้งสิ้น 30 ปี นับจากวันที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของระยะที่ 1 กำลังการผลิตไฟฟ้า 220 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็น 4 เฟส ห่างกันทุกๆ 1 ปี โดย 3 เฟสแรกมีขนาด 50 เมกะวัตต์ และเฟส 4 มีขนาด 70 เมกะวัตต์
สำหรับการเข้าลงทุน บริษัท อีซีเอฟ พาวเวอร์ (ECF-Power) ในฐานะบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นอยู่ 99.99% เป็นผู้เข้าลงทุนซื้อหุ้นสามัญของ GEP ในสัดส่วน 20% ของโครงการโรงไฟฟ้ามั่นใจว่าจะช่วยส่งเสริมและสร้างการเติบโตของรายได้ที่มั่นคงให้แก่บริษัทต่อไปในอนาคต
บริษัท แฟนซีวู๊ด อินดัสตรีส (FANCY) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Establish a joint venture) กับบริษัท เอเชีย ไบโอแมส เพื่อร่วมทุนดำเนินธุรกิจจัดหาวัตถุดิบและผลิตสินค้าเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง (Wood Pellets) โดยจัดตั้งบริษัท แฟนซี เอบีเอ็ม โดย บริษัทถือหุ้น 51% และบริษัท เอเชีย ไบโอแมส ถือหุ้น 49% โดยวงเงินลงทุนอยู่ระหว่างการเจรจา







