
อัตรา VAT
เมื่อต้นเดือน ต.ค. 2560 ที่ผ่านมา ท่านที่ติดตามข่าวสารจากสื่อต่างๆ คงได้ยินหรือรับฟังเกี่ยวกับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บในอัตรา 7% ซึ่งได้มีการขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี
โดย สมชาย ชูเกตุ
เมื่อต้นเดือน ต.ค. 2560 ที่ผ่านมา ท่านที่ติดตามข่าวสารจากสื่อต่างๆ คงได้ยินหรือรับฟังเกี่ยวกับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บในอัตรา 7% ซึ่งได้มีการขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี
บุคคลทั่วไปจะทราบว่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่เสียจริงๆ เสียในอัตรา 7% แต่พอดูกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ เขียนไว้ในอัตรา 6.3%
ผิดหรือถูก หรืออย่างไรกันแน่ คำถามมีมากมาย บางท่านคิดว่ารัฐลดอัตราภาษีอีกด้วย
ภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บจากการขายสินค้าในประเทศ การให้บริการในประเทศ และการนำเข้า จัดเก็บภาษีในอัตราเดียวกันหมด บทบัญญัติมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร อัตราภาษีระบุ 10%
แต่รัฐเห็นว่าควรจัดเก็บภาษีอัตราต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 6.3% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และในปีนี้รัฐได้มีการขยายเวลาจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 6.3% ออกไปอีก 1 ปี
โดยได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 646 จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 6.3% บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2561 และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 เป็นต้นไป จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 9%
ท่านที่อ่านพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 646 เรื่อง การลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม เห็นว่าจัดเก็บภาษีอัตรา 6.3% ซึ่งก็เข้าใจถูกแล้ว แต่เมื่อยื่นแบบเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) หรือซื้อสินค้า หรือใช้บริการ หรือนำเข้า
เหตุใดต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 7% สาเหตุที่จัดเก็บจริงอัตรา 7% เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กรุงเทพมหานคร พัทยา เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล) มีบทบัญญัติให้เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นอีก 1/9 ของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บตามประมวลรัษฎากร ทำให้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องเสียเพิ่มขึ้นอีก 0.70% (1/9x6.3 = 0.70)
ดังนั้น เมื่อรวมภาษีที่จัดเก็บให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับอัตราภาษีที่จัดเก็บตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 646 จึงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7%
นอกจากนั้น ตามบทบัญญัติมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร ระบุให้จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% สำหรับกิจการที่ส่งออกสินค้า การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการในต่างประเทศ การใช้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรเพื่อผลิตสินค้าในเขตปลอดอากรเพื่อส่งออก
การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล การขายสินค้าหรือการให้บริการกับกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่นหรือรัฐวิสาหกิจ ตามโครงการเงินกู้และเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ และกรณีอื่นๆ ที่กฎหมายระบุไว้
ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บในอัตรา 6.3% จะสิ้นสุดการบังคับใช้ในวันที่ 30 ก.ย. 2561 และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 เป็นต้นไป จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 9% (หากรวมภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 1/9 จะเสียภาษีจริงในอัตรา 10%)
รัฐบาลจะมีนโยบายจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 646 หรือมีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีหรือไม่อย่างไร
คงต้องติดตามกันอีกครั้ง โดยเฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องใช้ข้อมูลวางแผนการจัดการซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบหรือสัญญาบริการ สวัสดีครับ







