posttoday
โบรกเชียร์ซื้อCPNหลังเปิดให้บริการเซ็นทรัลเวิลด์

โบรกเชียร์ซื้อCPNหลังเปิดให้บริการเซ็นทรัลเวิลด์

28 กันยายน 2553

โบรกเชียร์ซื้อCPN หลังเปิดให้บริการเซ็นทรัลเวิลด์อีกครั้งวันนี้

โบรกเชียร์ซื้อCPN หลังเปิดให้บริการเซ็นทรัลเวิลด์อีกครั้งวันนี้

วันนี้บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา(CPN)ได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้งของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ถูกปิดให้บริการจากเหตุถูกเผาในช่วงการชุมนุมเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ CPN ปิดทำการช่วงครึ่งวันเช้าที่  29  บาทไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้าเพราะวันนี้สภาพตลาดหุ้นโดยรวมของไทยปรับตัวลดลงตามหุ้นภูมิภาค

บล.ธนชาตออกบทวิเคราะห์แนะนำซื้อหุ้น CPN ให้ราคาเหมาะสมปีหน้าที่  32.12  บาท โดยมองว่าการเปิดให้บริการอีกครั้งวันนี้เป็นไปตามแผนที่ประกาศไว้  โดยจะเปิดให้บริการในเฟส 1 เริ่มจาก 5 โซนแรกจากทั้งหมด 6 โซน คือ โซน B ถึง F ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ศูนย์การค้าส่วนใหญ่เกือบ 80% ของพื้นที่ให้เช่าสุทธิประมาณ 1.87 แสนตารางเมตร ส่วนพื้นที่ที่เหลือในโซน A ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ เนื่องจากอยู่ติดกับห้าง Zen จะทยอยเปิดในเดือน พ.ย. และ ธ.ค. 2553

สำหรับศูนย์การค้า ZEN จะพร้อมเปิดได้ใน  ไตรมาส 3ปีหน้า ซึ่งการกลับมาเปิดให้บริการของเซ็นทรัลเวิลด์  จะผลักดันให้ผลประกอบการโดยเฉพาะงวด ไตรมาส 4  ฟื้นตัวดีมากขึ้นเพราะศูนย์การค้าดังกล่าว ถือเป็นศูนย์การขนาดใหญ่ทั้งในด้านของพื้นที่ให้เช่าที่มีสัดส่วน 19%  ของพื้นที่ให้เช่าศูนย์การค้ารวม และการสร้างรายได้ สัดส่วน 17% ของรายได้รวมปี 2552 

ส่วนประเด็นความคืบหน้าเรื่องความเสียหายของ CTW นั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาจากบริษัทประกันภัย คาดจะสรุปรายละเอียดได้ภายใน 4Q53 โดยเชื่อว่าการทำประกันภัยคุ้มครองความเสี่ยงทุกชนิด รวมถึงประกันธุรกิจหยุดชะงัก และประกันก่อการร้าย รวมวงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท จะทำให้บริษัทสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทน และเงินชดเชยรายได้ที่ต้องสูญเสียไปในช่วงที่ต้องปิดศูนย์การค้า CTW ได้เต็มจำนวน ซึ่งมีโอกาสจะบันทึกได้ในปี 2554 ถือเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อผลประกอบการ

บทวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก ระบุว่า CPN ผลกระทบต่อรายได้จากการปิดปรับปรุงดังกล่าวจะเป็นผลกระทบเพียงระยะสั้น ขณะที่ระยะยาวรายได้และผลประกอบการมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง จากโครงการในอนาคตที่อยู่ระหว่างพัฒนา และจะเปิดดำเนินการตามลำดับ  โดยยังคาดว่ากำไรปกติในปีนี้จะยังเติบโตได้ 14% จากปีที่ผ่านมา  (ไม่นับรวมรายการพิเศษที่เป็นกำไรจากการขายสาขาปิ่นเกล้า มูลค่า 3,200  ล้านบาท) และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องอีกราว 18% ในปี 2554  ฉะนั้นจึงได้ปรับมาใช้ราคาเป้าหมายสำหรับในปีหน้าที่ 38.40 บาท  และปรับคำแนะนำจาก 'ถือ' เป็น 'ซื้อ' สำหรับการลงทุนระยะยาว

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา