posttoday
SMEs เชียงราย กับการค้ารัฐฉาน

SMEs เชียงราย กับการค้ารัฐฉาน

13 ตุลาคม 2560

เมื่อเดือน ก.ย. 2560 ทีมงานผมได้ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการใน จ.เชียงราย

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช & ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย

เมื่อเดือน ก.ย. 2560 ทีมงานผมได้ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการใน จ.เชียงราย เกี่ยวกับ "โอกาสและอุปสรรคการค้าการลงทุนระหว่างเชียงรายกับรัฐฉาน" ซึ่งเป็นการสำรวจทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และ SMEs แต่ผมขอนำเสนอเฉพาะความคิดเห็นของ SMEs เท่านั้นครับ เพราะเนื้อที่ของบทความมีจำกัด ผลการสำรวจเป็นดังนี้ครับ

ผู้ประกอบการเชียงรายส่วนใหญ่ทำการค้ากับรัฐฉานมากกว่าการลงทุน โดย SMEs ทำการค้ากับ 3 เมืองเท่านั้น ได้แก่ ท่าขี้เหล็ก 67% ตามด้วยเชียงตุง 18% และตองยีซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐเพียง 13% เท่านั้น เหตุผลหลักเพราะพื้นที่ทั้ง 3 เมืองนั้นมีชายแดนที่ติดกับประเทศไทยและไม่ไกลจากแม่สายมากนักทำให้มีความสะดวกต่อการค้า

นอกจากนี้ ผู้บริโภครัฐฉานมีความต้องการสินค้าและนิยมอุปโภคบริโภคสินค้าไทย เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าไทย และนักธุรกิจในเชียงรายก็มีความคุ้นเคยในพื้นที่ทำให้เข้าใจวิถีชีวิตและรสนิยมของชาวรัฐฉานเป็นอย่างดี

ที่สำคัญพื้นที่รัฐฉาน กำลังได้รับความสนใจของนักธุรกิจต่างชาติ เศรษฐกิจกำลังดีวันดีคืน คนรัฐฉานมีเงินมากขึ้น ส่วนรูปแบบทางการค้าของ SMEs เชียงรายกับรัฐฉานนั้นส่วนใหญ่เป็นการซื้อสินค้าจาก SMEs ของเชียงรายแล้วพ่อค้าไปขายต่อในรัฐฉาน โดยสินค้าที่มีการซื้อขายหลักๆ (เรียงจากมากไปหาน้อย) คือ อุปโภคบริโภค รองเท้า กระเป๋า วัสดุก่อสร้าง เป็นต้น ทั้งหมดนี้ผู้ประกอบการ SMEs เชียงรายลงความเห็นว่าเป็นกลุ่มสินค้าของไทยที่มีศักยภาพในรัฐฉาน

อย่างไรก็ตาม สิ่งท้าทายคือสินค้าจีนราคาสูงและคุณภาพที่ใกล้เคียงกับสินค้าของไทย เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดเพิ่มมากขึ้น โดยมุมมองของผู้บริโภคในรัฐฉานที่มองสินค้าไทยนั้น พบว่ายารักษาโรคของไทยมีความปลอดภัยและมีมาตรฐานที่ดีกว่า ชิ้นส่วนรถยนต์นั้นมีชื่อเสียงและคุณภาพ วัสดุการเกษตรมีความคงทน มีคุณภาพและสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี

สำหรับจุดแข็งของสินค้าไทย คือ สินค้ามีคุณภาพและความปลอดภัยที่ดีกว่าสินค้าประเทศอื่น ส่วนจุดอ่อนมีราคาแพงกว่าสินค้าในรัฐฉาน เพราะค่าแรงการจ้างงานในรัฐฉานต่ำกว่าไทย และตลาดในรัฐฉานมีพื้นที่เชื่อมโยงกับจีน ทำให้มีโอกาสในการขยายการค้าการลงทุนได้ดีกว่าไทย รวมทั้งรัฐฉานได้รับความนิยมด้านการท่องเที่ยว

ส่วนอุปสรรคของสินค้าเป็นเรื่องของกฎระเบียบกติกาและขั้นตอนทำการค้าภายในรัฐฉานที่สร้างความยุ่งยาก ข้อเสนอแนะที่อยากให้รัฐแก้ไขเป็นดังนี้ 1.ปรับปรุงสาธารณูปโภคพื้นฐาน 2.จัดตั้งศูนย์ประสานงาน เป็นศูนย์กลางการติดต่อเชื่อมโยงจับคู่ทางการค้า 3.ส่งเสริมการท่องเที่ยว และพัฒนาด้านการค้าระหว่างประเทศให้มีมาตรฐาน 4.ภาครัฐเข้ามาให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการทำธุรกิจกับเชียงตุง รัฐฉาน เมียนมา 5.ปรับกฎระเบียบการขนส่งที่มีขั้นตอนยุ่งยาก ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และ 6.ส่งเสริมนโยบายการค้าระหว่างประเทศ

สำหรับธุรกิจที่มีศักยภาพของรัฐฉาน ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปเพราะรัฐฉานมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ มีพืช ผัก นานาชนิด และมีผลผลิตจำนวนมาก เช่น ข้าว ข้าวสาลี มันฝรั่ง ข้าวโพด ถั่วต่างๆ ผลไม้ เช่น มะม่วง ลิ้นจี่ ส้ม กล้วย มันฝรั่ง ทำให้เหมาะจะลงทุนทำอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป รวมทั้งสามารถส่งออกไปจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ ไปเมืองมูเซ

การค้าการลงทุนไทยกับรัฐฉานกำลังเติบโต ส่งผลให้มีความต้องการธนาคารไทยมากขึ้น โรงแรมและท่องเที่ยว รัฐฉานเป็นพื้นที่ที่รัฐบาล เมียนมามีแผนพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยว และปัจจุบันมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะมาจากไทย ยุโรป และจีน แต่มีโรงแรมเพียงไม่กี่โรงแรมและยังไม่มีมาตรฐานเท่าที่ควร จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปลงทุนในการสร้างโรงแรม โดยเฉพาะแถบทะเลสาบอินเล ผลิตภัณฑ์และโคนม เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่รัฐฉานยังขาด และผลิตภัณฑ์นม ในแต่ละปี รัฐฉานต้องนำเข้ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนมากจะนำเข้าจากจีน เนื่องจากความต้องการสูงกว่าปริมาณการผลิต และรัฐฉานก็มีวัวนมเพียง 3,205 ตัว

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา