
ควรทำ-ไม่ควรทำ ในการลงทุนเพื่ออนาคต
เรื่อง : กั๊ตจังภาพ : เอพี, เอเอฟพีเมื่อเราเกิดความคิดจะนำเงินที่มีอยู่ไปลงทุนให้เกิดดอกออกผล หรือก็คือ "ใช้เงินให้ทำงาน" ศัพท์ฮิปๆ ในวงการเงินที่ชวนให้เราควักกระเป๋าสตางค์ออกมา แต่เราจะลงทุนอะไรแบบไหนก็ล้วนมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น จะฝากธนาคาร กินดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยก็ต่ำ จะซื้อสลากออมสิน ถ้าไม่ได้ซื้อยกล็อตก็ยากที่จะถูกรางวัล
เรื่อง : กั๊ตจังภาพ : เอพี, เอเอฟพี
เมื่อเราเกิดความคิดจะนำเงินที่มีอยู่ไปลงทุนให้เกิดดอกออกผล หรือก็คือ "ใช้เงินให้ทำงาน" ศัพท์ฮิปๆ ในวงการเงินที่ชวนให้เราควักกระเป๋าสตางค์ออกมา แต่เราจะลงทุนอะไรแบบไหนก็ล้วนมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น จะฝากธนาคาร กินดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยก็ต่ำ จะซื้อสลากออมสิน ถ้าไม่ได้ซื้อยกล็อตก็ยากที่จะถูกรางวัล
ดังนั้น การทำความเข้าใจในเรื่องการลงทุนรู้ว่าอะไรเป็นข้อห้ามในการลงทุนก็จะทำให้เราเจ็บตัวน้อยที่สุด โดยเฉพาะคนที่อายุใกล้เกษียณด้วยแล้ว ควรจะจำสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการลงทุนให้ขึ้นใจเสียก่อนที่จะเอาเงินเก็บมาทั้งช่วงชีวิตไปลงกับความเสี่ยงที่ไม่รู้จักดีพอ ซึ่งสิ่งที่ควรทำมีอยู่ 4 ข้อดังนี้
1.หาความรู้
การที่เราไม่เรียนรู้เรื่องการลงทุน คือ ความเสี่ยงที่สูงที่สุด หากคิดจะลงทุนต้องศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนให้เข้าใจเสียก่อน การลงทุนอะไรก็ตามควรพิจารณาทั้งสองด้านให้ชัดเจน คือ เรื่องผลตอบแทนและความเสี่ยงควบคู่กันเสมอ
ที่สำคัญการอ่านประวัติศาสตร์วิกฤตการเงินในอดีตที่ผ่านมา จะช่วยให้คุณคาดการณ์อนาคตได้ว่าช่วงเวลาใดควรลงทุนและช่วงเวลาใดคือความเสี่ยง เราไม่สามารถวิเคราะห์ผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจความเสี่ยงไม่ได้
2.กระจายการลงทุน
ไม่มีการลงทุนธุรกิจไหนในโลกที่ยั่งยืนไปตลอดกาล แม้เราจะลงทุนในธุรกิจที่ เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ เช่น อาหาร อสังหาริมทรัพย์ สุขภาพ แม้จะเป็นธุรกิจ ที่มีความต้องการอยู่ตลอด แต่ก็ยังมีตัว แปรอื่นๆ ที่ทำให้ธุรกิจนั้นล้มหายตายจาก ไปได้ เช่น เปลี่ยนตัวผู้บริหารใหม่ที่มีความสามารถไม่ดีพอ
มีคู่แข่งที่มีนวัตกรรมดีกว่าหรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและนโยบายของภาครัฐก็ทำให้เกิดความเสี่ยงในการลงทุนเช่นกัน ดังนั้นควรจะกระจายการลงทุนไปในหลายๆ กลุ่มธุรกิจจะทำให้ลดความเสี่ยงในการลงทุนไปได้
3.จัดพอร์ตให้เหมาะกับตัวเอง
ไม่มีใครที่จะลงทุนเหมือนกันทั้งหมด จะมีความแตกต่างกันบ้างทั้งในเรื่องมุมมองการลงทุนและเม็ดเงินที่อยู่ในมือ การจัดพอร์ตให้เหมาะสมกับตัวเองต้องอาศัยทั้งความรู้ที่มีอยู่ การสะสมประสบการณ์ที่ผ่านมา และความชอบส่วนตัวที่มีต่อหุ้นบางกลุ่ม เช่น บางคนชอบเรื่องไอทีก็เน้นการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งไม่เพียงแต่ลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทน แต่ยังเป็นความสุขที่ได้ถือหุ้นในบริษัทที่ชอบได้อีกด้วย
4.ตัดสินใจลงทุนอย่างสมดุล
บางครั้งบางคราวเราอาจจะเห็นว่าหุ้นกำลังขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เกิดความคิดที่ว่าถ้าลงเพิ่มน่าจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเดิม แต่เมื่อซื้อไปแล้วอีกหลายวันต่อมาราคาตกกลายเป็นตัวฉุดพอร์ตการลงทุนของเรา หรือบางจังหวะได้กำไรจากการซื้อหุ้นเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ที่ตั้งเป้าเอาไว้ แต่คิดว่าจะไปได้ไกลกว่านั้นอีกก็อาจจะทำให้เราพลาดได้เช่นกัน การลงทุนทุกชนิดควรตั้งเป้าผลกำไรที่ชัดเจนและรู้จักคำว่าพอดี จะทำให้เราได้รับผลตอบแทนที่แน่นอนมากกว่า
สุดท้ายข้อควรห้ามในการลงทุนก็คืออย่าลงทุนตามข่าว หรือตามกระแส เพราะการลงทุนจะต้องวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน ไม่ควรเชื่อตามข่าวลือ แล้วลงทุนตามๆ กันไป ต่อมาอย่าตื่นตูมตกใจไปตามความผันผวนในระยะสั้น แต่ควรตัดสินใจลงทุนตามพื้นฐานที่แท้จริงของหลักทรัพย์และภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงในช่วงนั้น และสุดท้าย อย่ายึดติดกับอดีต
การลงทุนเป็นการคาดการณ์ในอนาคต โดยอาศัยข้อมูลจากอดีตและปัจจุบัน ไม่ใช่การลงทุนตามอดีต เพราะสภาวะแวดล้อมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงไม่ควรยึดติดกับผลตอบแทนที่ดีหรือไม่ดีในอดีต เพราะสิ่งที่เคยเกิดขึ้นอาจจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก ถ้าไม่พิจารณาถึงข้อห้ามในการลงทุนเหล่านี้คนที่ช้ำอาจจะเป็นคุณ n







