posttoday
ซาอุฯ มุ่งดันน้ำมัน เดิมพัน IPO‘อรามโก’

ซาอุฯ มุ่งดันน้ำมัน เดิมพัน IPO‘อรามโก’

10 ตุลาคม 2560

นันทิยา วรเพชรายุทธแม้ว่าการเปิดเผยรายงานสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐในวันนี้จะเป็นตัวแปรใหม่ล่าสุด ทว่าหากติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกในระยะนี้จะเห็นได้ว่า ราคาได้ปรับตัวขึ้นถึง 3 วันติดต่อกันมาแล้ว โดยในระหว่างการซื้อขายเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ขึ้นไปแตะ 56.75 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสขึ้นไปแตะ 51.09 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันทั้งสองตัวยังขยับขึ้นไปถึง 2% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

นันทิยา วรเพชรายุทธ

แม้ว่าการเปิดเผยรายงานสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐในวันนี้จะเป็นตัวแปรใหม่ล่าสุด ทว่าหากติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกในระยะนี้จะเห็นได้ว่า ราคาได้ปรับตัวขึ้นถึง 3 วันติดต่อกันมาแล้ว โดยในระหว่างการซื้อขายเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ขึ้นไปแตะ 56.75 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสขึ้นไปแตะ 51.09 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันทั้งสองตัวยังขยับขึ้นไปถึง 2% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่เป็นตัวผลักดันโมเมนตัมของราคาน้ำมันขาขึ้นครั้งนี้ มาจากการขยับตัวครั้งใหญ่ของ "ซาอุดิอาระเบีย" ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ว่าจะลดการส่งออกน้ำมันในเดือน พ.ย.ลงถึง 5.6 แสนบาร์เรล/วัน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศ ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก) และกลุ่มนอกโอเปก

จากถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงน้ำมันซาอุดิอาระเบีย ระบุว่า ซาอุฯ จะจำกัดการส่งออกในเดือนหน้าที่ 7.15 ล้านบาร์เรล/วัน จากดีมานด์ของลูกค้าในต่างประเทศทั้งหมดที่ 7.711 ล้านบาร์เรล/วัน ทั้งที่เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวที่จะมีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก โดยเป็นการจำกัดการส่งออกน้ำมันที่ต่อเนื่องมาจากเดือน ต.ค. ที่คาดว่าลดไป 3.5 แสนบาร์เรล/วัน จากดีมานด์ของลูกค้าทั้งหมดทั่วโลก

การเร่งเครื่องของผู้ส่งออกน้ำมันเบอร์ 1 ในกลุ่มโอเปกครั้งนี้ ยังมีขึ้นก่อนการประชุมโอเปกที่กรุงเวียนนา ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าอาจมีการเจรจาเรื่องการขยายข้อตกลงลดกำลังการผลิตออกไปอีก จากเดิมที่ข้อตกลงลดการผลิต 1.8 ล้านบาร์เรล/วัน ระหว่างกลุ่มโอเปกและนอกโอเปก จะสิ้นสุดในสิ้นเดือน มี.ค. 2018 นี้

เท่ากับว่าซาอุฯ กำลังเร่งมือทำเรื่อง "ต้นน้ำ" อย่างการลดกำลัง การผลิต และดำเนินการ "ปลายน้ำ" ด้วยการจำกัดการส่งออกควบคู่ไปพร้อมๆ กัน เพื่อเดินเครื่องดันราคาน้ำมันให้กลับมาเป็นขาขึ้นอย่างเต็มที่ ในจังหวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังมีทิศทางสดใสมากขึ้น

นักวิเคราะห์หลายรายเชื่อว่า การลงมือเร่งเครื่องของหัวเรือใหญ่โอเปกด้วยตนเองในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเตรียมตัวดันบริษัทน้ำมัน แห่งชาติ "ซาอุดิ อรามโก" เข้า จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็น ครั้งแรก ซึ่งคาดกันว่าจะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์เปิดขายหุ้นไอพีโอ ครั้งใหญ่ที่สุดของโลกเท่าที่เคยมีมา เลยทีเดียว

แต่เดิมนั้น ซาอุฯ มีแผนจะดันอรามโกเข้าตลาด ซึ่งคาดว่าอาจเป็นนิวยอร์กหรือลอนดอน ภายในช่วงกลางปี 2018 โดยการเปิดขายหุ้น 5% คาดว่าจะระดมทุนได้ถึง 3-4 แสนล้านดอลลาร์ (9.95-13.2 ล้านล้านบาท) เมื่อประเมินจากมูลค่าของอรามโกที่ระหว่าง 1.5-2 ล้านล้านดอลลาร์ (50-66 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ที่ราคาน้ำมันยังลูกผีลูกคนขึ้นไปได้ ไม่ต่อเนื่อง เพราะซัพพลายโลกยังล้นตลาด อีกทั้งเทคโนโลยียุคใหม่ที่เข้ามาและทำให้โลกมีแนวโน้มใช้น้ำมันลดลง ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสีเขียวไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้านั้น ต่างก็ล้วนเป็นปัจจัย ที่บั่นทอนอรามโก และอนาคตของ ซาอุฯ ทั้งประเทศไปพร้อมกัน

สื่อต่างประเทศบางสำนักรายงานว่า ซาอุฯ อาจตัดสินใจเลื่อนการขายหุ้นไอพีโอของอรามโกออกไปเป็นปี 2019 แทน หากราคาน้ำมันโลกยังไม่สามารถถีบตัวขึ้นไปได้มากพอ และยืนระยะ อยู่นานมากพอในปีหน้า

รอยเตอร์สรายงานว่า เดิมพันเรื่อง อรามโกซึ่งหมายถึงอนาคตของซาอุฯ ทั้งประเทศไปด้วยนั้น ถือเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ที่ซาอุฯ จริงจังถึงขั้นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์มาแล้ว

รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า ข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันร่วมกันระหว่างโอเปกกับกลุ่มนอกโอเปก ที่บรรลุดีลได้ช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมาไม่ใช่แค่การเจรจากันธรรมดาทั่วไป แต่อยู่บนเงื่อนไขที่ว่า "หากไม่สามารถตกลงได้ ซาอุฯ ก็อาจพิจารณาถอนตัวจากกลุ่มโอเปกแทน"

แหล่งข่าวยังระบุว่า เดิมพันเรื่อง อรามโกนั้นทำให้ซาอุฯ ปรับเปลี่ยนท่าทีครั้งใหญ่มาแล้ว จากเดิมที่มีนโยบายมุ่งครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นหลักโดยไม่สนราคานั้น ได้เปลี่ยนเป็นการหันมาดันราคาน้ำมันให้เป็นขาขึ้นแทน ทั้งการลดกำลังผลิตและการส่งออก

"ซาอุฯ คือสายเหยี่ยวด้านราคา ตัวหลักในขณะนี้" แหล่งข่าวระบุกับรอยเตอร์ส

ปัญหาสำคัญของราคาน้ำมันที่กำลังอยู่ในทิศทางขาขึ้นในขณะนี้ก็คือ อาจขึ้นไปยืนระยะได้ไม่นานพอ และกลับมาร่วงลงอีกครั้งในปีหน้า หากกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (เชลออยล์) ในสหรัฐ กลับเข้ามาเล่นอย่างเต็มตัว

ปัจจุบัน ราคาน้ำมันโลกกลับมายืนเหนือ 50 ดอลลาร์/บาร์เรลได้อีกครั้ง เป็นผลมาจากปริมาณน้ำมันสำรองในสหรัฐที่ลดลงจากฤดูเฮอริเคนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งกระทบต่อกำลังการผลิตและการกลั่นของหลายรัฐตามแนวชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก และยังได้ปัจจัย ที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้น พร้อมกับการใกล้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงพีกของการใช้น้ำมันทั่วโลก

ล่าสุด ธนาคารบาร์เคลย์สได้ปรับขึ้นคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อีก 5 ดอลลาร์ ไปเป็น 56 ดอลลาร์/บาร์เรล แล้วในช่วงไตรมาสแรกปี 2018 โดยให้เห็นผลความกังวลเรื่องปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกและซัพพลาย ที่ตึงตัวเป็นหลัก แต่ถึงกระนั้นก็ตาม บาร์เคลย์สมองว่าราคาน้ำมันชนิดเดียวกันนี้ จะกลับมาลดลงเหลือ 48 ดอลลาร์/บาร์เรล ในไตรมาส 2 เนื่องจากปริมาณการผลิตโลกจะกลับมาเพิ่มขึ้น ทั้งจากข้อตกลงของโอเปกที่จบลง และจากฝั่งสหรัฐเอง

จึงไม่น่าแปลกใจที่ตลอดช่วง 1-2 ปีมานี้ เราจะได้เห็นการเคลื่อนไหวทั้งที่เปิดเผยและเป็นข่าวแบบไม่เปิดเผยจากซาอุฯ มาหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การกดดันให้มีข้อตกลงร่วม ของโอเปกและกลุ่มนอกโอเปก การจำกัดปริมาณการส่งออกน้ำมัน ไปต่างประเทศ การขึ้นราคาน้ำมันลูกค้าในต่างประเทศ ไปจนถึงการ เสด็จพระราชดำเนินเยือน "จีน" และ "รัสเซีย" ด้วยพระองค์เองเป็นครั้งแรกของสมเด็จพระราชาธิบดี ซัลมาน บิน อับดุลอาซิส อัล ซาอุด แห่งซาอุดิ อาระเบีย

การเดินหน้าแสวงหาพันธมิตรด้านพลังงานอย่างจีนและรัสเซีย ไปจนถึงการบรรลุดีลข้อตกลงกับอินเดีย ที่เป็นอีกหนึ่งประเทศผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่ที่สุดในโลกนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงด้านการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีการ ลงทุนร่วมด้านการสร้างโรงกลั่นและปิโตรเคมีระหว่างประเทศเหล่านี้ แล้วหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้

เพราะทั้งหมดนี้ล้วนคุ้มค่ากับ เดิมพันครั้งใหญ่ของซาอุฯ ที่ต้องเดินหน้าแปรรูปอรามโกเพื่อความอยู่รอดของประเทศโดยเร็ว ก่อนที่ราคาและยุคสมัยของน้ำมันจะเริ่มลดความสำคัญลงเรื่อยๆ ในอนาคตอีกไม่นานนี้ n

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน