
ณัฐธิดา สงวนสิน บ้านเรียบง่าย ดูดี
เรื่อง : โยโมทาโร่ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดียามสายของวันหนึ่งของปลายฤดูฝนณัฐธิดา สงวนสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัซซี่บีส์ ผู้บริหารสาวคนเก่งอารมณ์ดี เปิดบ้านให้เราได้ชมบ้านเป็นครั้งแรก บ้านทรงสี่เหลี่ยม3 ชั้นที่ดูเรียบง่ายแต่ดูสวยทั้งภายนอกจนถึงภายใน
เรื่อง : โยโมทาโร่ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
ยามสายของวันหนึ่งของปลายฤดูฝนณัฐธิดา สงวนสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัซซี่บีส์ ผู้บริหารสาวคนเก่งอารมณ์ดี เปิดบ้านให้เราได้ชมบ้านเป็นครั้งแรก บ้านทรงสี่เหลี่ยม3 ชั้นที่ดูเรียบง่ายแต่ดูสวยทั้งภายนอกจนถึงภายใน
ผู้บริหารสาวบอกกับเราว่า "บ้านสวยไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป"
แนวคิดในการออกแบบบ้านหลังนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้วคือการสร้างบ้านและครอบครัวของตัวเองขึ้นมาบนที่ดินของคุณแม่เธอเอง ณัฐธิดา เล่าต่อว่า โจทย์ของบ้านหลังนี้ก็คือต้องตอบความต้องการทั้งหมดที่มี
"ก่อนที่เราจะคุยกับสถาปนิกเราก็มีการเขียนสเกลไปให้ว่าเรามีความต้องการอะไรบ้าง แต่ละห้องต้องมีขนาดเท่าไหร่และต้องขนาดนี้เท่านั้น และแต่ละห้องจะต้องอยู่ตรงไหนบ้างเราถึงจะพอใจ วาดคร่าวๆ ออกมา ให้สถาปนิกได้เห็นไอเดียของเรา แต่เราก็บอกกับสถาปนิกไปว่าเราอยากได้บ้านแบบดูดีแต่ไม่ค่อยมีสตางค์นะ ช่วยออกแบบให้ดูสวยที (หัวเราะชอบใจ)
สถาปนิกก็จะเป็นคนเอาความคิดของเราไปวาดออกมาให้ดูสวยงามเป็นแบบที่สามารถใช้ได้จริง ภาพบ้านที่เราวาดออกมาตอนแรก ดูเป็นกล่องๆ มากเกินไป สถาปนิกก็เลยดัดแปลงออกมานิดหน่อย มีส่วนยื่นออกมาไม่ให้ดูเป็นสี่เหลี่ยม ตกแต่งเติมเข้าไปอีกนิดนึงให้มีความเป็นบ้านมากขึ้น แต่ยังตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ครบ โดยเฉพาะสระว่ายน้ำให้อยู่ชั้น 2 ของบ้านจะทำให้เรารู้สึกมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
โชคดีที่สถาปนิกเก่งออกแบบมารอบเดียวมาเสนอเรา และเราก็โอเคว่าจะใช้แบบของเขา ง่ายจนสถาปนิกต้องถามว่าจะไม่แก้จริงๆ เหรอ แก้ตรงนั้นหน่อยไหมเอาให้สวยขึ้น เราก็บอกเลยว่าไม่เพราะมั่นใจว่าเราคิดมาดีแล้วว่าเราต้องการอะไร ถ้าไปเปลี่ยนแปลงก็อาจจะทำให้เราต้องมาคิดใหม่ซึ่งเราชอบคิดเยอะ แก้แล้วเดี๋ยวต้องมาคิดใหม่อีก
เคล็ดลับอีกอย่างที่ทำให้บ้านนี้ออกแบบมาลงตัวก็คือ ต้องคิดมาก่อนให้เรียบร้อยก่อนจะคุยกับสถาปนิกถ้ามีแบบ หรือภาพที่เราอยากจะมีแบบนี้ก็เอาให้เขาดูเลย อย่างห้องนั่งเล่น เราบอกกับเขาว่าอยากได้แบบนี้ เอาภาพให้เขาดูแล้วบอกว่าก๊อบแบบมาได้เลยไม่เป็นไร และเวลาออกแบบบ้านที่มักจะมีปัญหาก็คือความคิดเรากับสามีไม่ลงตัว ต่างคนต่างมีแบบที่อยากได้
เราตัดสินใจง่ายๆ เลย ก็คือแยกชั้นกันไปเลย ชั้นล่างให้สามีเลือกแบบได้ตามใจชอบ แต่ชั้นที่สองถึงสามเป็นของเรานะ เปิดบ้านเข้ามาก็เลยจะเห็นว่าชั้นล่างเป็นโทนโมเดิร์น มีโต๊ะสนุ๊ก และห้องเครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์ของสามีโดยเฉพาะ แต่งได้ตามใจชอบ พอเดินขึ้นมาชั้นสอง จะเป็นห้องนั่งเล่นโทนสีขาว ซึ่งเป็นโทนสีที่เราชอบ
ปกติแล้วในบ้านพื้นที่ขนาดนี้จะมีห้องรับแขก แยกจากห้องนั่งเล่นของเจ้าของบ้าน แต่ลองคิดดูสิว่าในชีวิตจริงของเราที่ผ่านมา มีแขกมาเยี่ยมบ้านเราสักกี่คนกันเชียว เราก็เลยตัดฟังก์ชั่นของห้องรับแขกไปให้เหลือเพียงห้องนั่งเล่น ก็ใช้ห้องนั่งเล่นนี่แหละที่เป็นห้องที่ใช้สามารถรับแขกได้ในตัวและตกแต่งให้สวยงามเต็มที่อย่างที่เราอยากได้
ถ้าสังเกตให้ดีบ้านหลังนี้จะเป็นบ้านที่ไม่มีการกั้นทางเดิน เพราะความคิดส่วนตัวของเรา การที่บ้านดูเล็กเพราะว่าเราแบ่งพื้นที่บ้านให้มีทางเดิน และกั้นห้องเป็นส่วน ดั้งนั้นบ้านนี้จะกั้นห้องเท่าที่จำเป็นเพื่อจะได้เหลือพื้นที่ว่างทำให้บ้านดูโล่งมากขึ้นสำหรับการวางเฟอร์นิเจอร์แล้วก็จะได้สะดวกในการปรับแต่งบ้านในอนาคตได้ง่ายขึ้น
ถามถึงอนาคตในการแต่งบ้านเมื่อลูกโตขึ้นก็คงต้องมีการปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ ให้เหมาะกับพวกเขา แต่เรื่องเหล่านี้ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะเราไม่ได้ยึดติดกับวัตถุว่าจะต้องเป็นอะไรแบบไหนเพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือคนในครอบครัว บ้านอยู่ที่ไหนก็ได้ แต่ขอให้คนที่เรารักอยู่ด้วยกันก็พอ"







