
'รีเวิร์ส มอร์ทเกจ' ใกล้ความจริง
ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์ใกล้คลอดเป็นรูปธรรมเข้ามาทุกที สำหรับโครงการจะนำที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุมาแลกเปลี่ยนเป็นสินเชื่อ หรือโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (รีเวิร์ส มอร์ทเกจ) เมื่อธนาคารออมสินได้ส่งเรื่องรีเวิร์ส มอร์ทเกจไปให้กับคณะกรรมการออมสินพิจารณาแล้ว
ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
ใกล้คลอดเป็นรูปธรรมเข้ามาทุกที สำหรับโครงการจะนำที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุมาแลกเปลี่ยนเป็นสินเชื่อ หรือโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (รีเวิร์ส มอร์ทเกจ) เมื่อธนาคารออมสินได้ส่งเรื่องรีเวิร์ส มอร์ทเกจไปให้กับคณะกรรมการออมสินพิจารณาแล้ว
ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ออมสินพร้อมดำเนินการโครงการ รีเวิร์ส มอร์ทเกจ ตามนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนให้ดูแลกลุ่มคนสูงอายุ ก่อนจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต เพื่อเป็นการลดภาระของงบประมาณในอีก 10 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ หลังจากคณะกรรมการออมสินเห็นชอบแล้ว ออมสินจะมีการเปิดตัวและเปิดเผยรายละเอียดโครงการรีเวิร์ส มอร์ทเกจอีกครั้ง ซึ่งหลักการเบื้องต้นจะเป็นการนำที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุเองมาเปลี่ยนเป็นเงินใช้ในยามเกษียณ โดยไม่ต้องเป็นภาระของงบประมาณแผ่นดิน และไม่เป็นภาระของลูกหลานในภายหน้า
สำหรับรีเวิร์ส มอร์ทเกจ วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยใน 1-2 ปีแรก คิดแบบผ่อนปรน หรือคิดอัตรา 0% เพื่อดึงดูดให้ผู้สูงอายุเข้าร่วมโครงการในช่วงแรก แต่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญาจะอยู่ที่ประมาณ 5-6% ซึ่งที่ผ่านมาได้มีเสียงตอบรับจากผู้สูงอายุที่สนใจเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโครงการรีเวิร์ส มอร์ทเกจ ของออมสิน ติดปัญหาและข้อกังวลบางเรื่อง แต่ขณะนี้ได้ มีการแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว โดยกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กำชับให้ออมสินพิจารณาสินเชื่ออย่างรอบคอบ
ส่วนข้อกังวลต่างๆ เช่น กระทรวงการคลัง อยากให้ธนาคารชี้แจงข้อมูลของสินเชื่อให้กับทายาทของผู้สูงอายุที่จะเข้าร่วมโครงการอย่างละเอียดและชัดเจน เนื่องจากผู้สูงอายุต้องนำที่ดินมาจำนองไว้กับธนาคาร เพื่อให้ทายาทรับทราบล่วงหน้า จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง ทำให้ทายาทของผู้ขอสินเชื่อต้องมีการเซ็นยอมรับเงื่อนไขในการขอสินเชื่อของโครงการด้วย
สำหรับเงื่อนไขที่สำคัญ กรณีเมื่อทำการปล่อยสินเชื่อจนครบตามสัญญา หรือผู้กู้อายุครบ 85 ปี แต่ยังไม่เสียชีวิต ธนาคารจะตีราคาประเมินหลักประกันใหม่ เพราะประเมินว่าพอถึงเวลานั้นราคาทรัพย์สินจะปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสรับสินเชื่อต่อไปได้อีก
ส่วนกรณีที่ผู้สูงอายุเสียชีวิต หลักประกันดังกล่าวจะต้องนำมาขายทอดตลาดให้ประชาชน หรือทายาทของผู้กู้ สามารถยื่นเรื่องขอสินเชื่อหรือรับซื้อหลักประกันไว้เองได้ หรือกรณีที่มีการขายหลักประกันได้สูงกว่าสินเชื่อที่ปล่อยไป เงินส่วนต่างจะต้องยกให้ทายาท ซึ่งทั้งหมดต้องมีการทำข้อตกลงยินยอมไว้ก่อนล่วงหน้า
นอกจากนี้ ข้อกังวลของ ธปท.เป็นเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ไม่ต้องการให้ธนาคารคิดแบบรายเดือน เพราะมีความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสียได้ในกรณีที่ผู้กู้ไม่จ่ายดอกเบี้ย จึงจะคิดดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวคือครั้งสุดท้าย โดยคำนวณการเสียชีวิต หรือครบกำหนดสัญญาที่อายุ 85 ปี







