
รถยนต์เก่าหมดอายุ ในเวียดนาม
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล[email protected]ช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีโอกาสกลับไปเยือนเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม อีกครั้ง ในรอบ 2 ปี ต้องบอกเลยว่า มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเยอะมาก ไล่ตั้งแต่สนามบินไปจนถึงอาคารต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมและโฮลเทลน้องใหม่ที่ผุดขึ้นเต็มไปหมด
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล[email protected]
ช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีโอกาสกลับไปเยือนเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม อีกครั้ง ในรอบ 2 ปี ต้องบอกเลยว่า มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเยอะมาก ไล่ตั้งแต่สนามบินไปจนถึงอาคารต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมและโฮลเทลน้องใหม่ที่ผุดขึ้นเต็มไปหมด
และการไปครั้งนี้ มีโอกาสได้ไปชิมกาแฟเวียดนาม "Kong" ร้านกาแฟที่ (เหมือนจะ) เป็นความภูมิใจของคนเวียดนาม เพราะไกด์หนุ่มของเรา มิสเตอร์หวู พยายามพรีเซนต์มากว่า ตอนนี้กำลังอินในหมู่ วัยรุ่นฮานอย ใครมาใครไปต้องมาเช็กอินที่นี่!!! นับเป็นความแปลกตาใหม่ที่ได้สัมผัสจากฮานอยทริปล่าสุด
เมื่อพูดถึงเวียดนามแล้ว จะไม่พูดถึงบรรยากาศความวุ่นวายบนท้องถนนของเวียดนามก็คงไม่ใช่ที่ เช่นเดียวกับฮานอยวันนี้ที่ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติม คือ "รถติด" มากขึ้น นั่นเพราะเวียดนามมีการอนุญาตให้สามารถซื้อรถยนต์มือหนึ่งได้ง่ายขึ้น จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเวียดนาม และอีกเหตุผล คือ เพื่อชดเชยรถยนต์เก่ามากกว่า 2.4 หมื่นคัน ที่จะสิ้นอายุการใช้งานและถูกห้ามวิ่งบนท้องถนนนั่นเอง
สำนักทะเบียนของเวียดนามประกาศว่า รถยนต์มากกว่า 2.4 หมื่นคัน จะหมดอายุการใช้งานในวันที่ 1 ม.ค. 2561 และจะไม่ได้รับอนุญาตให้วิ่งบนท้องถนน ตัวเลขนี้รวมถึงรถยนต์จำนวน 2,640 คัน ที่ใช้เพื่อการขนส่งผู้โดยสาร และรถบรรทุกจำนวน 2.18 หมื่นคัน ที่ใช้ในการขนส่งสินค้าเพื่อการพาณิชย์ รถดังกล่าวถูกห้ามวิ่งจากกฎหมายจราจร เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ
จากตัวเลขดังกล่าว พบว่า นครโฮจิมินห์ มีรถเก่าหมดอายุการใช้งานมากที่สุด คือ 6,025 คัน กรุงฮานอยมีจำนวนรองลงมา คือ 3,060 คัน จังหวัดใกล้เคียงนครโฮจิมินห์ก็มีจำนวนรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานจำนวนมาก ได้แก่ จังหวัดบิ่นห์เยือง 1,200 คัน และจังหวัดด่งนาย 2,070 คัน
ทั้งนี้ สำนักงานทะเบียนของเวียดนามบังคับยานพาหนะทุกคันให้ลงทะเบียนรวมศูนย์ที่ส่วนกลางทั่วประเทศ เพื่อส่งข้อมูลยานพาหนะที่หมดอายุการใช้งานให้แก่สำนักงานตำรวจจราจร กรมการขนส่งและตรวจสอบการจราจรในเมืองและจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเกิดจิตสำนึกในการบังคับใช้กฎหมายจราจรและลดจำนวนอุบัติเหตุจากรถที่หมดอายุการใช้งาน หากพบว่ามีการนำรถที่หมดอายุมาวิ่งบนท้องถนนจะถูกจับตามพระราชกฤษฎีกาที่กำหนด
สำหรับค่าปรับคนที่นำรถยนต์หมดอายุการใช้งานมาใช้วิ่งบนท้องถนนจะถูกปรับสูงถึง 4-6 ล้านด่อง หรือประมาณ 6,000-8,000 บาท และถูกระงับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ 1-3 เดือน ขณะที่รถนั้นจะถูกยึดด้วย ถือเป็นโทษที่มีค่าปรับไม่น้อยทีเดียว
จึงทำให้คาดว่า ยอดขายรถยนต์โดยสารและรถบรรทุกใหม่ในเวียดนามจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า ส่งผลให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ รถโดยสาร และรถบรรทุก จะยังคงมีอนาคตสดใส รวมไปถึงธุรกิจเกี่ยวกับการซ่อมบำรุง ดูแลรักษาสภาพรถยนต์รถโดยสารและรถบรรทุก ก็จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งนั่นอาจหมายถึงโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายธุรกิจในกลุ่มดังกล่าวเข้าไปในเวียดนาม







