posttoday
ลงทุนรถคลาสสิก ใจต้องรัก เงินต้องเย็น

ลงทุนรถคลาสสิก ใจต้องรัก เงินต้องเย็น

04 ตุลาคม 2560

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์คําเตือน! การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนลงทุน

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

คําเตือน! การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนลงทุน

นี่คือประโยคที่ผู้ลงทุนได้ยินกัน ชินหู ได้อ่านจนชินตา และก็ยังใช้ได้ดีไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย หรือจะเป็นการลงทุนรูปแบบใด และก็ใช้กับการลงทุนในรถคลาสสิกที่มูลค่าเพิ่มจนน่าเย้ายวนใจได้เช่นกัน

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานบริษัท สื่อสากลและนายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คนที่เหมาะลงทุนในรถคลาสสิกต้องเป็นคนที่รักและชอบในรถ ถ้าเป็นคนทั่วไปไม่แนะนำให้ซื้อรถอะไรก็ได้มา เพื่อหวังขายต่อหรือพัฒนาแบบไม่รู้ทิศทาง เพราะความไม่รู้คือความเสี่ยง

เมื่อรักแล้วต้องศึกษาว่ารถที่เห็นอยู่ รุ่นอะไร อยู่ในเกณฑ์ที่คนชอบหรือไม่ ตั้งราคาต้องใช้เกณฑ์อย่างไร มีอู่ที่ไว้ใจได้เพื่อนำรถไปบูรณะ ซึ่งอู่เหล่านี้เริ่มมีน้อยลงทุกวัน เพราะช่างมีฝีมือหายากขึ้น เนื่องจากรถสมัยใหม่มักใช้วิธีเปลี่ยนอะไหล่เลย ต่างจากรถสมัยเก่าที่ต้องใช้ช่างฝีมือเคาะ ขูด ขัด พ่นสี

นอกจากนี้ อีกสิ่งที่คนคิดลงทุนในรถคลาสสิกต้องมีคือ "เงินเย็น" แต่ไม่ถึงขั้นต้องเป็นมหาเศรษฐีถึงจะลงทุนได้ แม้มีเงินไม่มากแต่ถ้าได้รถมาในราคาที่เหมาะสม แล้วค่อยๆ นำมาบูรณะให้อยู่ในสภาพดี หรือรักษาสภาพเดิมที่ได้มาให้ได้ ก็ขายต่อให้คน ที่ต้องการซื้อรถรุ่นนั้นไปพัฒนาต่อหรือไปเก็บได้

สำหรับหลักการเลือกรถคลาสสิกลงทุนมีอยู่ 2 หลักใหญ่ คือ เป็นดีไซน์ที่คนทั่วโลกนิยม สวยกินใจ และจำนวนผลิตน้อยกว่าความต้องการ

ตัวอย่างรถแบบที่ว่า เช่น เบนซ์รุ่นปีกนกกว่า 10 ปีก่อนในไทยซื้อขายกัน 7-8 ล้านบาท ราคาในตลาดโลกปัจจุบันคือ 45 ล้านบาท เพราะคนทั่วโลกนิยมเก็บรุ่นนี้ เนื่องจากเป็นรุ่นที่สวยคลาสสิกผลิตในปี 2499 เป็นรุ่นที่ผลิตตามความต้องการของวิศวกร ผู้ออกแบบ เมื่อรถรุ่นนี้ออกมาก็โดนใจคนทั้งโลก

"ท้ายรถรุ่นนี้สวยมาก ตั้งแต่มีรถยนต์มา ไม่เคยเห็นรุ่นไหนท้ายสวยแบบนี้ ประตูก็พิสดาร เปิดแบบปีกนก เวลาเข้าต้องปีนเข้าไป พวงมาลัยก็จะติดท้อง ต้องพับพวงมาลัยก่อนแล้วค่อยดึงออกมา เวลาผ่านไปรถแบบนี้มีน้อยลงเรื่อยๆ แต่เป็นรถที่คนเล่นมาก ราคาขึ้นมา 45 ล้านบาทก็ยังมีคนสนใจซื้อ" ขวัญชัย กล่าว

อีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นรถยอดนิยมแต่หายากคือ รถช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงที่หลายประเทศในยุโรปต้องปิดโรงงานไปร่วมสงคราม ช่วงนั้นเอ็มจี ทำเอ็มจี ทีเอ และเอ็มจี ทีบี ออกมา โดยเอ็มจี ทีบี ประกอบไปได้ไม่ถึง 170 คัน ก็ต้องหยุดทำ พอสงครามเลิกก็หันมาผลิตรถรุ่นคล้ายกันคือ เอ็มจี ทีซี แทน ทำให้เอ็มจี ทีบี กลายเป็นรุ่นหายากและราคาแพง

ทั้งนี้ ในไทยมีสมาชิกสมาคมรถโบราณกว่า 600 คน กว่าครึ่งหนึ่งมีรถคลาสสิกอย่างน้อย 1 คัน ในจำนวนนี้ 150 คน มีมากกว่า 1 คัน มองเจาะลึกลงไปจะพบว่า 75 คน ซื้อเพื่อเก็บไม่ใช่เพื่อขาย ส่วนที่เหลือถ้าให้ราคาเหมาะสมก็พร้อมขาย และอีกกว่า 200 คนที่ไม่มีรถ แต่อยู่ในสมาคมก็เป็นกลุ่มที่คนทำธุรกิจมีโอกาสไปขายรถคลาสสิกให้ได้

การซื้อขายรถคลาสสิกในไทยนั้นค่อนข้างยากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ เพราะไทยมีกฎหมายห้ามนำรถใช้แล้วเข้าประเทศ โดยตีความรถใช้แล้วว่าเป็นรถเก่า รถคลาสสิกจึงเข้าข่ายรถเก่า

หากจะนำรถคลาสสิกที่ไม่มีในไทยเข้ามา วิธีที่ทำได้คือ ต้องเป็นเจ้าของรถคันนั้นสมัยที่ไปเรียนหรือทำงานใช้ชีวิตในต่างประเทศไม่น้อยกว่าหนึ่งปีครึ่ง ขณะที่การขายรถออกไปต่างประเทศทำได้ง่ายมาก เปรียบดั่ง ทางเข้าเหมือนรูเข็ม แต่ทางออกเหมือนแม่น้ำ พอรถรุ่นเหล่านี้ถูกขายออกไปต่างประเทศ ก็ทำให้ราคาในไทยขึ้นไปอีก

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงได้ยินกระแสข่าวมาว่า มี นักสะสมบางคนที่มีภูมิลำเนาในต่างประเทศและมีเงินหนา ใช้วิธีเก็บรถคลาสสิกไว้ในต่างประเทศ อาจตั้งเป้าว่าวันหนึ่งจะนำกลับมาไทย หรือหากไม่มีก็ไปใช้วิธีจ้างนักเรียนไทยในต่างประเทศ แล้วซื้อรถให้นักเรียนไทยเป็นเจ้าของให้ พอเรียนครบหนึ่งปีครึ่งก็ให้นำรถกลับเข้ามาไทย แต่ต้องทำตามกติกาห้ามขายเปลี่ยนมือใน 5 ปี เจ้าของรถจริงก็ต้องทนรอ

ขวัญชัย กล่าวว่า ไม่ใช่แค่รถคลาสสิกหายาก แต่หามาได้แล้วก็มีต้นทุนบูรณะ พัฒนา และดูแล เพราะส่วนใหญ่รถกลุ่มนี้อายุผ่านไป 10-30 ปีแล้วจึงเสื่อมสภาพลง ยิ่งถ้าเป็นของตกทอดรุ่นปู่รุ่นย่า จอดไว้นิ่งๆ เครื่องยนต์ก็สึกหรอ เบาะเสียหาย หากซื้อมาแล้วต้องการชุบชีวิตให้รถก็ต้องบูรณะก่อน อะไรหลุด อะไรต้องเคลือบ ก็ไปซื้ออะไหล่จากต่างประเทศมาประกอบเพิ่ม

ขณะเดียวกัน หากจะนำรถคลาสสิกมาวิ่งบนถนนก็ต้องมีต้นทุนเสียภาษีรถประจำปีเหมือนรถทั่วไป ซึ่งต้นทุนนี้เป็นอัตราคงที่ ไม่ว่ารถมีอายุเท่าไรแล้ว และภาษีนี้คิดตามขนาดเครื่องยนต์ รถคลาสสิกเป็นรถเก่าที่ขนาดเครื่องยนต์ใหญ่จึงต้องเสียภาษีแพง ไม่สามารถเลือกเสียภาษีเฉพาะวันที่นำออกมาวิ่งได้ เจ้าของรถคลาสสิกบางคนจึงเลือกไม่ต่อภาษี เวลาจะนำรถออกมา ก็ใช้วิธีจ้างรถยกไปเพื่อจัดแสดงเท่านั้น

สำหรับสมาคมเห็นความสำคัญเรื่องรถไม่ได้นำมาใช้ก็เสื่อมสภาพ จึงมีเวทีให้สมาชิกที่มีรถเหล่านี้ได้ร่วมกันนำรถมาวิ่งมาทำกิจกรรมสม่ำเสมอ เช่น ประกวดรถหรือกิจกรรมท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะเลือกจัดกิจกรรมระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มาก

ขวัญชัย ทิ้งท้ายว่า หากคิดสะสมรถคลาสสิกหวังลงทุน ต้องมีเงินมากพอที่ไม่จำเป็นต้องใช้ ไม่ใช่นำเงินร้อนมาซื้อ และไม่แนะนำให้กู้เงินมาสะสมรถ ถ้าโชคดีซื้อรถมาได้ราคาไม่แพงก็เป็นโอกาสทำเงินได้

"บางครั้งรถมีค่าไปอยู่กับเจ้าของที่ไม่เห็นคุณ ค่าก็จะขายเหมือนเศษเหล็ก ถ้ารู้คุณค่าอาจขาย 5 แสนบาท แต่ไม่รู้จึงขายแค่ 2 หมื่นบาท ทำให้บางครั้งก็ได้รถแบบนี้มาราคาถูกมาก แต่บางคันอยากได้ต้องไปประมูล พอเราแสดงความสนใจซื้อ ราคา ก็ขยับขึ้นเรื่อยๆ ถึงจุดหนึ่งก็ทำให้เรารู้สึกว่าถ้าไม่ ขายก็ไม่เอาแล้ว เรื่องเหล่านี้ไม่แน่นอน แต่ถ้าได้มาต้นทุนถูก บูรณะให้ดีให้สวย แล้วขายแพงก็ได้กำไร" ขวัญชัย กล่าว

ด้าน กิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท สัมมากร หนึ่งในนักสะสมรถ คลาสสิกในไทย กล่าวว่า โดยส่วนตัวชอบรถคลาสสิก เพราะมีเอกลักษณ์พิเศษไม่เหมือนใคร และชอบนำรถคลาสสิกมาบูรณะเอง รถทุกคันที่สะสมล้วนผ่านมือตัวเองที่บูรณะเองมาหมดแล้ว

ที่ผ่านมาเคยมีรถคลาสสิกสูงสุด 5 คัน ปัจจุบันเหลือ 3 คัน อีก 2 คัน หนึ่งในนั้นขายไป อีกหนึ่งคันให้เพื่อน รถที่ขายไปคือ ซูบารุ ปี 2543 เป็นรถพิเศษ 3 ประตู ในไทยน่าจะมีไม่ถึง 10 คัน รถคันนั้นซื้อมาใช้ 3 ปี ก็ขายได้กำไรหลักแสนบาท

"ปัจจุบันรุ่นที่สะสมไว้ คือ ปอร์เช่ 911อี รุ่นปี 2512 อัลฟ่าโรมิโอ จูเลีย สปริ้น จีทีวี อัลฟ่าโรมิโอ จูเลียและฟอร์ด เอสคอร์ท มาร์ค 1 ปี 2513 โดยอัลฟ่าโรมิโอเป็นรุ่นเก่าแก่สุดที่มี ได้มาเมื่อ 14 ปีก่อน ซื้อมาแค่โครงร่าง 1.3 แสนบาท จากนั้นก็มาพัฒนาเอง ค่อยๆ ทำ ใช้เวลากว่า 8 ปี" กิตติพล กล่าว

กิตติพล ระบุว่า การเก็บรักษารถคลาสสิกมีต้นทุนไม่สูง ส่วนการบูรณะใช้วิธีสั่งซื้ออะไหล่จากต่างประเทศเข้ามา แต่สิ่งสำคัญคืออู่ที่ใช้ต้องไว้ใจได้ คุยกับเจ้าของได้ เพราะการบูรณะรถคลาสสิกต้องใจเย็น ไม่เหมือนรถใหม่ใช้เวลาทำ 2 วันก็ออกจากอู่ได้ บางครั้งนำรถคลาสสิกเข้าไปบูรณะต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจึงจะออกมาวิ่งได้

นอกจากนี้ คนที่มีรถคลาสสิกต้องมีเพื่อนสนิทเป็นรถยก เพราะรถทุกคนต้องใช้ ถ้าจอดไว้เฉยๆ จะยิ่งเสื่อมไปเรื่อยๆ แต่เมื่อนำมาวิ่งก็ต้องทำใจถ้าขับออกมาแล้วจะเจอจุดต่างๆ เสีย จึงต้องพร้อมโทรหารถยกได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนสะสมรถคลาสสิกเพื่อขายทำกำไร เพราะเห็นว่าเป็นการลงทุนได้ผลตอบแทนสูง ต้องบอกว่ารถคลาสสิกหาซื้อยาก และของดีมักไม่มีออกมาบ่อย แม้มีเงินบางครั้งก็ซื้อไม่ได้ถ้าเจ้าของไม่ยอมขาย

ขณะที่คนไทยบางคนก็นิยมไปซื้อรถคลาสสิกเก็บไว้ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แล้วก็เสียค่าดูแลให้กับคนที่ดูแลอยู่ที่นั่น นานๆ ครั้ง เมื่อมีโอกาสบินไปก็ไปขับบ้างแต่หากมีโอกาสทำกำไรก็ขาย เพราะมองเป็นการลงทุน ซึ่งตลาดในต่างประเทศกว้างกว่าไทย อีกทั้งมีนายหน้าพร้อมจัดการทุกอย่างให้หมด ซื้อมาแล้วดูแลรถให้เสร็จสรรพ ถึงเวลาอยากขายก็หาคนซื้อต่อให้

จะเห็นได้ว่า การลงทุนในรถคลาสสิก ไม่ใช่ใครนึกอยากเข้ามาลงทุนก็ได้ บางครั้งลงทุนไปแล้วกว่าจะสร้างผลตอบแทนอาจต้องรอนานนับทศวรรษ มีต้นทุนซ่อมบำรุง บูรณะระหว่างทาง ถ้าไม่รวยจริง หรือยังเก็บเงินได้ไม่มาก ก็ไม่ควรย่างกรายมาในตลาดนี้ แต่ถ้ามีเงินมากและเป็นเงินเย็น มองว่าฝากเงินไว้ กับธนาคารเฉยๆ ดอกเบี้ยน้อยดั่งแมวดม ซื้อรถ คลาสสิกสะสมสักคันแล้วก็ยังไม่เดือดร้อนเงินทองก็ลองถามใจตัวเองดูให้ดี

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI