posttoday
เตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัย Ageing Society (ที่แข็งแรง)

เตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัย Ageing Society (ที่แข็งแรง)

08 ตุลาคม 2560

ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน2-3 ปีที่ผ่านมา เราได้ยินเรื่องของ Ageing Society กันบ่อยครั้ง โดยส่วนใหญ่จะพุ่งไปยังปัญหาที่เกิดจากสถานการณ์สังคมสูงวัย แน่นนอนว่า Ageing Society ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งเท่านั้น

ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

2-3 ปีที่ผ่านมา เราได้ยินเรื่องของ Ageing Society กันบ่อยครั้ง โดยส่วนใหญ่จะพุ่งไปยังปัญหาที่เกิดจากสถานการณ์สังคมสูงวัย แน่นนอนว่า Ageing Society ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งเท่านั้น

แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก เป็น Mega Trend ระดับโลกที่ทุกภูมิภาคกำลังประสบ โดยปัจจุบันถือได้ว่าโลกของเรากำลังเผชิญกับสังคมผู้สูงอายุ โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปอยู่ที่ 13%

และคาดว่าในปี 2563 โลกจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) คือมีประชากรอายุเกิน 60 ปี ถึง 20% ของประชากรรวม โดยยุโรปและอเมริกาเหนือได้เป็นสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์แล้ว ตามมาด้วยเอเชีย นำโดยญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และไทย

โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจ และเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสินได้วิเคราะห์ว่า ในปี 2564 ไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และในปี 2583 เราจะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-aged Society) ถ้าพูดให้ชัดลงไปอีก เราถือเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่น่าจะใช้เวลารวดเร็วที่สุดในการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์

สิ่งที่น่ากังวล คือ การที่เราก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในเอเชีย ทำให้เราต้องเร่งหาแนวทางป้องกันปัญหาที่จะตามมา เพราะสังคมสูงวัยมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรื่องของโครงสร้างประชากร 3 ส่วน

คือ 1.การมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีมากขึ้น

2.การมีประชากรในวัยทำงานน้อยลง

และ 3.การมีเด็กเกิดใหม่ลดน้อยลง

โดยสัดส่วนผู้สูงอายุที่มากขึ้น ย่อมทำให้เกิดผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เราต้องเผชิญกับปัญหาปัจจัยการผลิตทางด้านแรงงาน ลดลง

ขณะที่อัตราการพึ่งพิงกลับมี แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นผลิตภาพของประเทศจึงลดลงตามมา ไม่เพียงเท่านั้นผลของสังคมสูงวัยยังเชื่อมโยงไปถึงงบประมาณของรัฐที่ต้องเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการและการรักษาพยาบาลผู้สูงอายุ ท้ายที่สุดก็ส่งผล กระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การลงทุน การลดลงของรายได้ประชาชาติ

ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องมีการวางนโยบายและการวางแผนรองรับปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ถือเป็นแผนแรกที่เป็นกลไกเชื่อมโยงสู่การขับเคลื่อนการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้มีการพูดถึงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัย

และมีการกำหนดยุทธศาสตร์เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ที่เน้นในเรื่องการพัฒนาระบบการดูแลและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสังคมสูงวัย อาทิ การผลักดันให้มีกฎหมายการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว เป็นต้น

ทั้งนี้ การที่แรงงานลดลงอาจแก้ไขโดยการนำเทคโนโลยีเครื่องจักรมาใช้ทดแทนแรงงานคนหรือใช้แรงงานต่างด้าวได้ ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานมากขึ้น แต่ปัญหาที่ต้องระวังซึ่งอาจติดตามมา ก็คือ เรื่องของความมั่นคงของประเทศ และปัญหาสังคมอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ผมยังเชื่อว่าสังคมผู้สูงอายุเป็นปรากฏการณ์ที่เราสามารถเตรียมความพร้อมรับมือได้ถ้าเรารู้เท่าทัน และทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อวัตถุประสงค์เดียว คือ การทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามที่เขาปรารถนา มิติที่น่าสนใจ คือ การดูแลตัวเองหลังเกษียณจากการทำงานของผู้สูงอายุ

โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คือ การสร้างความรู้สึกเห็นคุณค่าของตัวเอง การมีความมั่นคงของรายได้ และการมีคุณภาพชีวิตที่ดี จากการวิจัยพบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่มีเงินเพียงพอต่อการยังชีพหลังเกษียณ

แม้ผู้สูงอายุจะมีเบี้ยยังชีพจากรัฐ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะดำรงชีวิต และผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่มีการวางแผนหรือเริ่มต้นการออมเพื่อวัยเกษียณมาก่อน โดยผู้สูงอายุไทยพึ่งพิงรายได้หลักจากสมาชิกในครอบครัว ยิ่งไปกว่านั้นแนวโน้มของผู้สูงอายุไทยยังอาศัยอยู่ตามลำพังสูงขึ้น

ดังนั้น หากเราถอดบทเรียน จากประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยมาก่อน เราก็จะสามารถมองเห็นปัญหาและ หาแนวทางรับมือกับสังคมสูงวัยได้ อย่างรัดกุม ในขณะนี้รัฐกำลังดำเนินการ

ทั้งการสร้างระบบการออมภาคบังคับและภาคสมัครใจ การขยายอายุเกษียณ การจัดตั้งศูนย์บริการจัดหางานผู้สูงวัยเพื่อให้ผู้สูงวัยได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีในการเลี้ยงชีพอันเป็นการสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองหรือการสร้างที่พักอาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ ก็ถือเป็นมาตรการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์สูงวัยที่ดี

ในขณะที่ภาคการเงินการธนาคาร ก็เป็นอีกฟันเฟืองหนึ่งที่ทำให้สังคมสูงวัยของไทยไม่ติดกับดักแห่งความห่อเหี่ยวเดียวดาย ดังจะเห็นว่าหลายธนาคาร มีทั้งเงินฝากเพื่อผู้สูงวัย และสินเชื่อ เพื่อผู้สูงวัย เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นต้น

โดยล่าสุดธนาคารออมสินได้ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อเคหะกตัญญูดูแลบุพการี และสินเชื่อ Reverse Mortgage มาเพื่อผู้สูงวัยโดยเฉพาะ สินเชื่อรูปแบบหลังนี้ถือได้ว่าเป็นการบุกเบิกครั้งแรกในประเทศไทย และนี่คือการเตรียมความพร้อมรับมือสังคมสูงวัยแต่เนิ่นๆ

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา