posttoday
หนูไม่รู้

หนูไม่รู้

05 ตุลาคม 2560

สมผล ตระกูลรุ่ง"...ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครทำทุกคนให้เป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อยจึงไม่ใช่อยู่ที่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากอยู่ที่การส่งเสริมคนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้..."

สมผล ตระกูลรุ่ง

"...ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครทำทุกคนให้เป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อยจึงไม่ใช่อยู่ที่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากอยู่ที่การส่งเสริมคนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้..."

หลักปรัชญาที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 มอบไว้ไม่เฉพาะคนไทย แต่ใช้ได้สำหรับคนทั่วโลก เป็นหลักปรัชญา อันแท้จริง ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย ใช้ได้กับคนทุกประเทศ

การควบคุมคนไม่ดี คือ การใช้กฎหมายอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เป็นกฎหมาย ที่มีไว้สำหรับลงโทษคนที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น หรือสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมือง รวมความแล้วกฎหมายอาญามีไว้สำหรับควบคุมคน ไม่ดีไม่ให้ก่อความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง โดยลงโทษตามความหนักเบาของการกระทำผิด ตั้งแต่หนักที่สุด ด้วยการเอาตัวออกไปจากโลกโดยการประหารชีวิต เบาลงมา คือ ควบคุมตัวแยกออกจากสังคมไม่ให้ไปก่อความวุ่นวายให้กับปกติชนทั่วไป ด้วยการ จำคุกกักขัง และโทษเบาที่สุด คือ การปรับไหมให้เสียเงินเข้าหลวงตามจำนวนที่กำหนด เพื่อให้เข็ดหลาบ

ในตำรากฎหมายอาญาสมัยก่อน จึงมีศัพท์ที่ใช้อธิบายคนที่มีจิตใจ ที่คิดแต่จะทำความผิด คิดแต่จะเอาสิ่งของของผู้อื่นมาเป็นของตนว่ามีเถยจิตที่คิดแต่จะทำผิด ทำไม่ดี ในความหมายเดิมหมายถึงจิตที่คิดจะ ลักขโมย เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทรัพย์สิน แต่ในสมัยใหม่มีนักกฎหมายบางท่านใช้ในความหมายที่มีจิตไม่สุจริต จิตที่คิดทำผิดกฎหมาย

กฎหมายอาญา จึงมีหลักสำคัญ ในเรื่องเจตนา กล่าวคือ กฎหมายจะลงโทษผู้กระทำที่มีเจตนากระทำความผิด แต่ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการ กระทำความผิด ไม่ได้รู้ ไม่ได้เห็น ไม่ได้สนับสนุน ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะห้ามปรามได้ ย่อมไม่มีความผิดในทางอาญา เว้นแต่ในบางกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดแม้จะไม่มีเจตนา คือ ความผิดจากความประมาท เช่น ฆ่าคนตายโดยประมาท หรือในการ ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายสาหัส เพราะกฎหมายประสงค์ให้บุคคลต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่ให้เกิดความผิดพลาดจนคนอื่น ต้องรับเคราะห์กรรมจากความไม่รอบคอบของตนเอง หรือบางกรณีแม้ไม่มีเจตนาก็ต้องรับผิด เช่น การลักลอบขนสินค้าหนีภาษี จะอ้างว่าไม่มีเจตนาไม่รู้ว่าเป็นสินค้าหนีภาษีไม่ได้ แม้จะไม่มีเจตนาหรือไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นของต้องห้าม เช่น มีคนฝากให้ช่วยถือของให้ กรณีอย่างนี้กฎหมายถือว่ามีความผิด

หรือบางกรณีอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย ก็เป็นความผิดทางอาญาได้ ถ้ามีอำนาจหน้าที่ที่จะป้องกัน อย่างเช่นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ศาลได้พิพากษาไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา

คำวินิจฉัยของศาลในคดีดังกล่าว ยังได้วินิจฉัยยกเอาการให้สัมภาษณ์ของยิ่งลักษณ์ ที่ให้สัมภาษณ์นักข่าวถึงกรณีสัญญาขายข้าวจีทูจี ซึ่งปรากฏตามคลิปที่เผยแพร่ทั่วไปในโลกอินเทอร์เน็ต

ในคลิปดังกล่าว ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์นักข่าวโดยมีบุญทรง เตริยาภิรมย์ ในฐานะ รมว.พาณิชย์ และบุคคลอื่นยืนอยู่ด้านหลัง โดยศาลวินิจฉัยว่า

"...นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับการทำสัญญาขายข้าวจีทูจี โดยตอบคำถามนักข่าวที่ถามว่า เคยเห็นสัญญาซื้อขายข้าวจีทูจีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า "เคยเห็นค่ะ เป็น MOU" ต่อมานายบุญทรงที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า "เป็น Sale Contract ครับ ไม่ใช่ MOU"

คลิปการให้สัมภาษณ์ของ ยิ่งลักษณ์ ถูกเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ นานแล้ว และดูเหมือนจะเป็นคลิปที่มีผู้คนพูดถึงมากคลิปหนึ่ง เมื่อมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยิ่งลักษณ์

คงไม่ใช่เป็นคลิปในแนวชื่นชม

ความรู้สึกของคนที่ได้ดูคลิปนี้ จะมีความรู้สึกแตกต่างกันไป บางคนก็รู้สึกสมเพชน่าเวทนา บ้างรู้สึกสงสาร บ้างก็รู้สึกสมน้ำหน้า บางคนกลับ รู้สึกสงสารประเทศไทยที่มีผู้นำอย่างนี้

แต่คนอื่นจะรู้สึกอย่างไรคงไม่สำคัญเท่ากับทักษิณจะรู้สึกอย่างไร ในเมื่อตัวเองเป็นผู้ผลักดันน้องสาวที่ไม่ประสีประสา ไม่รู้เรื่องอะไร ให้กลายเป็นหุ่นเชิดของตัวเอง แสดงตามบทที่ตนเองเขียนให้ จนกลายเป็นตัวตลกที่เผยแพร่ไปทั่วโลก ทักษิณดูคลิปนี้แล้ว จะชื่นชมในความเก่งกาจที่น้องสาวสามารถแสดงสีหน้าได้อย่างราบเรียบ หรือไม่รู้สึกอะไรเลย

ดูเนื้อหาในคลิปนี้แล้วเกิดคำถามมากมายหลายประเด็น

ประเด็นแรก เธอได้เห็นเอกสาร ที่อ้างว่าเป็นสัญญาจีทูจีจริงหรือไม่ ถ้าเธอไม่เห็นก็ต้องชมว่า เธอแสดงได้สมบทบาท เหตุการณ์ทุกอย่างกำลังจะไปได้ดีตามบทที่เขียนไว้ ถ้าบุญทรงไม่พูดสอดแย้งขึ้นมา คลิปนี้จะดูเธอเป็นผู้นำที่ดีมาก มีความรับผิดชอบในหน้าที่ ความผิดจึงอยู่ที่บุญทรง ผิดที่ทำให้ภาพลักษณ์ของหุ่นเชิดกลายเป็นจำอวดหน้าม่าน ความผิดในครั้งนี้ บุญทรงได้รับการตอบแทนไปแล้วเป็นเวลา 42 ปี ตามคำพิพากษาของศาล!!

แต่ถ้าเธอได้เห็นเอกสารจริงๆ ก็แปลว่าเธอแยกไม่ออกว่า อะไรคือ MOU อะไรคือ Sale Contract หรือเธออาจไม่รู้จักทั้งสองอย่าง และก็ไม่มีใครในที่ประชุมบอกกับเธอด้วย ซึ่งก็จะเป็นความผิดของคนรอบข้างที่ไม่บอก หรืออาจมีคนบอกแล้ว แต่เธอพูด ผิดเอง ก็ต้องถือเป็นความผิดของคนรอบข้างที่ไม่ตอบนักข่าวแทนเธอ

ความจริงจะเป็นอย่างไรต้องไปถามเจ้าตัวและผู้เกี่ยวข้องว่าเป็นอย่างไร แต่ในทางกฎหมายแม้ไม่สามารถผ่าหัวใจมาดูได้ ก็มีหลักเกณฑ์วิธีการวินิจฉัย โดยมีหลักว่ากรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ซึ่งการพิจารณาว่ามีเจตนาอย่างไรให้ดูที่การกระทำ

คลิปการให้สัมภาษณ์ของ ยิ่งลักษณ์นี้ ในเบื้องต้นเมื่อเธอยืนยันว่าได้เห็นเอกสาร ก็ต้องถือว่าเธอมีส่วนรู้เห็นในการทำสัญญาจีทูจีเก๊ ซึ่งเธอน่าจะถูกดำเนินคดีร่วมกับบุญทรงในคดี จีทูจีด้วยซ้ำ เพราะเธอในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดที่มีส่วนรับรู้การทำสัญญา เมื่อเป็นสัญญาเก๊ เธอไม่น่าจะหลุดรอด ไปได้ แต่ไม่รู้เหตุผลกลใดที่ ป.ป.ช.ไม่ดำเนินคดีกับเธอด้วย

ในความเป็นจริง เป็นไปได้ที่เธอไม่รู้อะไรเลย เธอทำทุกอย่างตามบทที่พี่ชายเขียนให้ เมื่อเธอไม่รู้ การติวเข้มให้เธอต้องต่อสู้ในศาลจึงไปไม่รอด

ถ้าเธอสารภาพต่อศาลอย่างตรงไปตรงมาว่า หนูไม่รู้ อะไรๆ หนูก็ไม่รู้ พี่ชายเป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง ศาลอาจปรานีลงโทษเธอสถานเบา เพราะเห็นใจที่เธอไม่รู้

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา