
อยากพัฒนา ต้องแก้ปัญหาให้รอบด้าน
ในบรรดาหลายๆ เมืองทั่วรัฐราชาสถาน ดูเหมือนว่าเมืองที่ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นที่สุด คือเมือง Udaipur
ในบรรดาหลายๆ เมืองทั่วรัฐราชาสถาน ดูเหมือนว่าเมืองที่ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นที่สุด คือเมือง Udaipur หรือเมืองที่เราออกเสียงเป็นภาษาไทยว่าเมืองอุทัยปุระนั่นเอง ด้วยเหตุที่เมืองนี้มีทะเลสาบถึง 5 ทะเลสาบเชื่อมต่อติดกันในเมือง จนทำให้ได้รับฉายาว่า The city of lakes บางคนก็จะขนานนามที่นี่ว่าเป็นเวนิสของตะวันออก หรือบางทีก็เรียกว่าเป็น Kashmir of Rajasthan เพราะว่ามีความสวยงามทั้งเชิงภูมิประเทศ และอาคารสถาปัตยกรรม ด้วยเหตุนี้เอง อูดัยเปอร์ หรืออุทัยปุระ จึงได้ตำแหน่งเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของรัฐนี้ไปอย่างไม่แปลกใจ
หากเมืองที่มีทัศนียภาพที่สวยสุด เกิดจากองค์ประกอบที่สวยงามของทะเลสาบ พระราชวัง ป้อมปราการ และวัดวาอารามของฮินดู คุณสมบัตินั้นเมืองอุทัยปุระมี ครบทุกข้อ ใครที่มาเยือนเมืองนี้จึงไม่ควรพลาดชมวัดฮินดูที่อยู่ใจกลางเมือง เพราะว่าอะไร? ก็เพราะว่าจะได้เห็นการแกะสลักหิน ที่มีทั้งความงามและความวิจิตรบรรจง ถ้าดูจากภายนอกบางคนก็อาจ คิดว่า นี่คงเป็นวัดฮินดูธรรมดาๆ ที่มาแล้วก็ได้เห็นเทวรูป เห็นพิธีกรรม และการบูชาเทพเจ้าของคนพื้นเมืองเท่านั้น แต่พอได้เข้าไปใกล้ๆ แล้วจะเห็นว่าความพิเศษของวัดนี้ก็คือ งานสถาปัตยกรรมโบราณที่มีความละเอียดลออ สวยงาม เต็มไปด้วยความเชื่อ และความศรัทธาของผู้คน นอกจากวิธีการเขียนบอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพวาด สีที่ใช้วัสดุธรรมชาติ ไม่ซีด ไม่จาง ม้วนก็ไม่หลุดล่อนแล้ว ความพิเศษของภาพเขียนเหล่านี้ก็คือเป็นงานที่มีความละเอียดขนาดที่ว่าใช้กล้องขยายส่องลงไปสามารถเห็นถึงขนตาของคนในภาพวาดได้เลย ด้วยความที่อุทัยปุระมีศิลปินนักวาดภาพเก่งๆ อยู่หลายคน ทำให้เกือบทุกซอกมุมของเมืองนี้เต็มไปด้วยภาพเขียนที่มีลวดลายไม่ซ้ำกัน งานเขียนภาพของที่นี่จึงถือว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดของงานศิลปะของอินเดียเลยก็ว่าได้
หากอยากมองเห็นทัศนียภาพงามๆ ของอุทัยปุระได้แบบครบทุกมุมที่ Monsoon palace จุดชมวิวซึ่งเป็นพระราชวังตั้งอยู่สูงที่สุดในอุทัยปุระ บนเนินเขาอาลาวารี่ (Alavali) สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 944 เมตร สามารถมองเห็นวิวของเมือง วิวของทะเลสาบได้เกือบทั่วทั้งหมดเลย สมัยก่อนที่นี่ถูกใช้เป็นหอสังเกตการณ์ สำหรับสังเกตการเคลื่อนตัวของเมฆฝน ในขณะเดียวกันก็มีพระราชวังฤดูร้อนสำหรับกษัตริย์และราชวงศ์ในสมัยนั้นด้วย ตัวปราสาท Sajjan Garh Palace อาจจะไม่ได้ดูใหญ่โตมาก ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็เดินทั่วแล้ว แต่ว่าทัศนียภาพอันสวยงามและกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาบนนั้นดึงให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่นานๆ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็รายล้อมไปด้วยบรรยากาศสีเขียวๆ ของภูเขาดูแล้วสดชื่นสบายใจ ทั้งยังมีบรรยากาศของเมืองอุทัยปุระที่เป็นสถาปัตยกรรมสวยๆ งามๆ รอบๆ ทะเลสาบ Pichola lake คอยดึงดูดสายตาไว้จึงทำให้ยากจะถอนใจจากลาได้สักที
อีกหนึ่งสถานที่ซึ่งคุ้มค่าสุดๆ ถ้าได้มาเยือน ก็คือ พิพิธภัณฑ์คริสตัล พาเลซ เป็นพระราชวังที่สวยที่สุด แล้วก็งดงามที่สุดในอุทัยปุระเพราะว่ามีความละเอียดอ่อน อ่อนช้อยของรูปแบบศิลปะที่เป็นหินอ่อนสลับกับกระจกสี ซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชม ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ นอกจากจะได้เห็นความสวยงามของอาคารสถาปัตยกรรมแล้ว ยังได้มีโอกาสรับชมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองนี้อีกด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนแล้ว เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และราชวงศ์อินเดียอาจจะฟังดูไกลตัวอยู่บ้าง แต่ทีมงานโลก 360 องศา เชื่อเหลือเกินว่าความงดงามของ ที่นี่จะทำให้คุณจดจำ Crystal palace และเมืองอุทัยปุระไม่รู้ลืมแน่นอน
จากเมืองแห่งศิลป์ เราเดินทางต่อไป ยังเมืองแห่งศาสตร์ เพราะว่าเมืองนี้เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาของรัฐราชาสถาน โกตา (Kota) เป็นเมืองริมฝั่งแม่น้ำแชมบัล (Chambal) แม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองนี้ ปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านการศึกษาเพราะเต็มไปด้วยสถาบันเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบแข่งขันระดับประเทศ ยิ่งถ้าเด็กอินเดียคนไหนอยากสอบติดคณะแพทย์ อยากสอบติดคณะวิศวกรรม ก็ต้องมากวดวิชาที่เมืองโกตา ชื่อเสียงของสถาบันกวดวิชาในเมืองโกตา ดึงดูดให้เด็กนักเรียน และคนรุ่นใหม่ เดินทางมาที่นี่มากขึ้นทุกปี ส่งผลให้โกตาเป็นเมืองใหม่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ความที่เป็นเมืองใหม่ทำให้การจัดวางผังเมือง และการวางแผนระบบสาธารณูปโภคทำได้ไม่ยากนัก โกตาจึงถูกวางบทบาทให้เป็นหนึ่งใน Smart city ของประเทศ ถ้ามองในแง่ของการท่องเที่ยว Kota อาจจะไม่ใช่ปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ว่าถ้ามาที่ราชาสถานจะต้องไม่พลาดทำความรู้จักกับเมืองนี้ เพราะว่าเมืองนี้จะมีบทบาทสำคัญที่จะทำให้ราชาสถานกลายเป็นรัฐที่มีการพัฒนามากขึ้น ด้วยเหตุที่เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาอยู่แล้วนั่นเอง
แม้จะเป็นประเทศที่มีประชากรมาก มีขนาดเศรษฐกิจค่อนข้างใหญ่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าอินเดียยังต้องเผชิญปัญหาที่คอยหน่วงรั้งการพัฒนา เช่น การเป็นสังคมแห่งชนชั้นซึ่งนำมาสู่ความไม่เท่าเทียม ปัญหาธุรกิจคอร์รัปชั่น และปัญหาความล่าช้าของโครงการรัฐบาลหลายๆ โครงการ หน่วยงานของรัฐบาลที่ชื่อว่า Intelligence Bureau รายงานว่า การต่อต้านโครงการของรัฐบาลในช่วงผ่านมา ทำให้ GDP ของประเทศถดถอยกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งรัฐบาลมองว่า NGO บางกลุ่มที่ออกมา ต่อต้านโครงการที่เป็นประโยชน์ของรัฐบาลนั้น ต่างตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของชาติตะวันตก รัฐบาลเรียกกิจกรรมแบบนั้นว่า เป็นการ Anti development หรือต่อต้านการพัฒนาประเทศ
ล่าสุด รัฐบาลจึงมีแนวทางที่เรียกว่า Shut the door for NGOs โดยควบคุมเงินจากต่างชาติที่คอยมาสนับสนุน กิจกรรมของ NGOs หากกิจกรรมใดที่สร้างสรรค์สังคม ส่งเสริมการศึกษา และคุณภาพชีวิตที่ดีของคนอินเดีย ก็จะได้รับการสนับสนุนเช่นเดิม แต่หากกิจกรรมใดมีเป้าหมายเพียงต่อต้านโครงการของรัฐ ก็จะถูกควบคุมมากขึ้น เช่น ต่อต้านการสร้างถนน สร้างเขื่อน สร้างโรงเผาขยะ รวมทั้งต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้า โชคดีที่คนในเมืองนี้ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีใจเปิดรับการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นสะพานแขวน ถนน อาคารกำลังก่อสร้างใหม่ สะพาน เขื่อนทดน้ำและโรงไฟฟ้าริมแม่น้ำใจกลางเมือง จึงเกิดขึ้นท่ามกลางวิถีชีวิตริมแม่น้ำแชมบัล ที่ยังมีชาวบ้านพายเรือตกเบ็ดหาปลากันอยู่ เน้นย้ำให้เห็นความเป็นธรรมชาติของ Smart city ว่าแท้จริงนั้นง่ายและงาม แต่ไม่ว่าจะง่ายและงามเพียงใดก็ยังเปี่ยมล้นไปด้วยศาสตร์และศิลป์สมกับเป็น Smart city ของอินเดีย ราชาสถานในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่รัฐที่มีดีแค่เพียงประวัติศาสตร์เท่านั้น หากจะกลายเป็นรัฐที่สร้างอนาคตให้กับประเทศยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ
เพราะการเดินทางไม่ได้มอบแค่ภาพสวยๆ และความสนุกสนานชั่วครั้งชั่วคราวให้กับพวกเราแค่นั้น แต่การเดินทาง ทุกครั้ง มอบโอกาสให้ชีวิตได้ไปเห็น ได้ไปเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ทีมงานโลก 360 องศา เชื่อว่า ทุกครั้งที่มีการเดินทาง การเรียนรู้ ของเราก็เกิดขึ้นควบคู่กันไปตลอดเวลา และการเรียนรู้ของเราจะไม่สูญเปล่าเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น ถ้าเราทุกคนนำความรู้นั้นกลับมาเป็นบทเรียนในการพัฒนาตัวเรา พัฒนาองค์กรของเราและพัฒนาประเทศของเรา ประเทศไทยของเราต้องเติบโตทัดเทียมอารยประเทศ ต่อไปอย่างแน่นอน
ติดตามชมเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ รายการ โลก 360 องศา ทุกวันเสาร์ ทาง ททบ.5







