posttoday
ศก.โตกระจายตัว เงินเฟ้อเข้าที่ปีหน้า

ศก.โตกระจายตัว เงินเฟ้อเข้าที่ปีหน้า

07 ตุลาคม 2560

ธปท.ชี้การบริโภคในประเทศในระยะต่อไปยังเปราะบาง เหตุกลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังไม่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจ

โดย พรสวรรค์ นันทะ

ธปท.ชี้การบริโภคในประเทศในระยะต่อไปยังเปราะบาง เหตุกลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังไม่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจ เนื่องจากมีการใช้โรบอตมาทดแทนแรงงานทักษะต่ำ ขณะเดียวกันหนี้ครัวเรือนก็ยังสูง

จาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชัดเจนขึ้น จากการส่งออกสินค้าและบริการที่ปรับดีขึ้น คาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้เติบโตจาก 3.5% เป็น 3.8% และปีหน้าโตจาก 3.7% เป็น 3.8% แต่ในระยะข้างหน้าการบริโภคหรือกำลังซื้อในประเทศยังไม่เข้มแข็งนัก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน เนื่องจากรายได้และการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นยังจำกัดอยู่ในบางอุตสาหกรรม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแนวโน้มการใช้เครื่องจักรทดแทนแรงงานมีมากขึ้น ประกอบกับภาระหนี้สินของครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยถ่วงการบริโภค

"ผลดีของเศรษฐกิจเริ่มกระจายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มรายได้ปานกลาง แต่การจ้างงานยังไม่ดีขึ้นในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากภาคธุรกิจมีการใช้โรบอตมาทดแทนแรงงานทักษะต่ำ ทำให้การจ้างงานไม่ได้เพิ่มขึ้น รายได้แรงงานไม่ได้เพิ่ม ขณะเดียวกันระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงก็กดดันกำลังซื้อ ซึ่ง ธปท.กำลังศึกษาผลการใช้โรบอตต่อแรงงานอยู่" จาตุรงค์ กล่าว

อย่างไรก็ดี แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องจักรโรบอตมาทดแทนแรงงานทักษะต่ำจะส่งผลกระทบต่อการบริโภคในประเทศ (อุปสงค์) ให้ลดลงมากน้อยเพียงใด เพราะโรบอตไม่ได้มีการบริโภคนั้น ส่วนหนึ่งอยู่ที่การปรับตัวของแรงงานว่าจะสามารถพัฒนาทักษะการทำงานให้สูงขึ้นกว่าการใช้หุ่นยนต์ได้หรือไม่ ถ้าปรับตัวไม่ได้ก็อาจจะกระทบกำลังซื้อได้ แต่ถ้าปรับตัวได้คงกระทบกำลังซื้อไม่มากนัก ขณะเดียวกันก็ต้องดูความเสี่ยงจากผลกระทบมาตรการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ซึ่งเรื่องนี้น่าจะมีความชัดเจนว่ากระทบหรือไม่ในช่วงเดือน ธ.ค.ปีนี้

ทั้งนี้ ธปท.ได้ทำการศึกษาในหัวข้อ "เศรษฐกิจกระจายตัวมากขึ้นหรือไม่ ในมุมมองตลาดแรงงาน" พบว่า ในมุมมองของแรงงานยังเห็นว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร แม้ว่าจะเห็นสัญญาณการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจที่ได้รับผลดีจากการส่งออกและการท่องเที่ยว และมีการกระจาย ออกไปในหลายธุรกิจมากขึ้น แต่การจ้างงานนอกภาคเกษตรในกลุ่มลูกจ้างรายได้ปานกลางปรับดีขึ้น

สำหรับจำนวนแรงงานนอกภาคเกษตรทั้งหมด ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ในช่วงเดือน ม.ค. 2557-เดือน ก.ค. 2560 พบว่า ลูกจ้างรายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท/เดือน มีรายได้ลดลงเล็กน้อย เช่นเดียวกับกลุ่มลูกจ้างรายได้สูงกว่า 3 หมื่นบาท/เดือน รายได้ ก็ลดลงเช่นกัน ขณะที่กลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูงหรือมีรายได้ 2-3 หมื่นบาท/เดือน กลับมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการขยายตัวของเศรษฐกิจ และกลุ่มรายได้ 1-2 หมื่นบาท/เดือน ก็มีรายได้ปรับขึ้นเล็กน้อยด้วย

ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนเทียบกับรายได้ของครัวเรือน พบว่าสัดส่วนหนี้มีแนวโน้มลดลงมาตั้งแต่ต้นปี 2559 โดยหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีลดลงจาก 81.2% ในช่วงปี 2559 ลดลงเหลือ 78.4% ในไตรมาส 2 ปีนี้ แต่หนี้ยังลดแบบกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มครัวเรือนรายได้สูง แต่กลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยยังก่อหนี้เพิ่มขึ้นขณะที่รายได้ยังทรงตัว

อย่างไรก็ตาม โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็น่าจะเป็นบวกต่อการบริโภคแต่คงไม่มากน่าจะมีผลต่อจีดีพีน้อย 0.1% เพราะเป็นมาตรการที่ออกมาทดแทนของเดิม แต่ก็น่าจะช่วยสร้างกำลังใจให้คนมั่นใจใช้จ่ายมากขึ้นได้ แต่โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี ที่กำลังจะกระจายออกมาในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ซึ่งมีวงเงินประมาณ 2 หมื่นล้านบาท น่าจะช่วยให้การบริโภคดีขึ้น น่าจะช่วยให้จีดีพีเพิ่มขึ้น 0.1%

นอกจากนี้ โครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปทำให้ระดับเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นได้ช้ากว่าในอดีต โดยในปีนี้คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 0.6% ต่ำลงกว่าคาดการณ์ครั้งก่อนที่เคยมองไว้ที่ 0.8% และเงินเฟ้อทั่วไปปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 1.2% ลดลงจากครั้งก่อนที่ 1.6% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานปีนี้คาดไว้เท่าเดิมที่ 0.6% และปีหน้าก็มองไว้เท่าเดิมที่ 0.9% ซึ่งยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปีนี้ที่ตั้งไว้ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือ 1-4% คาดว่าเงินเฟ้อจะเข้าสู่กรอบล่างของเป้าที่ 1% ได้ประมาณกลางปี 2561

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI