posttoday
ทำงานกับญี่ปุ่น

ทำงานกับญี่ปุ่น

07 ตุลาคม 2560

"งานหนักไม่เคยฆ่าคน" ถ้าผู้เขียนจำไม่ผิด น่าจะเป็นมอตโต้ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้

โดย แบงก์กลิ้ง

"งานหนักไม่เคยฆ่าคน" ถ้าผู้เขียนจำไม่ผิด น่าจะเป็นมอตโต้ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้าใจว่าเป็นคำขวัญเตือนใจให้เกิดความมานะบากบั่นในการทำงาน ไม่ว่างานหนักขนาดไหนก็ขอให้อดทนทำไป ความสำเร็จอยู่ข้างหน้า

แต่คำขวัญนี้อาจจะใช้ไม่ได้กับ ประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น ที่มี วัฒนธรรมการทำงานที่มุ่งมั่น ตั้งใจ จริงจัง จนกลายเป็นการ "บ้างาน" เกิดความไม่สมดุลในการใช้ชีวิตทำให้คนญี่ปุ่นทำงานหนักมากจนตาย ที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า คะโรชิ

ว่ากันว่า ความหนักหนาสาหัสของงานในบริษัทญี่ปุ่นมีสาเหตุมาจากลักษณะนิสัยของคนญี่ปุ่นเอง นำไปสู่การสร้างระบบบ้างานขึ้นมาโดยปริยาย เพราะถ้าคนอื่นในแผนกเดียวกันยังนั่งทำงานอยู่แม้จะเลยเวลาเลิกงานไปแล้วไม่กลับ คนอื่นก็ไม่กล้ากลับก่อน เพราะจะกลายเป็นว่าเราไม่ตั้งใจ ถูกเปรียบเทียบและมีผลต่อหน้าที่การงาน

คนที่ทำงานในบริษัทญี่ปุ่นคงจะซึ้งใจดีกับวัฒนธรรมการบ้างาน ที่ไม่ว่าจะเป็นคนต่างชาติเมื่อเข้ามาทำงานแล้วก็จะต้องอยู่ภายใต้วัฒนธรรมเดียวกัน และถูกกลืนไปในที่สุด ไม่เช่นนั้นคุณก็จะอยู่ยากในที่ทำงาน

แต่ปัจจุบันความเข้มข้นเรื่องบ้างานของบริษัทญี่ปุ่นเริ่มบรรเทาลง เนื่องจากเกิดกรณีตายเพราะงานหนักขึ้นหลายครั้ง ตัวอย่างหนึ่ง ที่เกิดขึ้นคือคดีของ พนักงานบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เดนท์สุ อิงค์ ทำงานหนัก ทำงานเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ทำให้ทนไม่ไหวฆ่าตัวตายเมื่อปลายปี 2558 คดีผ่านมาจนศาลญี่ปุ่นเพิ่งตัดสินเมื่อเร็วๆ นี้ ให้ เดนท์สุ อิงค์ บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 5 แสนเยน (4,400 ดอลลาร์สหรัฐ) ในข้อหาฝ่าฝืนข้อปฏิบัติด้านแรงงาน โดยปล่อยให้พนักงานทำงานเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ จนทำให้พนักงานใหม่รายหนึ่งฆ่าตัวตายเมื่อปลายปีที่ผ่านมาเพราะทำงานล่วงเวลามากจนเกินไป

นายทสึโตมิ คิคูชิ ผู้พิพากษาศาลแขวงโตเกียว ผู้ตัดสินคดีความของ เดนท์สุระบุในคำพิพากษาว่า "ชั่วโมงทำงานที่มากเกินกว่ากฎหมายกำหนด ได้กลายเป็นบรรทัดฐานที่เดนท์สุ และไม่อาจมองข้ามได้ว่า" การกระทำดังกล่าวทำให้ น.ส.มัตสึริ ทากาฮาชิ วัย 24 ปี ฆ่าตัวตายเมื่อเดือน ธ.ค. 2558

คำพิพากษาระบุว่า เดนท์สุไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการโดยเคร่งครัด ทั้งเรื่องการลดชั่วโมงทำงาน หรือเพิ่ม จำนวนพนักงาน แม้ในช่วงที่สำนักงานตรวจสอบมาตรฐานแรงงานของญี่ปุ่นได้ออกคำสั่งให้มีการปรับปรุงสถานการณ์ให้ดีขึ้นก็ตาม

ก่อนหน้านี้ในปี 2556 เกิดกรณีการเสียชีวิตของผู้สื่อข่าวทีวีสาววัย 31 ของสถานีโทรทัศน์ NHK ที่มีชื่อว่า มิวา ซาโด ที่ได้เสียชีวิตเมื่อเดือน ก.ค. 2556 ที่ทำงานหนักมาก จากการตรวจสอบพบว่าช่วงเดือน มิ.ย.และ ก.ค.ปีเดียวกันนั้น เธอได้ทำงานล่วงเวลา หรือโอที มากเกินกว่าร่างกายจะรับไหว โดยเดือน มิ.ย.เธอทำ โอทีถึง 159 ชั่วโมง ซึ่งทาง NHK เสียใจในความสูญเสียและปฏิรูปการทำงานใหม่ ไม่ให้มีการทำงานที่โหลดมากเกินไปเกิดขึ้นอีก

ปรากฏการณ์ทำงานจนตัวตายนี้ ได้ทำให้เกิดการถกเถียงกันเป็นวงกว้างถึงสภาพการทำงานที่หนักหน่วงของชาวญี่ปุ่น และส่งผลให้รัฐบาลคิดหาหนทางในการปรับปรุงสภาพการทำงานของแรงงานทั่วประเทศ ส่วนบริษัทญี่ปุ่นเองก็เริ่มคิดว่างานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต

ในทางกลับกัน บางประเทศก็มีวัฒนธรรมการทำงานแบบงานต้องเสร็จตามเป้าหมายในเวลาที่กำหนด หากใครทำงานล่วงเวลาเพราะไม่สามารถทำงานเสร็จในเวลาได้ จะกลายเป็นผลงานไม่ดี อย่างนี้ก็มีเช่นกัน

ที่หยิบยกเรื่องวัฒนธรรมการ ทำงานญี่ปุ่นขึ้นมากล่าวถึงนี้ เพราะผู้เขียนเห็นว่า เอกชนญี่ปุ่นเป็นผู้ลงทุนหลักในประเทศไทย มีการจ้างงานคนไทยมากในขณะนี้และจะมากยิ่งขึ้นไปอีกในอนาคตหากนักลงทุนญี่ปุ่นมาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการเรียนรู้เขารู้เราจึงเป็นเรื่องสำคัญ คนต่างชาติที่หวังจะเข้าสู่ตลาดแรงงานญี่ปุ่น ควรตระหนักในเรื่องนี้ด้วย เพราะถึงแม้ว่าสังคมญี่ปุ่นเริ่มคลายความตึงลงบ้าง แต่ก็คงใช้เวลาอีกนานกว่าจะเกิดความพอดี

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน