
ความเป็นระบบ ของพรรคการเมือง
หากพรรคการเมืองไร้หัวซึ่งเป็นเรื่องของความเป็นบุคคล
หากพรรคการเมืองไร้หัวซึ่งเป็นเรื่องของความเป็นบุคคล แนวโน้มของความเป็นพรรคการเมืองที่พึงประสงค์ก็อาจจะเกิดขึ้น และเป็นการเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เนื่องจากไม่ได้มีใครไปบังคับให้ต้องเปลี่ยนแปลง หากแต่สถานการณ์เป็นตัวกำหนดทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจนเกิดความเป็นระบบของพรรคการเมืองขึ้น
สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นกลับไม่ค่อยเป็นไปดังที่คาดคิด หรือวาดหวังกัน เพราะเหตุว่าเมื่อหัวหนึ่งหายไป อีกหัวก็โผล่ขึ้นมาแทน เมื่อกลุ่มหนึ่งหายไปอีก กลุ่มหนึ่งก็ถูกตั้งขึ้นมาแทน เป็นเชื้อที่ไม่มีวันหมด ไม่มีวันหาย ไม่มีวันตาย ซึ่งหากว่าเชื้อที่ว่านี้เป็นเชื้อของความเป็นเผด็จการในพรรคการเมือง หรือเชื้อพรรคการเมืองแบบเผด็จการ ความเป็นประชาธิปไตย หรือสิทธิ เสียงอะไรต่างๆ ของคนนอกพรรคการเมืองที่จะมาเลือกคนของพรรคการเมืองเป็นตัวแทนจะไม่มีทางเป็นจริงไปได้เพราะในจุดที่เป็นตัวเริ่มต้นของความเป็นตัวแทน นั่นคือพรรคการเมือง ไม่มีความเป็นระบบ หากแต่ขึ้นอยู่กับคนคนเดียว หรือกลุ่มคนกลุ่มเดียวเชื้อที่ว่าไม่หายไปไหน สุดท้ายก็พาพรรคการเมืองกลับสู่ความเป็นเผด็จการเหมือนเดิม
ถ้าเป็นเช่นนี้ การเสียหัวไปจะต้องมีหัวใหม่งอกออกมา เหมือนตัวไฮดรา หัวหนึ่งหายไป หัวหนึ่งงอกแทน ซึ่งก็จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่ทั้งนี้จะเป็นเรื่องที่ดีกว่า หากว่าไม่ต้องมีการเสียหัว เสียใครไปของพรรคการเมือง แต่พรรคการเมือง เรียนรู้ว่าความเป็นพรรคการเมืองนั้นไม่ใช่เป็นการทำธุรกิจ ยิ่งไม่ใช่การทำธุรกิจแบบคนเดียวโดดๆ เป็นเจ้าของกิจการ รวบรัดเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
บรรดาผู้ที่เข้ามาร่วมต่างก็เป็นลูกจ้างลูกน้องไปหมด แม้แต่ธุรกิจที่มีผู้ถือหุ้นยังต้องมีระบบการมีส่วนร่วมของบรรดาเจ้าของร่วมทั้งหลาย หากมีหุ้นส่วน แต่มีคนคนเดียวหรือหากมีหุ้นส่วนมากมาย แต่คนกลุ่มเดียวที่อาจจะเรียกว่ากรรมการเป็นคนตัดสิน กำหนดทุกอย่าง เช่นนี้ก็จะเท่ากับว่าองค์กรธุรกิจดังกล่าวไม่มีระบบทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับบุคคล เมื่อบุคคลหนึ่งล้มหายตายจากไป จะต้องมีบุคคลอีกคนหนึ่งขึ้นมาแทน เพราะต้องรักษาฐานของความเป็นบุคคลนั้นไว้







