posttoday
อสส.ลุยรื้อคดีทักษิณ ฟ้องศาลพิจารณาลับหลัง

อสส.ลุยรื้อคดีทักษิณ ฟ้องศาลพิจารณาลับหลัง

07 ตุลาคม 2560

หลังจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

หลังจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ต.ค. "เข็มชัย ชุติวงศ์" อัยการสูงสุดคนใหม่ บอกว่า เมื่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาฯ มีผลบังคับใช้ทางอัยการเตรียมรื้อฟื้นคดี "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้จำหน่ายคดีชั่วคราวไว้หลายคดีมาพิจารณาใหม่

ทั้งนี้ โดยเฉพาะ 2 คดี ที่อัยการได้ยื่นฟ้องไปแล้วคือ คดี ทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มกฤษดา มหานคร และคดีทุจริตออกกฎหมายแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือและดาวเทียมเป็นภาษีสรรพสามิต

"เข็มชัย" อธิบายว่า คดีดังกล่าวเป็นการยื่นฟ้องคดีในกฎหมายเก่า คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 ซึ่งไม่สามารถที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาคดีลับหลังโดยที่ไม่มีตัวจำเลยได้ แต่ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่เพิ่งออกมาในมาตรา 28 ให้ศาลสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาคดีโดยไม่มีตัวจำเลย หรือพิจารณาคดีลับหลัง ดังนั้นจึงเป็นการคาบเกี่ยวกับการออกกฎหมายใหม่

อย่างไรก็ตาม ในบทเฉพาะกาลมาตรา 69 ของกฎหมายใหม่ได้ระบุไว้ว่า การดำเนินการใดที่เกิดขึ้นมาโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายเก่าแล้วนั้นจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ให้พิจารณาต่อไปตามกฎหมายใหม่ที่บังคับใช้ ดังนั้นความเห็นส่วนตัว จึงเห็นว่าคดีดังกล่าวสามารถรื้อฟื้นกลับมาพิจารณาใหม่ได้ ซึ่งอัยการจะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ เพื่อดำเนินการต่อไป

สำหรับคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นฟ้อง "ทักษิณ" เองต่อศาลฎีกาฯ เช่น คดีปล่อยกู้ธนาคารเพื่อการส่งออก หรือเอ็กซิมแบงก์ ให้กับรัฐบาลเมียนมาเพื่อทำสัญญากิจการโทรคมนาคม และคดีทุจริตโครงการออกสลากหวยบนดินนั้นเป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.จะต้องพิจารณาเอง

ในส่วนคดี "ทักษิณ" หมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการ กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้น "เข็มชัย" บอกว่า อัยการสูงสุดคนก่อนได้ทำความเห็นสมควรสั่งฟ้องแล้ว ซึ่งเหลือเพียงกระบวนการติดตามตัว แต่คดีนี้เป็นคดีอาญาไม่ใช่คดีทุจริตที่อยู่ในอำนาจศาลฎีกาฯ ดังนั้นการฟ้องจะต้องมีตัวจำเลยยื่นต่อศาล

อนึ่งคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้จำหน่ายคดีชั่วคราวของ "ทักษิณ" มีทั้งหมด 5 คดี ดังนี้

1.คดีเอ็กซิมแบงก์ปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาลเมียนมา 4,000 ล้านบาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์โทรคมนาคมจากชินคอร์ป ศาลออกหมายจับวันที่ 16 ก.ย. 2551

2.คดีทุจริตโครงการหวยบนดิน 3 ตัว 2 ตัวศาลออกหมายจับวันที่ 26 ก.ย. 2551 โดยคดีดังกล่าวศาลมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2552 จำคุก "วราเทพ รัตนากร" อดีต รมช.คลัง แต่เนื่องจากไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนศาลให้รอลงอาญา 2 ปี

3.คดียื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ ที่ ป.ป.ช.ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯ วินิจฉัยว่า "ทักษิณ" จงใจยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง หรือคู่สมรส หรือบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ศาลออกหมายจับวันที่ 29 ก.ค. 2553

4.คดีธนาคารกรุงไทย อนุมัติสินเชื่อ 9,000 ล้านบาท ให้บริษัทในเครือกฤษดามหานคร ศาลออกหมายจับวันที่ 11 ต.ค. 2555 โดยคดีนี้ศาลพิพากษา เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2558 จำคุก ร.ท. สุชาย เชาว์วิศิษฐ อดีตประธานกรรมการบริหารกรุงไทย วิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการบอร์ดธนาคารกรุงไทย 18 ปี ส่วนพนักงานของธนาคารกรุงไทยและกรรมการสินเชื่อ และกลุ่มกฤษดามหานครรวม 25 ราย ถูกจำคุกลดหลั่นลงไป

5.คดีออกกฎหมายแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือ-ดาวเทียมเป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ชินคอร์ป ทำรัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท ศาลออกหมายจับวันที่ 15 ต.ค. 2551 คดีนี้ศาลพิพากษาจำคุก นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือหมอเลี้ยบ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI