
ธุรกิจอสังหาสิ้นปีแข่งดุ
นายกสมาคมอาคารชุดไทย เตือน 2 เดือนท้ายปีนี้ไม่เหมาะเปิดโครงการใหม่ เหตุใกล้หยุดยาว แนะเร่งระบายสต๊อกพร้อมอยู่
นายกสมาคมอาคารชุดไทย เตือน 2 เดือนท้ายปีนี้ไม่เหมาะเปิดโครงการใหม่ เหตุใกล้หยุดยาว แนะเร่งระบายสต๊อกพร้อมอยู่
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า จาก ภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวชัดเจนขึ้นจากในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างเร่งเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในเดือน พ.ย. แต่ประเมินแล้วว่าเป็นช่วงที่อาจไม่เหมาะ เนื่องจากมีเวลาในการทำตลาดแค่ 4-5 สัปดาห์ ก่อนวันหยุดยาวในเทศกาล ปีใหม่
"ช่วง 2 เดือนสุดท้ายปีนี้ ควรเป็นการเก็บรายได้จากการขายสต๊อกจากยูนิตโครงการพร้อมอยู่มากกว่า" นายประเสริฐ กล่าว
สำหรับตลาดอสังหาฯ จะมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากมีกลุ่มทุน ต่างประเทศเข้ามาร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการไทย ทำให้ที่ดินในการพัฒนาโครงการโดยเฉพาะพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ หรือ ซีบีดี ในปีนี้ขยับเพิ่มขึ้น 7-10% และมี ผลต่อราคาขายโครงการคอนโดมิเนียม คาดปีหน้าราคาที่ดินจะเพิ่ม 5-7% ซึ่งภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เชื่อทั้งมูลค่าการโอนและจำนวนยูนิตจะโต 5-10% หรือมูลค่า 3.8-4 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าคอนโด ตามแนวรถไฟฟ้าสีน้ำเงินจะมีจำนวนที่มากเกินความต้องการ ซ้ำรอยกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง
นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ที่ฟื้นตัวยังกระจุกอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก เนื่องจากตลาดต่างจังหวัดนั้นยังมีปัญหาเรื่องหนี้สินครัวเรือนค่อนข้างสูง และกำลังซื้อที่ค่อนข้างต่ำ หากผู้ประกอบการจะพัฒนาต้องเน้นกลุ่มซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ภาพรวมตลาดในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ จะปรับตัวดีขึ้นกว่าไตรมาส 3 เนื่องจากมีปัจจัยบวกสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำและคงที่ การประกาศปรับขึ้นตัวเลขเศรษฐกิจที่หลายหน่วยงานปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.8%
นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ภาพรวมการเติบโตอสังหาฯ ในปีนี้จะขยายตัวประมาณ 5% โดย 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย ได้ร่วมกันจัดงานและเปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 5-8 ต.ค.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์ คาดว่าจะมียอดขายสะพัดในงานปีนี้ 4,000 ล้านบาท







