posttoday
สยามโนวาส สตาร์ทอัพไบโอเทค-เกษตร

สยามโนวาส สตาร์ทอัพไบโอเทค-เกษตร

27 กันยายน 2560

เรื่อง | วราภรณ์ เทียนเงิน สตาร์ทอัพเกษตร (AgTech) และกลุ่มไบโอเทค (BioTech) ถือเป็นกลุ่มสตาร์ทอัพที่มีความต้องการสูงในตลาดโลก ซึ่งสตาร์ทอัพไทยกับ บริษัท สยามโนวาส ได้ต่อยอดงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ ที่มีนวัตกรรม และเพิ่มมูลค่าให้แก่ภาคเกษตรของไทยได้อย่างมหาศาล

เรื่อง | วราภรณ์ เทียนเงิน

สตาร์ทอัพเกษตร (AgTech) และกลุ่มไบโอเทค (BioTech) ถือเป็นกลุ่มสตาร์ทอัพที่มีความต้องการสูงในตลาดโลก ซึ่งสตาร์ทอัพไทยกับ บริษัท สยามโนวาส ได้ต่อยอดงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ ที่มีนวัตกรรม และเพิ่มมูลค่าให้แก่ภาคเกษตรของไทยได้อย่างมหาศาล

"เพทาย พงษ์เพียจันทร์" ผู้ก่อตั้ง บริษัท สยามโนวาส เปิดเผยว่า บริษัทได้ต่อยอดจากงานวิจัยในห้องแล็บมาสู่การจัดตั้งบริษัท ก้าวสู่การเป็นสตาร์ทอัพ โดยบริษัทได้สร้างนวัตกรรม การผลิตน้ำเชื้อโคนมคัดเพศแช่แข็ง เพื่อเพิ่มสัดส่วนลูกโคเพศเมีย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของภาคการเกษตรอย่างมาก ในกลุ่มผู้เลี้ยงโค รวมถึงมีความต้องการสูงในตลาดโลก

การคิดค้นครั้งนี้ทำให้สามารถผลิตลูกโคนมเพศเมียในอัตราส่วน 70% ถือว่าอยู่ในระดับที่ผู้ประกอบการต้องการ ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ ที่นำเข้าจากประเทศสหรัฐ ที่มีราคาสูงมาก ซึ่งพบว่า เมื่อผู้ประกอบการได้นำไปใช้แล้ว รวมถึงเกษตรกรที่เลี้ยงโคนม จะทำให้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนได้สูงถึง 3-6 เท่า และ คุ้มค่าในการลงทุนในระดับสูง เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์จากสหรัฐ

สำหรับการเลือกที่จะต่อยอดงานวิจัยสู่สตาร์ทอัพ โดยเป็นการต่อยอดงานวิจัยที่ได้ศึกษาต่อเนื่องเป็นมา ระยะเวลาร่วม 10 ปีแล้ว โดยถือว่า นวัตกรรมของบริษัทมีความใหม่และมีความแตกต่าง รวมถึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการ และสามารถสร้าง รายได้ ทั้งนี้ บริษัทถือเป็นสตาร์ทอัพ ด้านการเกษตร (AgTech) และไบโอเทค ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพกลุ่มที่มีจำนวนน้อยในประเทศไทย แต่เป็นกลุ่มที่กำลังเติบโตและมีความต้องการมากจากภาคอุตสาหกรรม

การเริ่มต้นจัดตั้งบริษัทในช่วงแรก ได้เริ่มจำนวน 3 คน โดยได้รับการ ส่งเสริม จากทั้ง อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ที่ได้สนับสนุนการจัดตั้งบริษัท ต่อมาได้รับการผลักดันเข้าร่วมโครงการ ทุนวิจัยนิวตัน ฟันด์ โดยเป็นทุนสนับสนุนทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรมจากประเทศอังกฤษ ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งได้ไปร่วมฝึกอบรมที่ประเทศอังกฤษ พร้อมกับผลักดันการสร้างแนวคิดการทำสตาร์ทอัพ

พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมโครงการของเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย https://dcx.bangkokpost.co.th/device_bkp_prev1/2012/07-16/4e/53/file65r6lbag9pzzcburjrs.jpg (ซอฟต์แวร์พาร์ค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการบ่มเพาะให้ความรู้และผลักดันการขยายบริษัทให้มีการเติบโตมากขึ้น

ในปัจจุบันบริษัทได้ก่อตั้งมาเป็นะระยะเวลาร่วม 2 ปีแล้ว โดยมีการทำตลาดผ่านทั้งเว็บไซต์ของบริษัทคือ https://siamnovas.devsign.info อีกทั้งสร้างนวัตกรรมการผลิตน้ำเชื้อโคนมเพศ ในครั้งนี้ องค์กรได้รับรางวัลระดับประเทศและในต่างประเทศมาจำนวนหลายด้าน

ทั้งนี้ สยามโนวาส อยู่ระหว่างการจัดตั้งโรงงานใน จ.เชียงใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ เพื่อเพิ่มการผลิตและขยายตลาดใหม่ โดยในปีนี้จะมุ่งขยายตลาดในประเทศ และต่อไป ในช่วง 1-2 ปี จะขยายตลาดไปสู่ภูมิภาคอาเซียน ทั้งในประเทศเวียดนามและ เมียนมา ถือเป็นตลาดโคนมที่มีขนาดใหญ่ ต่อจากนั้น สนใจขยายสู่ตลาดประเทศอินเดียและสหรัฐ

พร้อมกันนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาต่อยอดงานวิจัยสู่โคเนื้อ ที่มีแผนจะดึงพันธุกรรมพันธุ์โคจากต่างประเทศ ในสายพันธุ์ที่โดดเด่น มาขยายในโคเนื้อของไทย โดยเฉพาะโคเนื้อเพศเมีย ทำให้สามารถเพิ่มผลผลิตได้ตรงกับความต้องการและขยายตลาดส่งออก หรือสามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้สูงถึงระดับ 3-4 หมื่นล้านบาท รวมถึงจะนำไปใช้ในกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรได้เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีการเลี้ยงสุกรจำนวน 10 ล้านตัว และเป็นสุกรที่เป็นพ่อแม่พันธุ์ประมาณ 1 ล้านตัว

"นโยบายของบริษัทสนใจที่เกี่ยวกับการเกษตรและไบโอเทคโนโลยี ที่จะสามารถขยายตลาดได้อย่างมาก รวมถึงตลาดโลกมีความต้องการในระดับสูง" เพทาย กล่าว

อีกทั้งประเทศไทยมีศักยภาพสูงในด้านเกษตรและอาหาร ซึ่งประเทศไทยมีการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับอาหารมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท แต่มีการนำนวัตกรรม เทคโนโลยี ไปใช้ในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร รวมถึงการทำการเกษตรและปศุสัตว์ในระดับที่น้อย แต่หากสามารถนำนวัตกรรม เทคโนโลยีไปใช้เพิ่มมากขึ้น เชื่อมั่นว่า จะสามารถเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมไทยได้ขึ้นอย่างมหาศาล

ขณะที่ข้อแนะนำสำหรับนักวิจัยไทยที่มีความสนใจต้องการขยายสู่การจัดตั้งบริษัทหรือสร้างสู่สตาร์ทอัพ ควรจะต้องพิจารณาว่า นวัตกรรมที่ได้พัฒนาสามารถตอบโจทย์หรือมีปัญหาอยู่ในประเทศหรือไม่ รวมถึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการอยู่ จึงควรผลักดันสู่ตลาดและการผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป

"การทำสตาร์ทอัพที่จะอยู่ได้อย่างยั่งยืน ควรต้องมีนวัตกรรมของบริษัทเอง การมีระบบบริหารจัดการ และมีการบริหารทางธุรกิจ ที่ผลักดันทำให้บริษัทเติบโตต่อเนื่อง ส่วนอุปสรรคในช่วงที่ผ่านมา จะอยู่ที่ขั้นตอนในบางด้านของภาครัฐ ต้องใช้ระยะเวลาขออนุญาตที่นาน มีหลายขั้นตอน และยังไม่มีการรวมศูนย์ไว้ที่เดียว อีกทั้งการติดต่อขออนุญาตจะต้องอยู่ที่ กทม.เท่านั้น ส่วนการผลักดันสตาร์ทอัพของหน่วยงานภาครัฐ ถือว่ามีโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการจำนวนมาก" เพทาย กล่าว

ในระยะต่อไป สนใจจะนำจุดแข็งของ สยามโนวาส ด้านเกษตรและไบโอเทค ไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อผู้สูงอายุ เพราะในประเทศไทยกำลังเริ่มเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุ ทำให้กลุ่มอาหารสำหรับเพื่อ ผู้สูงอายุจะมีความต้องการเพิ่มขึ้น พร้อมกับผลักดันผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม มีความแตกต่างสู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น n

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน