
แห่ตั้งโรงงานในอาเซียน
เอกชนไทยผุดโรงงานผลิตเสื้อผ้ากีฬาประเทศเพื่อนบ้านเหตุค่าแรงถูก รับเจ้าของลิขสิทธิ์สโมสรฟุตบอลยุโรปและสหรัฐจ้างผลิต
เอกชนไทยผุดโรงงานผลิตเสื้อผ้ากีฬาประเทศเพื่อนบ้านเหตุค่าแรงถูก รับเจ้าของลิขสิทธิ์สโมสรฟุตบอลยุโรปและสหรัฐจ้างผลิต
นายถาวร กนกวลีวงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงงานผลิตเสื้อผ้าไทยได้ขยายไปตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนามมากขึ้น เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากค่าแรงขั้นต่ำ ความเพียงพอต่อปริมาณแรงงานและสิทธิประโยชน์ทางภาษีในกรณีการส่งออกไปประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นต้น ขณะที่ในประเทศเน้นพัฒนาในรูปแบบสำนักงานใหญ่ ใช้เจรจาทางธุรกิจ รวมถึงพัฒนาด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม เป็นต้น
ทั้งนี้ การขยายโรงงานไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากกระแสเสื้อผ้ากีฬาเป็นที่นิยมอย่างมากในหลายๆประเทศ ทำให้แบรนด์เสื้อผ้าดังๆระดับโลก ได้พัฒนา รูปแบบชุดกีฬาที่สามารถเป็นชุดทำงาน ออกกำลังกาย ขณะที่เสื้อผ้าประเภทอื่น มีการขยายตัวต่ำหรือเริ่มชะลอตัว ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะเพิ่มกำลังการผลิตรองรับคำสั่งซื้อชุดกีฬา
ด้าน นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ขณะนี้โรงงานผลิตเสื้อผ้าของไทยหลายแห่งเร่งเพิ่มกำลังการผลิตรองรับคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) จากเจ้าของสิขสิทธิ์ชุดกีฬาของสโมสรกีฬาในยุโรปและสหรัฐที่มีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าในปีนี้ 2560 จะมีออร์เดอร์เข้าไทย ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านตัว หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 4.5 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นชุดฟุตบอลของสโมสรยุโรป เช่น ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล อาร์เซนอล เชลซี สโมสรจากประเทศอังกฤษ เป็นต้น
"ปัจจุบันการส่งออกชุดกีฬาคิดเป็น 50% ของมูลค่าส่งออกเสื้อผ้าภาพรวมที่มีจำนวน 9 หมื่นล้านบาท เนื่องจากลูกค้ามีความเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ที่มีการพัฒนาวัตถุดิบ เทคโนโลยีการผลิตที่ดี และความรวดเร็ว สามารถส่งสินค้าได้ทันตามกำหนด" นายยุทธนา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โรงงานผลิตเสื้อผ้าของไทยได้ขยายกิจการไป ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านแล้ว 14 บริษัท มีโรงงานใน ต่างประเทศ 39 โรงงาน จนสามารถส่งออกไป ต่างประเทศได้ปีละ 1.5-2 หมื่นล้านบาท โดยมองว่าไทยอาจเป็นศูนย์กลางการผลิตเสื้อกีฬาระดับโลกในภูมิภาคนี้ ส่วนเสื้อเชิ้ตเป็นออร์เดอร์ที่โรงงานในเมียนมา และเวียดนาม กางเกงยีนส์เป็นโรงงานในกัมพูชา เป็นต้น







