
สแกน 'เมียนมา' จับสัญญาณธุรกิจดิจิทัล
EIC | Economic Intelligence Centerในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจโทรคมนาคมในเมียนมาถือเป็นหนึ่งในธุรกิจดาวรุ่งที่กำลังเติบโตอย่างร้อนแรง อันเป็นผลมาจากการรุกเข้ามาทำตลาดของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Telenor จากนอร์เวย์ หรือ Ooredooจากกาตาร์ ประกอบกับราคาซิมโทรศัพท์มือถือในเมียนมาที่ลดลงอย่างมากจาก 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียง 1 ดอลลาร์ ในปี 2014 ส่งผลให้ประชาชนชาวเมียนมามีโอกาสเข้าถึงบริการด้านโทรคมนาคมได้มากขึ้น จนอัตราการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือพุ่งสูงขึ้นจากเพียง 1% ในปี 2009 เป็นกว่า 95% ในปัจจุบัน
EIC | Economic Intelligence Center
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจโทรคมนาคมในเมียนมาถือเป็นหนึ่งในธุรกิจดาวรุ่งที่กำลังเติบโตอย่างร้อนแรง อันเป็นผลมาจากการรุกเข้ามาทำตลาดของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Telenor จากนอร์เวย์ หรือ Ooredooจากกาตาร์ ประกอบกับราคาซิมโทรศัพท์มือถือในเมียนมาที่ลดลงอย่างมากจาก 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียง 1 ดอลลาร์ ในปี 2014 ส่งผลให้ประชาชนชาวเมียนมามีโอกาสเข้าถึงบริการด้านโทรคมนาคมได้มากขึ้น จนอัตราการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือพุ่งสูงขึ้นจากเพียง 1% ในปี 2009 เป็นกว่า 95% ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าอุตสาหกรรม มือถือในเมียนมายังมีศักยภาพการเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากอัตราการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือของเมียนมายังคงต่ำกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกันอย่างกัมพูชา ไทย และเวียดนามที่มีอัตราการใช้มือถือราว 128% 136% และ 146% ตามลำดับ
อีไอซีมอง 2 กลุ่มธุรกิจหลักที่มีโอกาสเข้าไปลงทุน เพื่อรับอานิสงส์ จากการเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมในเมียนมา โดยธุรกิจแรกคือร้านขายมือถือและอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องกับมือถือ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงความเสี่ยงในหลายๆ ด้านควบคู่ไปด้วย อาทิ ยอดขายมือถือที่มีโอกาสจะชะลอตัวลง เนื่องจากยอด ผู้ใช้งานที่มีแนวโน้มใกล้เข้าถึงจุดอิ่มตัวในระยะยาว รวมถึงการที่ร้านขายมือถือมีลักษณะคล้ายคลึงกันและจำนวนร้านที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจะทำให้การแข่งขันมีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่ค่ายมือถือจะใช้ โปรโมชั่นลดราคาค่าเครื่อง เพื่อดึงดูดลูกค้าให้ย้ายค่ายจากผู้ให้บริการรายอื่นหรือซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจบริการแบบรายเดือนที่จะส่งผลให้ ผู้บริโภคหันมาซื้อเครื่องผ่านค่ายมือถือมากกว่าร้านค้าทั่วไปอีกด้วย
อีไอซีแนะผู้ประกอบการร้านขายมือถือในเมียนมาควรคำนึงถึงการสร้างความแตกต่างผ่านบริการที่ครบวงจร ทั้งบริการให้คำปรึกษาสำหรับการใช้งานมือถือ การนำเสนออุปกรณ์เสริมที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า รวมถึงบริการซ่อมบำรุงที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ในขณะที่ความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวเมียนมาที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านราคาเป็นหลักก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เช่น การเปิดเผยรายละเอียดราคาสินค้าให้ ครบถ้วน รวมถึงให้เหตุผลประกอบที่น่าเชื่อถือหากสินค้ามีราคาแพงกว่าผู้ประกอบการรายอื่น นอกจากนี้ การขยายสาขาควรคำนึงถึงโครงสร้างของผู้บริโภคเพราะถึงแม้ว่าผู้มีรายได้ปานกลางของเมียนมาจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตแต่กำลังซื้อหลักก็ยังกระจุกตัวอยู่ในย่างกุ้งและเมืองท่องเที่ยวเพียงเท่านั้น
สำหรับธุรกิจกลุ่มที่สองที่มีศักยภาพในการเติบโต คือ การให้บริการทางการเงินผ่านมือถือที่จะได้รับอานิสงส์ จากการใช้งานมือถือที่เติบโตเร็วกว่าอัตราการเข้าถึงบริการทางการเงินของเมียนมา ทั้งนี้ จากข้อมูล World Bank ระบุว่าในปี 2014 มีชาวเมียนมาเพียง 22% ที่เข้าถึงบริการทางการเงินซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ระดับ 61.5% ในอนาคต หากประชาชนชาวเมียนมามีความคุ้นชินและหันมาใช้ช่องทางการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์กันอย่างแพร่หลายมากขึ้นย่อมเป็นปัจจัยส่งเสริมให้การซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มีศักยภาพเติบโตได้อย่างโดดเด่นเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมมือถือด้วย
ในภาพรวมตลาดโทรคมนาคมในเมียนมาจึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย ซึ่งปัจจัยสู่ความสำเร็จคือการเรียนรู้และประยุกต์ใช้บทเรียนที่เคยเกิดขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงการสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมของชาวเมียนมา เพื่อจับเทรนด์ผู้บริโภคที่เข้าสู่ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้นและสร้างธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน







