
หุ้นพุ่งมาร์จิ้นโลนปกติ
ก.ล.ต.ชี้ไม่พบผิดปกติบัญชีกู้ซื้อหุ้นเตือนนักลงทุนรอดูกำไร บจ.ไตรมาส 3 โตทันราคาหรือไม่ ด้าน ตลท.ทบทวนเกณฑ์เลือกหุ้นเข้าคำนวณ
ก.ล.ต.ชี้ไม่พบผิดปกติบัญชีกู้ซื้อหุ้นเตือนนักลงทุนรอดูกำไร บจ.ไตรมาส 3 โตทันราคาหรือไม่ ด้าน ตลท.ทบทวนเกณฑ์เลือกหุ้นเข้าคำนวณ
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังไม่พบความผิดปกติเรื่องการปล่อยสินเชื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิ้นโลน) ของบริษัทหลักทรัพย์แต่อย่างใด แม้ปัจจุบันดัชนีหุ้นจะมีการปรับขึ้นต่อเนื่องจากแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ เพราะที่ผ่านมาหุ้นไทยปรับขึ้นน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงเห็นการฟื้นตัวของตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ และการเมืองของไทยที่มีเสถียรภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม อยากให้จะนักลงทุนควรติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) งวดไตรมาส 3 ที่จะออกมาว่ากำไร บจ.จะโตทันหรือเหมาะสมกับราคาหุ้นปรับขึ้นไปแล้วหรือไม่
สำหรับความคืบหน้าในการเสนอขายกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF) นายรพี กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีการยื่นคำเสนอรายการ (ไฟลิ่ง) ขายกองทุนกับ ก.ล.ต แต่ทางทีมที่ปฏิบัติงานทำงานอย่างหนักและอยู่ในกระบวนการใกล้จะสุดท้ายแล้ว ต้องติดตามดู
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังเติบโตดี เงินไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่เติบโตดีล่าสุด ธปท. ปรับประมาณการจีดีพีปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 3.8% จากเดิมที่ 3.5% การส่งออกโต และการเมืองที่ชัดเจน ทั้งแผนปฏิรูปยุทธศาสตร์ต่างๆ รวมถึงแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนค่อนข้างมาก ทำให้ตลาดหุ้นไทยขึ้นได้ต่อ
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงเกณฑ์การจัดทำดัชนีในปี 2560 เพื่อให้ดัชนีที่ ตลท. จัดทำขึ้นมีความสอดคล้องกับพัฒนาการของตลาดทุนที่เกิดขึ้นและเทียบเคียง ได้กับแนวทางในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของดัชนี ตลท.จึงจะปรับปรุงเกณฑ์การจัดทำดัชนี 2 ประเด็น ดังนี้
1.การปรับปรุงคุณสมบัติของ หลักทรัพย์ในดัชนี SET50 ดัชนี SET100 ดัชนี sSET และดัชนี SETHD เพื่อให้ หลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีสามารถลงทุนได้จริง
โดย ตลท. จะเพิ่มการพิจารณาฐานะการเงินของบริษัทที่จะเป็นองค์ประกอบในดัชนีตามรอบทบทวน รวมทั้งจะนำหลักทรัพย์ในดัชนีที่ไม่สามารถลงทุนได้ออกจากการคำนวณดัชนีตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยทุกสิ้นเดือน ตลท.จะนำหลักทรัพย์ในดัชนีที่ถูกสั่งห้ามการซื้อขาย (SP) ติดต่อกันเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 20 วันทำการขึ้นไปออกจากการคำนวณดัชนี ส่วนหลักทรัพย์ของ บริษัทที่ประสบปัญหาด้านฐานะการเงินจะนำออกจากการคำนวณดัชนีโดยแจ้งวันเริ่มการเปลี่ยนแปลงเป็นการล่วงหน้า
2.ปรับปรุงเกณฑ์คัดเลือกหุ้นเพื่อใช้เป็นองค์ประกอบของดัชนี SETHD เพื่อให้หลักทรัพย์ในดัชนี SETHD เป็น หลักทรัพย์ที่มีการจ่ายปันผลสูงอย่าง ต่อเนื่อง รองรับบริษัทที่เป็น Holding Company ที่มีการจ่ายเงินปันผลที่สูง และสอดคล้องกับรูปแบบการระดมทุนของบริษัทจดทะเบียนในปัจจุบัน
โดย ตลท.จะเปลี่ยนเกณฑ์การพิจารณา Dividend Payout Ratio จากเดิมที่พิจารณาจากการจ่ายปันผลไม่เกิน 85% ในแต่ละปี ย้อนหลัง 3 ปี เปลี่ยนเป็นพิจารณาค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ของ Dividend Payout Ratio ไม่เกิน 100%
ทั้งนี้ จากการจำลองโดยนำเกณฑ์นี้มาใช้สำหรับหลักทรัพย์ในดัชนี SET100 ณ รอบทบทวนเดือน ธ.ค. 2559 เพื่อ คัดเลือกเป็นหลักทรัพย์ในดัชนี SETHD พบว่า การปรับปรุงเกณฑ์จะทำให้ หลักทรัพย์ในดัชนี SETHD มีค่าเฉลี่ยของอัตราเงินปันผลตอบแทน (Average Dividend Yield) อยู่ที่ระดับ 5.39% ซึ่งสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้เกณฑ์ปัจจุบันในการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ 4.49% ดังนั้น องค์ประกอบของดัชนีจากการปรับปรุงเกณฑ์ดังกล่าว จะทำให้ได้กลุ่มหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติเรื่องการจ่ายเงินปันผลสูงและต่อเนื่องได้อย่างชัดเจนขึ้นกว่าปัจจุบัน
สำหรับการปรับปรุงทั้งสองประเด็นเริ่มใช้ตั้งแต่การทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ สำหรับดัชนี SET50 ดัชนี SET100 ดัชนี sSET และดัชนี SETHD เดือน ธ.ค. 2560 นี้







