
อินโนฮับ เข้าถึงฟินเทค หมัดเด็ดแบงก์กรุงเทพ
ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์เทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) เป็นกลยุทธ์ที่ธนาคารกรุงเทพให้ความสำคัญมาก เพราะเชื่อมั่นว่ามีความสำคัญกับการทำธุรกิจในอนาคต ซึ่งโครงการบางกอกแบงก์ อินโนฮับ (Bangkok Bank InnoHub) เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่นำไปสู่การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการบริการและการทำธุรกรรมของธนาคาร
ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
เทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) เป็นกลยุทธ์ที่ธนาคารกรุงเทพให้ความสำคัญมาก เพราะเชื่อมั่นว่ามีความสำคัญกับการทำธุรกิจในอนาคต ซึ่งโครงการบางกอกแบงก์ อินโนฮับ (Bangkok Bank InnoHub) เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่นำไปสู่การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการบริการและการทำธุรกรรมของธนาคาร
ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า สนใจนวัตกรรมการเงิน 3 ด้าน ที่จะนำมาทรานส์ฟอร์มต่อยอดการให้บริการลูกค้า ได้แก่ นวัตกรรมด้านการบริหารความมั่งคั่ง (เวลธ์ แมเนจเมนต์) นวัตกรรมด้านการรักษาความปลอดภัยระบบ และนวัตกรรมการชำระเงิน
แน่นอนว่า นวัตกรรมที่ธนาคารกรุงเทพสนใจนั้น มีอยู่ในบริษัทสตาร์ทอัพและฟินเทค 8 ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกจาก 119 บริษัท จาก 32 ประเทศทั่วโลก ในโครงการอินโนฮับนั่นเอง ซึ่งเพิ่งผ่านวันเดโมเดย์ นำเสนอผลงานให้อินเวสเตอร์ ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม
สำหรับสตาร์ทอัพ 8 ทีมที่เข้าบ่มเพาะในโครงการนี้ ประกอบไปด้วย ทีมผู้พัฒนาบริการด้าน Wealth Management 3 ราย ได้แก่ ทีม Bambu ทีม Bento และทีม Canopy จากประเทศสิงคโปร์ ทีม Covr Security ผู้พัฒนาด้าน Mobile Security จากประเทศสวีเดน ทีม Everex ผู้พัฒนาบริการโดยใช้ Blockchain จากประเทศไทย ด้านการให้บริการสินเชื่อ SME ได้แก่ ทีม First Circle จากประเทศฟิลิปปินส์ ด้าน Invoice Financing Platform ได้แก่ ทีม Invoice Interchange จากประเทศสิงคโปร์ และด้าน Mutual Fund Investment ได้แก่ ทีม FundRadars จากประเทศไทย
พนุกร จันทรประภาพ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ฝ่าย การลงทุนธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า โครงการนี้ที่มีฟินเทค สตาร์ทอัพ ที่มีความสามารถและมีเทคโนโลยีที่น่าสนใจมาเข้าโครงการ ตอบโจทย์ของธนาคารที่ต้องการเข้าไปเรียนรู้เทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ และเข้าถึงการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาปรับ ใช้ในการให้บริการลูกค้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
"มีข่าวดี คือ ธนาคารได้ร่วมกับบริษัทฟินเทคในโครงการอินโนฮับ รายหนึ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ขึ้นมาได้สำเร็จ โดยเตรียมเปิดตัวในเดือน พ.ย.ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเป็น ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอะไร และให้บริการลูกค้าในกลุ่มใด ขออุบไว้ก่อน บอก เพียงว่า จะช่วยให้ลูกค้าธนาคารกรุงเทพเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นสะดวกขึ้น" พนุกร กล่าว
อย่างไรก็ตาม แต่ละทีมมีระดับการทำงานที่ต่างกัน ขึ้นกับความยากง่ายของเทคโนโลยี บางทีมสามารถทำงานไปได้ไกลแล้วจนพร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์จริง ขณะที่บางทีมมีเทคโนโลยีที่ซับซ้อน อาจต้องใช้เวลาพัฒนา โดยทุกเทคโนโลยีนั้นจะพัฒนาบนพื้นฐานที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
กระบวนการระหว่างการบ่มเพาะ 8 ทีมให้เป็นฟินเทคมืออาชีพ ธนาคารได้ส่งผู้บริหารเข้าไปร่วมทำงานด้วย อย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 12 สัปดาห์ โดยเริ่มมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. ซึ่ง 8 ทีม หัวกะทิจะมีความร่วมมือออกผลิตภัณฑ์ กับธนาคารกรุงเทพและบริษัทในเครือของธนาคารกรุงเทพแน่นอน
ธนาคารกรุงเทพมีความสนใจยกระดับผู้ประกอบการหน้าใหม่โดยเฉพาะกลุ่มฟินเทค โดยขณะนี้อยู่ระหว่าง การพูดคุย และพิจารณาการร่วมลงทุน (เวนเจอร์แคป) ผ่านบัวหลวงเวนเจอร์ส กับฟินเทคทั้งในและต่างประเทศอยู่ คาดว่าจะลงทุนได้ในปีนี้ ส่วนการบ่มเพาะ (Accelerator) ก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ดึงฟินเทคที่มีศักยภาพเข้ามา ร่วมงานกัน ซึ่งโครงการของธนาคารพิเศษกว่าตรงที่ดึงสตาร์ทอัพ ฟินเทคทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาร่วม เพราะ Accelerator เป็นการช่วยสตาร์ทอัพและฟินเทคพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ผ่านการบ่มเพาะความรู้และทักษะทางการเงินเร่งด่วนภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
ฟินเทคเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก การใช้เทคโนโลยีในธุรกรรมการเงินเป็น เรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะคนรุ่นใหม่ยุค มิลเลนเนียลส์ เป็น Digital Native ถนัดการทำธุรกรรมผ่านมือถือหรืออินเทอร์เน็ตมากกว่าแบบเดิม ดังนั้นทุกธนาคาร ทั้งในและต่างประเทศตอนนี้จึงเร่งศึกษาเรื่องฟินเทคอย่างจริงจัง ไม่เพียงเพื่อบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่หลายเทคโนโลยียังช่วยลดต้นทุนของธนาคารได้ เช่น บล็อกเชน ที่พัฒนาไปใช้ในการโอนเงิน ซึ่งเดิมการโอนเงินมีค่าใช้จ่ายสูง แต่บล็อกเชนทำให้การโอนเงินเร็วขึ้น และถูกขึ้นด้วย
ผลิตภัณฑ์การเงินที่พัฒนาร่วมกับฟินเทค จะให้บริการลูกค้าในประเทศก่อน แต่ก็มีเทคโนโลยีบางประเภทที่สามารถใช้ในตลาดอาเซียนได้ด้วย
สำหรับการร่วมลงทุนมี 2 ช่องทาง คือ ลงทุนผ่านธนาคารกรุงเทพ และลงทุนผ่านบริษัท บัวหลวงเวนเจอร์ส มีทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านบาท ดังนั้นจะพิจารณาเป็นรายๆ ไปว่าช่องทางร่วมลงทุนใดที่เหมาะสมที่สุด
อย่างไรก็ดี ไม่ได้มีการปิดกั้น การร่วมลงทุนว่าจะต้องเป็นฟินเทคใน สเตจใด สามารถร่วมลงทุนได้ตั้งแต่เป็น Seed จนถึง Series A โดยในมุมมองการลงทุนนั้น ยอมรับว่าต้องมองเรื่องผลตอบแทนด้วย แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักเพียงอย่างเดียว โดยมองไปถึงการ สร้างความร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงินด้วย อาจเรียกได้ว่าให้ความสำคัญกับผลตอบแทน และกลยุทธ์การยกระดับธนาคารเท่ากัน 50:50







