
เศรษฐกิจไทยโตฉิว
โพสต์ทูเดย์ - ธนาคารโลกปรับคาดการณ์จีดีพีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็น 5.2% มองเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 3.5%
โพสต์ทูเดย์ - ธนาคารโลกปรับคาดการณ์จีดีพีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็น 5.2% มองเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 3.5%
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ประกาศปรับการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 0.1% จากคาดการณ์เดิมเป็น 5.1% ในปี 2560 และ 5.2% ในปี 2561 โดยระบุว่าประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ยังขยายตัวแข็งแกร่ง ซึ่งได้รับผลดีจากการค้าโลกที่ฟื้นตัว ทำให้การส่งออกเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจที่สำคัญ
สำหรับประเทศไทย ธนาคารโลกได้ปรับคาดการณ์การขยายตัวจีดีพี เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา จาก 3.2% เป็น 3.5% และปี 2561 คาดว่าจะเติบโต 3.6% การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยได้รับการสนับสนุนจากการส่งออก การท่องเที่ยว การบริโภคของภาคเอกชน และแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ธนาคารโลก ระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นผลมาจากการ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยการบริโภคภาคเอกชนจะได้รับปัจจัยหนุนจากภาคการเกษตร ซึ่งส่งสัญญาณฟื้นตัวจากวิกฤตน้ำท่วมเมื่อปี 2558 และกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่การส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นจะช่วยกระตุ้นการผลิตและการลงทุนภาคเอกชน
นอกจากนี้ แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ไทยได้ดำเนินการแล้วในปีนี้ จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ต่างชาติ
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยง 2 ประการ ความเสี่ยงแรกมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกอ่อนแรงจากทิศทางนโยบายปกป้องการค้า ปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของสหราชอาณาจักร หรือเบร็กซิต โดยไทยอาจต้องใช้มาตรการกระตุ้นเพิ่มในอนาคต ซึ่งในขณะนี้มีความพร้อมทั้งด้านนโยบายการเงินและการคลัง แต่ก็ต้องดำเนินมาตรการในช่วงเวลาที่เหมาะสม
สำหรับความเสี่ยงที่ 2 มาจากสถานการณ์การเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ โดยความไม่แน่นอนทางการเมืองมีความเสี่ยงจะส่งผลให้แผนปฏิรูปเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ และโครงการโครงสร้างพื้นฐานดำเนินการได้ล่าช้าลง
ธนาคารโลกยังเตือนว่า กลุ่มประเทศอาเซียน เช่น ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น ท่ามกลางหนี้นอกประเทศสูง แม้ขณะนี้ประเทศเหล่านี้จะมีทุนสำรองระหว่างประเทศเพียงพอ โดยรัฐบาลอาจต้องเตรียมปรับนโยบายการเงินคุมเข้มเพื่อตั้งรับสถานการณ์
ด้าน นายเชาว์ เก่งชน กรรมการ ผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ในภาวะนี้ถึงเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ แต่ปีหน้าการส่งออกอาจชะลอตัวลง ต้องรอดูว่าการบริโภคในประเทศจะปรับมาชดเชยได้หรือไม่ เพราะอีกด้านหนี้ครัวเรือนที่สูงก็กดดันกำลังซื้อและคุณภาพเครดิตอยู่ โดยเฉพาะเมื่อดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
ขณะที่ปีหน้าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ซึ่งดอกเบี้ยไทยก็มีโอกาสปรับขึ้น 1 ครั้งในช่วงปลายปีหน้า แต่ก็เชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณาการปรับขึ้นอย่างรอบคอบ คำนึงผลต่อเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ และค่าเงินอยู่แล้ว โดยน่าจะดูแลให้คงดอกเบี้ยระดับนี้นานที่สุด







