
หุ้นไทย4ต.ค.ปิดลดลง2.20จุด
หุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งแดนบวก-ลบ ปิดภาคบ่ายที่ระดับ 1,687.77 จุด ลดลง 2.20 จุด มูลค่าการซื้อขาย 60,510.15 ล้านบาท
หุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งแดนบวก-ลบ ปิดภาคบ่ายที่ระดับ 1,687.77 จุด ลดลง 2.20 จุด มูลค่าการซื้อขาย 60,510.15 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,687.77 จุด ลดลง 2.20 จุด หรือ 0.13% มูลค่าการซื้อขาย 60,510.15 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,698.59 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,682.04 จุด
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัว โดยดัชนีฯพยายามขึ้นทดสอบ 1,700 จุด แต่ก็ไม่ผ่านและได้พักตัวลงมาตามเทคนิค ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ก็เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบเล็กน้อย โดยต่างรอดูสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนวันนี้
ทั้งนี้ ปัจจัยที่จะต้องติดตามเป็นการ Preview ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนงวดไตรมาส 3/60 ซึ่งก็เริ่มทยอยออกมาให้เห็นกันแล้ว นักลงทุนสามารถเล่นตามงบฯได้ และกลุ่มส่งออกพวกอาหาร, อิเล็กทรอนิกส์ ก็น่าสนใจเนื่องจากได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (5 ต.ค.) นายชัยยศ กล่าวว่า ตลาดฯน่าจะปรับตัวขึ้นได้ แต่คงอยู่ในกรอบจำกัด โดยยังมีลุ้นขึ้นทดสอบแนว 1,700 จุด พร้อมให้แนวรับ 1,680 จุด ส่วนแนวต้าน 1,700 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นว่า ดัชนีมีโอกาสที่จะขึ้นไปเล่นในกรอบ 1,690-1,700 จุด ในช่วง 1 เดือนข้างหน้า ซึ่งได้ปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจ ที่ดีขึ้น และนักลงทุนจะเริ่มเข้ามาเก็งในเรื่องของกำไรบริษัทในตลาด แต่อาจมีตัวแปรที่ส่งผลคือในเรื่องราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง รวมทั้งนักลงทุนรอดูตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯในวันศุกร์นี้ และทิศทางของเงินไหลเข้า หลัง การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(คิวอี) ที่ยังไม่นิ่งนัก
"การผ่านระดับ 1,670 จุด ขึ้นมาได้ เป็นสัญญาณบวกของตลาด แม้ตลาดจะมีการเหวี่ยงตัวจากการขายทำกำไรช่วงสั้น แต่นักลงทุนสามารถเลือกที่จะถือหุ้นต่อไปได้ หรือเข้าซื้อเพิ่ม โดยรอในจังหวะที่ราคาอ่อนตัวลงมา ควรให้ความสนใจกับหุ้นขนาดใหญ่ของกลุ่มหลัก คือ ธนาคาร-พลังงาน-ปิโตรเคมี ขณะที่กลุ่มรอง จะเป็นกลุ่มที่เก็งเรื่องงบไตรมาส 3ว่าจะออกมาดี และหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อาทิ หุ้นที่ได้รับผลบวกจากเงินบาทอ่อนค่า เป็นต้น
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,279.91 ล้านบาท ปิดที่ 424.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,803.83 ล้านบาท ปิดที่ 58.25 บาท ลดลง 0.75 บาท
BGRIM มูลค่าการซื้อขาย 2,353.57 ล้านบาท ปิดที่ 24.10 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
IVL มูลค่าการซื้อขาย 1,631.53 ล้านบาท ปิดที่ 44.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
EA มูลค่าการซื้อขาย 1,386.62 ล้านบาท ปิดที่ 40.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท







