
อสังหาฯชูบริการ-สร้างมูลค่าเพิ่ม
นอกจากนวัตกรรม และตัวสินค้าที่มีคุณภาพแล้ว เรื่องของการให้บริการ หรือเซอร์วิสต่างๆ เป็นอีกส่วนสำคัญในการตัดสินใจของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย และยิ่งเมื่อดีเวลอปเปอร์ได้พัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ มาเสริมซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยในโครงการได้มากขึ้นอีกด้วย
นอกจากนวัตกรรม และตัวสินค้าที่มีคุณภาพแล้ว เรื่องของการให้บริการ หรือเซอร์วิสต่างๆ เป็นอีกส่วนสำคัญในการตัดสินใจของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย และยิ่งเมื่อดีเวลอปเปอร์ได้พัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ มาเสริมซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยในโครงการได้มากขึ้นอีกด้วย
สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่เป็น มิกซ์ยูส มักจะลงทุนสร้างคอมมูนิตี้มอลล์ที่รวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์หลากหลายไว้รองรับผู้อยู่อาศัยภายในโครงการ แต่สำหรับโครงการทั่วไปที่มีจำนวนยูนิต ไม่มากนัก ก็จะเลือกใช้พันธมิตรคู่ค้ามา ร่วมสร้างมูลค่าในโครงการ
ปัจจุบันเริ่มมีดีเวลอปเปอร์จัดสรรพื้นที่บางส่วนภายในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ โดยการจับมือ กับพาร์ตเนอร์แบรนด์ระดับโลกเพื่อเปิด ให้บริการสินค้า ซึ่งนอกจากลูกค้าโครงการ จะได้รับสินค้าและบริการที่เป็นเลิศแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ระยะยาวที่เกิดจากค่าเช่าพื้นที่อีกด้วย อาทิ
บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ที่ได้ จับมือกับ สตาร์บัคส์ (Starbucks) แบรนด์ กาแฟชั้นนำระดับโลก เปิดสาขาใหม่ ภายในโครงการ แชปเตอร์วัน อีโค รัชดา-ห้วยขวาง ที่มีการดึงคอนเซ็ปต์เดียวกับการออกแบบโครงการมาใช้เพื่อผสานแนวคิดทางสถาปัตยกรรมของทั้งสองพื้นที่ให้กลมกลืน ในสไตล์ Scandinavians ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการร้านสตาร์บัคส์ จะได้สัมผัสถึงบรรยากาศของไลฟ์สไตล์ภายในโครงการแบบ Scandinavians เป็นแห่งแรกในเมืองไทย นอกจากนี้ยังมีช็อปร้านอาหาร สินค้าไฮเอนด์แบรนด์ที่จะเปิดให้บริการเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้เป็นต้น
พร้อมกันนี้พฤกษาได้เร่งเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ "พฤกษา 4.0" ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์หลักนี้ ได้แก่ Smart-Product การพัฒนาสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า (HVA) เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด ไม่ว่า จะเป็นทั้งในเรื่องคุณภาพและฟังก์ชั่น การใช้งานทั้งโครงการแนวราบและอาคารสูง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้างจุดเด่นที่ตรงใจ และความแตกต่างให้กับสินค้า รวมถึงเป็นการสร้างการตอกย้ำให้แบรนด์เป็นที่จดจำแก่ผู้บริโภคอีกด้วย
ด้านบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ได้มีการจับมือกับเจ้าของแบรนด์อาหาร และเครื่องดื่มกูร์เมต์ไอคอนจากนิวยอร์ก "ดีน แอนด์ เดลูก้า"(DEAN & DELUCA) เปิดให้บริการสาขาโครงการแอชตัน อโศก-พระราม 9 โดยร้านดังกล่าวจะสามารถตอบโจทย์ Urban Lifestyle แบบ ครบวงจรให้แก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการ รวมถึงคนทำงานทั้งชาวไทยและชาว ต่างชาติที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็วในย่านนี้ อย่างไรก็ดีทางอนันดามีแผนที่จะขยายความร่วมมืออย่างต่อเนื่องต่อไป ในอนาคต
ในส่วนของบริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ล่าสุดได้เปิดตัว "นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง" ภายใต้คอนเซ็ปต์ Life Charger ความลงตัวของพื้นที่ชาร์จชีวิตคนเมืองยุค ดิจิทัล ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนระหว่าง เสนาฯ กับบริษัท ฮันคิว เรียลตี้ ดำเนิน การภายใต้บริษัท เสนา ฮันคิว
ทั้งนี้ นอกจากการนำนวัตกรรมที่เรียกว่า "Geo fit+" ลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศญี่ปุ่นนำมาใช้กับโครงการในเมืองไทยเป็นครั้งแรกซึ่งเป็นการดำเนินการภายใต้แนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ใส่ใจในรายละเอียดและเข้าใจความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างลึกซึ้ง สามารถนำมาใช้กับการสร้างที่อยู่อาศัย อย่างยอดเยี่ยมทั้ง Japanese Functionality ฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ Japanese Innovation นวัตกรรมแนวคิด ใหม่ๆ เพื่อการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ และ Japanese Design กลิ่นอายของ ความเป็นญี่ปุ่นที่นำมาใช้ในการออกแบบ
ขณะเดียวกันเป็นครั้งแรกที่เสนาฯ ได้จับมือกับพันธมิตรอย่างทัม เอ็น ทัมส์คอฟฟี่ (TOM N TOMS COFFEE) เปิดสาขาภายในโครงการนิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง อีกด้วย ซึ่งในอนาคตอาจมีการขยายสาขาไปในโครงการอื่นๆ อีกด้วย
สำหรับเทรนด์สินค้าบริการเพื่อมารองรับไลฟ์สไตล์คนเมือง คาดว่าจะมีการต่อยอดให้เห็นกันมากขึ้น นอกเหนือไปจากร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่าเป็นยุคผู้บริโภคมีอำนาจในการซื้อจริงๆ







