posttoday
ความท้าทายผู้ตรวจสอบในองค์กร

ความท้าทายผู้ตรวจสอบในองค์กร

02 ตุลาคม 2560

วิรไท สันติประภพผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยหมายเหตุ : วิรไท สันติประภพ

วิรไท สันติประภพผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

หมายเหตุ : วิรไท สันติประภพ

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนาใหญ่ประจำปี 2560 สมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย

โลกกำลังเข้าสู่ยุค 4.0 ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง เมื่อมองไปข้างหน้า บริบทของโลกที่เราอยู่จะมีลักษณะที่เรียกกันว่า VUCA มากขึ้น คือ ผันผวน (Volatile) ไม่แน่นอน (Uncertain) ซับซ้อน (Complex) และยากจะคาดเดา (Ambiguous)

นอกจากนี้ จะต้องเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ นับเป็น "โจทย์ท้าทาย" ที่ทุกภาคส่วนต้องมาช่วยกันขบคิดว่าจะร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยในระยะต่อไปอย่างไรด้วยวิธีใด ผมเชื่อว่าภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่จะเป็นกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศ ปฏิเสธไม่ได้ว่า "ผู้ตรวจสอบภายใน" เป็นกลไกสำคัญอย่างหนึ่งในภาคธุรกิจที่จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้วยความมั่นใจ

เศรษฐกิจไทยในช่วง 2 ปีนี้ เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ชัดเจนขึ้นสามารถรับมือกับความผันผวนของโลกได้ดีระดับหนึ่ง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากภาคการส่งออกที่ขยายตัวดีขึ้น ทั้งในมิติของประเภทสินค้าและตลาด ส่งออกที่กระจายตัวมากขึ้น ภาคการท่องเที่ยวที่ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ในระดับสูงและการบริโภคภาคเอกชนที่ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง การใช้จ่ายของภาครัฐก็ยังเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ การลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐมีความชัดเจนขึ้น แม้ว่าอาจจะล่าช้าไปบ้าง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังทรงตัวในระดับต่ำและกระจุกในภาคอุตสาหกรรมที่ส่งออกได้ดี

แม้เศรษฐกิจไทยจะเริ่มขยายตัวดีขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากปัญหาเชิงโครงสร้างหลายมิติ ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไข จะฉุดรั้งการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญสำหรับอนาคตเศรษฐกิจสังคมไทย มีอย่างน้อย 3 เรื่อง

ปัญหาแรก ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยลดลงเมื่อเทียบกับอดีต

ประการที่ 2 ปัญหาความ เหลื่อมล้ำทั้งมิติด้านรายได้และโอกาส

ประการที่ 3 ปัญหาประสิทธิภาพขององค์กรภาครัฐ

การนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายในภาวะที่มีความท้าทายมากขึ้นทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร "ผู้ตรวจสอบภายใน" จึงต้องเป็นเสมือนเพื่อนคู่คิด ที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้บริหารและกรรมการยุคใหม่การขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนในโลก VUCA ที่มีปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย เราต้องให้ความสำคัญใน 3 เรื่อง คือ การเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) การสร้างภูมิคุ้มกัน (Immunity) และการกระจายผลประโยชน์อย่างทั่วถึง (Inclusivity) ซึ่งผู้ตรวจสอบภายในสามารถมีบทบาทสำคัญในแต่ละเรื่องได้หลายมิติ ดังนี้

มิติที่ 1 การให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) เพิ่มบทบาทในการตรวจสอบการปฏิบัติงานด้าน Performance Audit ที่ใช้หลัก 3E คือ Economy Efficiency และ Effectiveness ในการประเมินการใช้ทรัพยากรในโครงการหรือกระบวนงานต่างๆ ขององค์กรว่า มีความคุ้มค่าบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ผู้ตรวจสอบภายในต้องพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้ตามทันธุรกิจที่เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว

มิติที่ 2 การสร้างภูมิคุ้มกันในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว (Immunity) โลก VUCA ที่ผันผวนสูงเปลี่ยนแปลงเร็วและยากจะคาดเดา ทำให้การสร้างภูมิคุ้มกันให้องค์กรเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง และสิ่งที่จะเป็นภูมิคุ้มกันองค์กรที่ดีที่สุด คือ วัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความเสี่ยง หรือ Risk Culture การที่จะสร้างให้ทุกคนในองค์กรมี Risk Culture

ธปท.ในฐานะผู้กำกับดูแลสถาบันการเงิน ก็อยากเห็นธนาคารพาณิชย์มี Risk Culture เป็นภูมิคุ้มกันเช่นกัน ในปีนี้จึงได้เริ่มทำโครงการสำรวจ รูปแบบวัฒนธรรมองค์กรและการ สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความเสี่ยง (Risk Culture) ของสถาบัน การเงินในประเทศไทยขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้กรรมการ ผู้บริหารระดับสูง และพนักงานของธนาคารในทุกระดับชั้น ตระหนักรู้ถึงความสำคัญและเข้าใจถึงวัฒนธรรมองค์กรของตนเอง

มิติที่ 3 การสนับสนุนให้องค์กรตระหนักถึงการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม หรือ Good Corporate Citizen เพื่อให้เกิดการกระจายผลประโยชน์อย่างทั่วถึง (Inclusivity) ลดการสร้างปัญหาให้แก่สังคม โดยเฉพาะปัญหาความเหลื่อมล้ำ หรือไม่ซ้ำเติมให้ปัญหาที่มีอยู่ในสังคมไทยรุนแรงขึ้น

เราต้องไม่มองว่า ปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ในสังคมไทยเป็นเรื่องของภาครัฐ ไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรธุรกิจ เพราะถ้าเรามองไปในระยะยาวจะเห็นว่า ทุกอย่างเกี่ยวโยงกัน จะปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยนั้น แต่ละองค์กรมีส่วนร่วมสร้างขึ้น และถ้าไม่ได้รับการแก้ไขก็จะกลับมาเป็นปัญหาขององค์กรในอนาคต

กลไกการตรวจสอบตนเองจะเป็นรากฐานของ "การสร้างความไว้วางใจ" กับผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร (Stakeholder) และนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การกำหนดนโยบายด้านธรรมา ภิบาลและนโยบายด้านความยั่งยืนขององค์กร เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการและผู้บริหาร ผู้ตรวจสอบต้องให้ความมั่นใจกับคณะผู้บริหารว่านโยบายด้านธรรมาภิบาลอาจครอบคลุมถึงการประเมินและให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ เช่น การส่งเสริมค่านิยมและจริยธรรมองค์กรที่ เหมาะสม จรรยาบรรณขององค์กร การสื่อสารข้อมูลความเสี่ยงและการควบคุมในองค์กร การดูแลลูกค้า การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

ในภาคสถาบันการเงิน ธปท.ในฐานะผู้กำกับดูแลก็อยากเห็นธนาคารพาณิชย์เป็น Good Corporate Citizen จึงมุ่งหวังให้มีการยกระดับ ธรรมาภิบาลของภาคธนาคาร โดย มุ่งเน้นการทำหน้าที่ของกรรมการและ ผู้บริหารระดับสูงอย่างเต็มความสามารถ มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมเพื่อนำพาองค์กรให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน การสร้างให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความเสี่ยง การมีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลที่เข้มแข็ง

ตลอดจนการดูแลผู้ใช้บริการทางการเงิน การกำหนดค่าธรรมเนียมให้เหมาะสม การขายผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าการต่อต้านคอร์รัปชั่นและการธนาคารเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Banking) ซึ่งผู้ตรวจสอบภายในของธนาคารจะมีส่วนสำคัญมากในการผลักดันให้ธนาคารเป็น Corporate Citizen ที่ดี

ดังนั้น ผู้ตรวจสอบภายในเป็นกลไกสำคัญของภาคธุรกิจ ดังนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ตรวจสอบภายในจะต้องมีบทบาทเพิ่มขึ้นในด้านเหล่านี้เพื่อเศรษฐกิจและสังคมไทยสามารถพัฒนาไปได้อย่าง เข้มแข็งและยั่งยืนเพื่อประโยชน์ในอนาคตของพวกเราทุกคน n

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน