
ก้าวสำคัญของไทย สู่สังคมไร้เงินสด
วิทัย รัตนากร รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) เป็นหนึ่งในนโยบายที่หลายประเทศทั่วโลกพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นตามการพัฒนาของเทคโนโลยีการชำระเงินแบบดิจิทัลและการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจ E-Commerce ซึ่งหากทำสำเร็จจะเป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและประหยัดต้นทุนในระบบเศรษฐกิจโดยรวม โดยประเทศที่ประสบความสำเร็จในการผลักดันสังคมไร้เงินสดเป็นประเทศแรกๆ คงหนีไม่พ้นสวีเดน ซึ่งปัจจุบันมีการใช้เงินสดหมุนเวียนในการจับจ่ายสินค้าไม่ถึง 2% ของธุรกรรมทั้งหมด และตั้งเป้าหมายว่าในปี 2020 จะมีเงินสดเหลือใช้เพียง 0.5% เท่านั้น
วิทัย รัตนากร รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน
สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) เป็นหนึ่งในนโยบายที่หลายประเทศทั่วโลกพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นตามการพัฒนาของเทคโนโลยีการชำระเงินแบบดิจิทัลและการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจ E-Commerce ซึ่งหากทำสำเร็จจะเป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและประหยัดต้นทุนในระบบเศรษฐกิจโดยรวม โดยประเทศที่ประสบความสำเร็จในการผลักดันสังคมไร้เงินสดเป็นประเทศแรกๆ คงหนีไม่พ้นสวีเดน ซึ่งปัจจุบันมีการใช้เงินสดหมุนเวียนในการจับจ่ายสินค้าไม่ถึง 2% ของธุรกรรมทั้งหมด และตั้งเป้าหมายว่าในปี 2020 จะมีเงินสดเหลือใช้เพียง 0.5% เท่านั้น
แต่หากพูดถึงประเทศที่มีการเติบโตของการใช้จ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์สูงที่สุดในขณะนี้คือประเทศจีน ซึ่งมักถูกหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษาอยู่เสมอในเรื่องการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยคาดการณ์ว่าในปี 2018 ประเทศจีนจะมีมูลค่าการใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์มือถือสูงถึง 18.3 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 91.5 ล้านล้านบาท จากที่มียอดใช้จ่ายเพียง 2 แสนล้านหยวน ในปี 2012 และผลสำรวจล่าสุดคือประชากรจีนประมาณ 14% ไม่พกเงินสดออกจากบ้านแล้ว ซึ่งทุกวันนี้คนจีนสามารถจ่ายเงินผ่านมือถือได้ทุกที่ ทุกเวลา ทั้งตลาดสด ร้านอาหาร รถประจำทาง หรือแม้กระทั่งการบริจาคเงินก็สามารถทำด้วยโทรศัพท์ผ่านแอพพลิเคชั่น Alipay และ WeChat Pay ซึ่งทั้งสองรายครอบครองตลาดการชำระเงินดิจิทัลส่วนใหญ่ในประเทศจึน โดยการชำระเงินด้วยการสแกน QR Code ที่สะดวกสบาย จนเกิดคำจำกัดความพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็น "Codeconomy" และการเติบโตของทั้งสองค่ายกำลังขยายตัวติดตามนักท่องเที่ยวจีนไปยังประเทศจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่มีการจับจ่ายใช้สอยอย่างมากมายทั้งในยุโรปและเอเชียรวมถึงประเทศไทยด้วย
เห็นได้ชัดว่า Cashless Society ในยุคปัจจุบันแตกต่างจากเดิมซึ่งเน้นการใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตแทนการใช้เงินสด ซึ่งยังมีค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมและเงินลงทุนสูงในติดตั้งเครื่องรับชำระบัตร (เครื่องรูดบัตร) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่การเติบโตที่รวดเร็วในปัจจุบันเน้นไปที่การชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยระบบ QR Code ซึ่งการจ่ายเงินค่าซื้อสินค้าของผู้ซื้อทำได้ง่ายมาก สามารถตัดเงินจากบัญชีเงินฝากหรือตัดผ่านบัตรเดบิต/บัตรเครดิตก็ได้ ในขณะที่ผู้ขายสินค้าก็จะได้รับเงินทันทีและมีต้นทุนที่ต่ำกว่าในเรื่องค่าธรรมเนียมและไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องรับชำระบัตรอีกด้วย ในระยะนี้จึงเห็นธนาคารหลายแห่งปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์โดยการพัฒนาต่อยอดแอพพลิเคชั่นของตัวเองให้สามารถชำระค่าสินค้าผ่านระบบ QR Payment ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้ทุกธนาคารต้องใช้ QR Code มาตรฐานเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ร้านค้าต้องติดป้าย QR Code หลายอันที่แตกต่างกันของธนาคารแต่ละแห่งนั่นเอง
ธนาคารออมสินเป็นผู้นำในการพัฒนาในการชำระงินผ่าน QR Code ประเทศไทย โดยแอพพลิเคชั่น GSB Pay สามารถชำระเงินผ่าน QR Code โดยเชื่อมกับบัตรเดบิต/บัตรเครดิตได้ทุกธนาคาร ทำให้ลูกค้าไม่ต้องพกพาบัตรหลายๆ ใบให้ยุ่งยากอีกต่อไป และผู้ที่มีแอพพลิเคชั่น MyMo ซึ่งเป็น Mobile Banking ของธนาคารออมสินอยู่แล้ว ก็สามารถใช้บริการ MyMo Pay สำหรับใช้รับหรือจ่ายเงิน ผ่าน QR Code โดยรับหรือตัดเงินจากบัญชีเงินฝากที่ธนาคารออมสินได้ทันที เชื่อว่าคนไทยจะคุ้นเคยกับมิติใหม่ของการชำระเงินนี้ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งธนาคารออมสินพร้อมให้บริการท่านในทุกช่องทางครับ







